เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 226

ยามอยู่ต่อหน้าฮ่องเต้ ความจริงที่เฉียวม่อสามารถพูดได้มีไม่มาก

นางทำความเคารพเฟิ่งจิ่วเหยียน

“ฮองเฮาทรงอธิษฐานขอพรให้เหล่าทหาร หม่อมฉันจึงคิดว่า ไม่ว่าเยี่ยงไรก็ต้องขอบพระทัยพระนางด้วยตนเอง

“เมื่อครู่ตอนอยู่สนามม้าหลวงกับฝ่าบาท จึงกล่าวถึงคำขอที่ไม่เหมาะสมนี้

“ฮองเฮา หม่อมฉันขอคารวะท่านด้วยน้ำชาจอกนี้แทนสุรา”

เฟิ่งจิ่วเหยียนมีสีหน้าเรียบนิ่ง

“ท่านแม่ทัพ เกรงใจแล้ว”

เซียวอวี้พูดออกมาทันที

“อฐิษฐานขอพรเพียงเรื่องเล็กน้อย เหล่าทหารเสียสละเลือดเนื้อสู้ศึกต่างหากคือเรื่องจริง ฮองเฮาไม่คู่ควรกับคุณงามความดีนี้หรอก”

เหลียนซวงอยากโต้กลับมาก

ฮองเฮานำทัพไปทำสงครามที่ชายแดนแท้ ๆ

ผลกลับกลายเป็นว่าคุณงามความดีนี้ตกไปอยู่ที่เฉียวม่อเสียอย่างนั้น

เฉียวม่อกล่าวเหมือนให้ความเที่ยงตรง

“ฝ่าบาท หากไม่มีคำอธิษฐานขอพรของฮองเฮา พวกข้าก็คงไม่สามารถเอาชนะกองทัพรัฐเหลียงได้รวดเร็วขนาดนี้”

น้อยคนนักที่จะกล้าโต้แย้งฝ่าบาทเช่นนี้

ซ้ำยังเป็นอิสตรี

ทว่าเซียวอวี้ไม่เพียงไม่ลงโทษ ยังเห็นด้วย

“หากเจ้าบอกว่าฮองเฮาทำคุณงามความดี ย่อมเป็นเช่นนั้น”

เท่านี้ก็ดูออกแล้วว่าเขาเชื่อใจและโปรดปรานยอดแม่ทัพหญิงมากเพียงใด

เฟิ่งจิ่วเหยียนถามพรวดขึ้นมาหนึ่งประโยค

“เฉียว…ไม่สิ แม่ทัพน้อยเมิ่ง จะกลับชายแดนเมื่อใด?”

“หลังจากเรื่องทุกอย่างเสร็จสิ้น ประมาณสองวันก็ออกเดินทางแล้ว”

เฟิ่งจิ่วเหยียนกล่าวอย่างแฝงนัยบางอย่าง

“เรื่องความสงบสุขของแคว้น ขอฝากไว้กับท่านแม่ทัพด้วย”

เฉียวม่อลุกขึ้นยืน แล้วก้มคารวะนางตามธรรมเนียมของกองทัพ

“ฮองเฮาจงวางใจ หม่อมฉันจะไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน หม่อมฉันเองก็หวังว่าพระนางจะมีพระวรกายที่แข็งแรง ให้กำเนิดรัชทายาทแก่แคว้นหนานฉีในเร็ววัน”

ในใจของเฟิ่งจิ่วเหยียนเย็นวูบ จากนั้นก็เงยหน้ามองเฉียวม่ออย่างลุ่มลึก

ระหว่างทั้งสองคน พวยพุ่งไปด้วยอารมณ์แปลกประหลาด

ชั่ววินาทีนั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ยกมุมปากขึ้นบางเบา

รอยยิ้มงามล่มเมือง แต่กลับทำให้แผ่นหลังของเฉียวม่อที่รู้ใจนางนั้นเย็นวาบ

เซียวอวี้แทบไม่เคยเห็นนางยิ้มลยสักครั้ง จึงมองนางค้างอยู่เช่นนั้น

เมื่อฮ่องเต้ประทับนั่งอยู่ตรงนั้น ศิษย์พี่ศิษย์น้องจึงพูดอะไรมากไม่ได้

ด้วยเหตุนี้ ผ่านไปไม่นาน เฉียวม่อจึงขอทูลลา

เฟิ่งจิ่วเหยียนเองก็ลุกขึ้น เตรียมตัวไปส่งเซียวอวี้

ทว่า เซียวอวี้กลับนั่งอยู่กับที่

เขาหยิบถ้วยน้ำชาขึ้นมา

“ชาในตำหนักของฮองเฮา รสชาติเป็นเช่นนี้หรือ”

เฟิ่งจิ่วเหยียนพูดด้วยสีหน้าราบเรียบ

“หม่อมฉันดื่มบ่อยจนชิน หากฝ่าบาททรงคิดว่ารสชาติไม่ดี หม่อมฉันจะให้เหลียนซวงนำไปทิ้ง”

แค่บอกว่าเอาไปทิ้ง แต่ไม่ได้บอกว่าจะเอามาเปลี่ยนให้เขาใหม่

การกระทำเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าทำแบบขอไปที ไม่ต่างอะไรกับไล่แขกกลาย ๆ

“แต่หลังอายุสิบสองปี นางถูกขังไว้ในหอคอย ระหว่างนั้นเคยประสบพบเจออะไรมาบ้าง ก็มิอาจสืบได้ เนื่องด้วยว่าบ่าวรับใช้กับองครักษ์ประจำตัวของนางต่างลาจากโลกไปหมดแล้ว”

ตระกูลใหญ่มักจะปกป้องบุตรีอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะคุณหนูตระกูลเฟิ่งที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นว่าที่ลูกสะใภ้โดยฮ่องเต้องค์ก่อน

เฉินจี๋สืบเรื่องราวก่อนที่นางจะอายุสิบสองปีมาได้ ก็นับว่าไม่ง่าย

เซียวอวี้วางพู่กันลง ด้วยสีหน้าเยือกเย็น

วรยุทธ์ที่ฮองเฮามีติดตัว เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นวิชาที่ฝึกมาตั้งแต่วัยเด็ก

หากไม่ใช่เป็นเพราะเฉินจี๋ยังสืบได้ไม่หมด——ที่ตระกูลเฟิ่งจงใจปิดปังความจริงเรื่องวิชายุทธ์ของเฟิ่งเวยเฉียง

ก็ต้องเป็นเพราะ เฟิ่งเวยเฉยที่อยู่ในวังของเขาคือตัวปลอม!

สีหน้าของเซียวอวี้เคร่งขรึมอย่างยิ่ง

สืบมาถึงขั้นนี้ เขากลับไม่รู้เลยว่า ต่อไปควรทำเช่นไรกับฮองเฮาดี

……

หลายวันต่อมา

นอกพระราชวัง

ภายในเรือนชาวนา

ไฉ่เยว่นำถังน้ำอุ่นเข้ามาข้างใน เตรียมเช็ดตัวให้คุณหนู แต่กลับพบว่าคุณหนูที่เดิมทีหลับสนิท ขณะนี้กำลังนั่งเหม่อลอยบนขอบเตียง มองสำรวจบริเวณรอบด้าน

คุณหนูเลื่อนลอยอยู่ตลอดเวลา ไฉ่เยว่กลัวว่านางฟื้นขึ้นมาแล้วจะป่วยอีก จึงรีบวางถังน้ำลง

ทว่า คุณหนูกลับมองมาที่นางด้วยสายตาแจ่มชัด เอ่ยถามว่า

“ไฉ่ยเยว่ ที่นี่คือที่ไหน?”

ไฉ่เยว่ดีใจเป็นอย่างยิ่ง

ดีเหลือเกิน! สติของคุณหนูฟื้นคืนกลับมาแล้ว!

นางต้องนำข่าวดีนี้ไปบอกกล่าวแก่ฮองเฮา!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย