เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 213

ประตูเมืองเปิดกว้าง คนทุกบ้านพากันออกมาจากตรอกซอย ต้อนรับกองทัพกลับมาอย่างมีชัยชนะ

พวกชาวบ้านยืนอยู่ข้างทาง เงยหน้าขึ้นมองดู

“แม่ทัพน้อยเมิ่งล่ะ? เขาคือคนไหน?”

“คือคนที่ขี่ม้าอยู่ข้างหน้าสุดคนนั้น!”

“ทำไมถึงสวมหน้ากากไว้? ดูไม่เห็นว่ารูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร!”

“เจ้าไม่รู้เสียแล้ว แม่ทัพน้อยเมิ่งหน้าตาหล่อเหลาสง่าเกินไป จึงสวมหน้ากากบดบังไว้ เพื่อเสริมความทรงพลัง”

“ไม่ถูก เพราะบนใบหน้าของเขามีรอยแผลเป็น อัปลักษณ์อย่างมาก จึงไม่กล้าเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงต่อสาธารณะ!”

ความเห็นที่แตกต่าง จมอยู่ในเสียงคำรามของผู้คนทั้งหมด

แม่ทัพน้อยเมิ่งที่ทุกคนต่างสงสัยนั้น เวลานี้คือเฉียวม่อปลอมตัวมา

นางมองดูชาวบ้านพวกนั้นอยู่บนที่สูง ตลอดการเดินทางนี้ ทุกหนแห่งที่ไปถึง ล้วนมีชาวบ้านต่างออกมายืนรอต้อนรับตามถนน

อยู่ตรงชายแดน บางคนถึงขั้นคุกเข่าอยู่บนข้างถนน โขกศีรษะขอบคุณนาง

“ชายแดนเหนือ ไม่มีแม่ทัพน้อยเมิ่งไม่ได้!”

“แม่ทัพน้อยเมิ่ง สมกับที่เป็นเทพสงครามจริงๆ !”

ความกระตือรือร้นของประชาชน มาถึงเมืองหลวงก็ยังไม่ลดน้อยลง

พวกเขานำผลไม้ ผักสดให้กับทหาร ยังมีพวกพ่อค้าผู้มั่งคั่ง นำจี้หยก อัญมณีล้ำค่าห้อยบนคอของทหารโดยตรง

เฉียวม่อมองดูทุกอย่างนี้ ทำตัวกลมกลืนกับหน้ากากนั้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ตอนนี้ นางก็คือเมิ่งสิงโจว

นางกระตุกมุมปาก ยกมือประสานให้กับพวกชาวบ้าน

พวกหญิงสาวใบหน้าใบหูแดง กรีดร้องไม่หยุด

“อ้าก ๆ ๆ! แม่ทัพน้อยเมิ่งมองข้าแล้ว!”

“ไม่ใช่ เขามองดูข้า!”

เคารพเทิดทูนที่พวกผู้ชายมีต่อเมิ่งสิงโจว ก็ไม่น้อยหน้า

“แม่ทัพน้อย ข้าก็อยากเข้าร่วมค่ายทหารเหนือ!”

เฉียวม่ออมยิ้มแย้มให้กับพวกเขา

“ตราบใดที่คิดต้องการจะอุทิศตนเพื่อรับใช้แคว้น ประตูใหญ่ของค่ายทหารเหนือ เปิดต้อนรับพวกเจ้าทุกเมื่อ!”

ก่อนที่จะเข้าพักอี้จ้าน เหล่านายพลจะต้องเข้าวังกราบทูลรายงานการทำงานก่อน

จากประตูเมืองหลวงจนถึงถนนจูเชว่หน้าพระราชวัง ล้วนสามารถได้ยินว่า “แม่ทัพใหญ่เกรียงไกร”

……

ภายในพระราชวัง

เซียวอวี้อนุญาตให้ทุกคนเข้าพบที่ท้องพระโรง

เหล่าขุนนางยืนอยู่สองด้าน ให้ขุนนางผู้มีคุณูปการพวกนี้อยู่ตรงกลาง

พวกเขาแต่ละคนสวมชุดเกราะ มีความองอาจหาญกล้า

แต่สายตาของเหล่าขุนนาง ล้วนมองดูคนที่ยืนอยู่ข้างหน้าสุดคนนั้น

ในที่สุดก็ได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของแม่ทัพน้อยเมิ่งคนนี้แล้ว!

แม้ว่าเมิ่งสิงโจวคนนี้จะมีอายุเพียงยี่สิบเอง ก็ได้ประสบความสำเร็จอันยิ่งใหญ่หลายครา ผลงานการทำศึกของเขาโดดเด่นและเป็นตำนาน ทำให้เป็นเรื่องยากสำหรับแม่ทัพรุ่นอาวุโสจะตามทัน

หลายคนใช้เวลาทั้งชีวิต ก็ไม่สามารถบรรลุสิ่งที่เขาประสบความสำเร็จตอนอายุยี่สิบปี

ยึดเมืองหลวงรัฐเหลียง ได้รับตำแหน่งมีศักดินาหนึ่งหมื่นครัวเรือน ช่างเป็นอัจฉริยะจากสวรรค์อย่างแท้จริง

เฉียวม่อรู้ว่าพวกเขากำลังมองดูตนเอง

นางก้าวเดินทุกย่างก้าวอย่างหนักแน่น หลังจากยืนมั่นคง ก็ยกมือประสานถวายความเคารพ

“กระหม่อมถวายบังคมฝ่าบาท! ฝ่าบาททรงพระเจริญ!”

เหล่านายพลที่อยู่ข้างหลังนาง ก็ถวายความเคารพตาม

เซียวอวี้กระทำอะไรอย่างโหดเหี้ยม ทว่าให้ความชื่นชมคนที่มีความสามารถ

เห็นแก่ที่พวกเขาเดินทางมาไกลอย่างเหน็ดเหนื่อย จึงมีรับสั่งว่า

“ไม่ต้องมากพิธี ประทานที่นั่ง”

เฉียวม่อยังคงยืนอยู่ พร้อมยื่นถวายสิ่งของอย่างหนึ่ง

“ฝ่าบาท กระหม่อมปฏิบัติภารกิจลุล่วง รบชนะกองกำลังรัฐเหลียง! นี่เป็นหนังสือยอมแพ้ของรัฐเหลียง อีกไม่กี่วันพวกเขาจะส่งทูตมาก ยอมจำนนให้กับแคว้นหนานฉีเราอย่างเป็นทางการ นับจากนี้จะกลายเป็นรัฐบริวารภายใต้แคว้นหนานฉีเรา!”

เหล่าขุนนางถวายความเคารพ

“ขอแสดงความยินดีกับฝ่าบาท! ฟ้าสวรรค์คุ้มครองแคว้นหนานฉี!”

“แม่ทัพน้อยเมิ่ง น่าจะมิกล้าโกหกกษัตริย์”

พลังอิทธิพลของชายหนุ่ม ทำให้เฉียวม่อพยักหน้ายอมแพ้อย่างอดไม่ได้

“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมมิกล้า”

แล้วเรื่องหน้ากาก ค่อยจบลงเท่านี้

……

หลังจากกราบทูลรายงานการทำงานเสร็จ

ข้าหลวงพาเหล่าแม่ทัพไปพักผ่อนที่สถานที่พักแมด้วยตนเอง พร้อมบอกพวกเขาว่า

“พรุ่งนี้ฝ่าบาทจัดงานเลี้ยงรับรองแม่ทัพในวัง เฉลิมฉลองกองทัพได้ชัยชนะกลับมา ทุกท่านล้วนเป็นขุนนางผู้มีคุณูปการ ล้วนจะได้รับการพระราชทานแต่งตั้งในงานเลี้ยง มิควรขาด หรือไปสาย”

เฉียวม่อพูดขึ้นมาก่อนคนอื่นว่า “ขอบคุณกงกงที่เตือน”

หลังจากพวกข้าหลวงต่างจากไปกันแล้ว แววตาเฉียวม่อค่อยผ่อนคลายลง ดวงตาแฝงไปด้วยเงามืดมน

นางหันหน้ามา ก็เผชิญกับใบหน้าเยือกเย็นชาของซุนเต๋อฟาง

“เมิ่งสิงโจว เมื่อสักครู่อยู่ต่อหน้าพระพักตร์ ทำไมเจ้าถึงใส่ร้ายกองทัพชายแดนใต้ของข้าว่า ในสายตาไม่มีกฎระเบียบ”

เฉียวม่อพูดขึ้นมาอย่างอมยิ้มว่า

“ใส่ร้ายอะไร? สิ่งที่กองทัพชายแดนใต้ของพวกเจ้ากระทำพวกนั้น ทุกคนล้วนเห็นกับตา และข้าก็พูดตั้งแต่แรกแล้วว่า พวกเจ้านั้นใช้คุณูปการลบล้างความผิด...”

ซุนเต๋อฟางโกรธจัด

“เช่นนั้นก็ไม่ควรที่จะไม่มีคุณูปการอะไรเลย!!”

เฉียวม่อพูดขึ้นมาอย่างไม่แยแสว่า “ควรที่จะประทานรางวัล หรือลงโทษอย่างไร เป็นเรื่องของฝ่าบาท ข้าเพียงแค่กราบทูลรายงานตามความจริง ป้องกันมีคนฉกฉวยผลประโยชน์ในโอกาสที่เกิดความสับสนวุ่นวาย”

“เจ้า!”

นายพลคนอื่นล้วนมาดึงตัวซุนเต๋อฟางไว้

“เอาละ แม่ทัพซุน ฝ่าบาทไม่มีทางที่จะไม่ประทานรางวัลให้กับกองทัพชายแดนใต้หรอก”

เฉียวม่อเผยสีหน้าไม่แยแส ตรงเดินเข้าไปในห้องแล้วก็ปิดประตู

ด้านนอกห้อง ซุนเต๋อฟางจ้องมองดูประตูห้องของนาง แววตาเต็มไปด้วยรัศมีแห่งความคิดแก้แค้น

“เมิ่งสิงโจว เจ้ารอข้าไปก่อน!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย