เฉียวม่อถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นดวงตาคู่หนึ่งที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตา ท่าทางโล่งอก
“ศิษย์พี่ ท่าน...ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว!”
เฟิ่งจิ่วเหยียนจ้องมองนางด้วยสายตาจริงจัง
“เจ้าทอดทิ้งอาจารย์และอาจารย์หญิง รวมถึงทหารทั้งหมดเกือบสองหมื่นนาย แล้วนำทหารแสนกว่านายถอนทัพไปทางตะวันออก นี่เจ้าคิดอะไรอยู่กัน!”
เฉียวม่อทำท่าจะร้องไห้ และอธิบายอย่างรีบร้อน
“ข้าไม่ได้อยากจะทอดทิ้งพวกเขา โดยเฉพาะท่านอาจารย์...แต่ข้าไม่รู้จะทำอย่างไรแล้วจริง ๆ
“นั่นเป็นผลลัพธ์หลังจากปรึกษากับแม่ทัพมาหลายท่าน
“ข้า...ข้าไม่ใช่ท่าน ศิษย์พี่ ข้าเพียงมาแทนท่านชั่วคราวเพื่อทำให้กำลังใจทหารมั่นคงเท่านั้น
“ข้าไม่มีความสามารถ ทำอะไรไม่ได้เลย...”
เฟิ่งจิ่วเหยียนเข้าใจนิสัยศิษย์น้องของนางคนนี้ดี เกรงกลัวปัญหา ไม่มีความคิดเป็นของตนเอง
คราแรกที่พบกับเฉียวม่อ นางอายุเพียงหกเจ็ดขวบเท่านั้น นางหิวจนเกือบตาย ล้มอยู่หน้าประตูจวนสกุลเมิ่ง
หลังจากท่านอาจารย์และอาจารย์หญิงช่วยนางเอาไว้ เดิมคิดจะส่งตัวไปที่อื่น
เป็นเฟิ่งจิ่วเหยียนที่ขอร้องไม่หยุดจนพวกท่านอาจารย์ยอมให้เฉียวม่ออยู่ต่อ ทั้งยังรับไว้เป็นศิษย์
เฉียวม่อกลัวคนแปลกหน้า ทั้งยังขาดความอบอุ่น ดังนั้นจึงติดนางผู้เป็นศิษย์พี่เป็นอย่างมาก
หลังจากนั้นพวกนางก็ติดตามท่านอาจารย์และอาจารย์หญิงมาที่ค่ายทหาร
พวกนางศิษย์พี่ศิษย์น้องผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันยังนานกว่าช่วงเวลาที่เฟิ่งจิ่วเหยียนได้อยู่กับน้องสาวแท้ ๆ อย่างเฟิ่งเวยเฉียงเสียอีก
จนกระทั่งสองปีก่อน เฉียวม่อตัดสินใจเข้าสู่ยุทธภพเพื่อฝึกฝนตนเอง พวกนางจึงแยกจากกัน
ปกติแล้วเฟิ่งจิ่วเหยียนจะปกป้องเฉียวม่อเป็นส่วนใหญ่ แทบไม่เคยพูดต่อว่านางอย่างรุนแรงเลย
ทว่าครั้งนี้การกระทำของเฉียวม่อทำให้นางผิดหวังเป็นอย่างมาก
“ทำเต็มที่แล้วหรือยัง ถึงมาพูดว่าเจ้าทำอะไรไม่ได้เลย?”
เฉียวม่อน้ำตาไหลไม่หยุด “ศิษย์พี่ ข้าผิดไปแล้ว ข้าเกิดมาก็เป็นคนไม่ได้เรื่อง พ่อแม่ไม่ต้องการข้า เป็นท่านกับท่านอาจารย์และอาจารย์หญิงที่ช่วยข้าเอาไว้ มอบครอบครัวให้กับข้า ข้า...ต่อให้ข้าต้องแลกด้วยชีวิตก็ต้องช่วยท่านอาจารย์ออกมาให้ได้...”
เฟิ่งจิ่วเหยียนแก้คำพูดของนาง
“ไม่ใช่แค่อาจารย์เท่านั้น เจ้ารู้หรือไม่ว่ามีคนตายที่ค่ายทหารรัฐเหลียงไปมากเพียงใด!”
เฉียวม่อคล้ายกับวิญญาณหลุดไปจากร่าง มองมาที่นางอย่างเลื่อนลอย
“ข้าเองก็ไม่อยากให้เป็น...ศิษย์พี่ ข้าไม่ได้อยากให้พวกเขาตายจริง ๆ นะ...แต่ข้าช่วยพวกเขาไม่ได้”
เฟิ่งจิ่วเหยียนส่งผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งให้นาง น้ำเสียงราบเรียบ
“เรื่องที่อยู่นอกเหนือความสามารถของเจ้า ข้าจะไม่พูดมาก
“ทว่าเฉียวม่อ เจ้าไม่ควรทอดทิ้งอาจารย์หญิง ไปขอขมานางซะ”
เฉียวม่อยังคงอยากแก้ตัว
เฉียวม่อส่ายหัว
“ไม่เป็นอย่างนั้นท่านอาจารย์ ไม่โทษที่ศิษย์พี่จะดุด่าข้า ข้าเองที่คิดไม่ละเอียดอ่อนและไม่รอบคอบเหมือนศิษย์พี่ ข้าไม่เพียงทำให้ท่านตกอยู่ในอันตรายเท่านั้น ยังไม่ได้ดูแลอาจารย์หญิงให้ดีอีก”
ฮูหยินเมิ่งเพิ่งจะทำแผลให้กลุ่มทหารที่บาดเจ็บเสร็จ พอเข้ามาในกระโจมเพื่อพักผ่อน ก็พบกับฉากนี้เข้า
“เกิดอะไรขึ้นกัน?”
เฉียวม่อหันมาคุกเข่าและก้มลงกราบไปทางนางทันที
“อาจารย์หญิง ศิษย์มาขอขมาเจ้าค่ะ!”
แม่ทัพเมิ่งเป็นคนใจอ่อนแต่ไหนแต่ไร จึงช่วยพูดโน้มน้าว “ฮูหยิน เจ้าเด็กเฉียวม่อนี่ยังโทษตัวเองเพราะเรื่องก่อนหน้านี้อยู่”
ฮูหยินเมิ่งขมวดคิ้ว
“ควรจะทบทวนตัวเองเสียบ้าง”
แววตาของเฉียวม่อเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย
ฮูหยินเมิ่งไม่ได้มองนาง แต่ตรงไปถามแม่ทัพเมิ่ง
“แม่ทัพน้อยเมิ่งทั้งสองล้วนกลับมาอยู่ที่นี่ เช่นนั้นทหารแสนกว่านายนั่นเล่า? ใครจะเป็นผู้สั่งการ?”
แม่ทัพเมิ่งเพิ่งจะนึกเรื่องนี้ออก จึงออกคำสั่งเฉียวม่อทันที
“รีบไปเรียกศิษย์พี่ของเจ้ามา!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...