ยามอยู่ต่อหน้าฮ่องเต้ ความจริงที่เฉียวม่อสามารถพูดได้มีไม่มาก
นางทำความเคารพเฟิ่งจิ่วเหยียน
“ฮองเฮาทรงอธิษฐานขอพรให้เหล่าทหาร หม่อมฉันจึงคิดว่า ไม่ว่าเยี่ยงไรก็ต้องขอบพระทัยพระนางด้วยตนเอง
“เมื่อครู่ตอนอยู่สนามม้าหลวงกับฝ่าบาท จึงกล่าวถึงคำขอที่ไม่เหมาะสมนี้
“ฮองเฮา หม่อมฉันขอคารวะท่านด้วยน้ำชาจอกนี้แทนสุรา”
เฟิ่งจิ่วเหยียนมีสีหน้าเรียบนิ่ง
“ท่านแม่ทัพ เกรงใจแล้ว”
เซียวอวี้พูดออกมาทันที
“อฐิษฐานขอพรเพียงเรื่องเล็กน้อย เหล่าทหารเสียสละเลือดเนื้อสู้ศึกต่างหากคือเรื่องจริง ฮองเฮาไม่คู่ควรกับคุณงามความดีนี้หรอก”
เหลียนซวงอยากโต้กลับมาก
ฮองเฮานำทัพไปทำสงครามที่ชายแดนแท้ ๆ
ผลกลับกลายเป็นว่าคุณงามความดีนี้ตกไปอยู่ที่เฉียวม่อเสียอย่างนั้น
เฉียวม่อกล่าวเหมือนให้ความเที่ยงตรง
“ฝ่าบาท หากไม่มีคำอธิษฐานขอพรของฮองเฮา พวกข้าก็คงไม่สามารถเอาชนะกองทัพรัฐเหลียงได้รวดเร็วขนาดนี้”
น้อยคนนักที่จะกล้าโต้แย้งฝ่าบาทเช่นนี้
ซ้ำยังเป็นอิสตรี
ทว่าเซียวอวี้ไม่เพียงไม่ลงโทษ ยังเห็นด้วย
“หากเจ้าบอกว่าฮองเฮาทำคุณงามความดี ย่อมเป็นเช่นนั้น”
เท่านี้ก็ดูออกแล้วว่าเขาเชื่อใจและโปรดปรานยอดแม่ทัพหญิงมากเพียงใด
เฟิ่งจิ่วเหยียนถามพรวดขึ้นมาหนึ่งประโยค
“เฉียว…ไม่สิ แม่ทัพน้อยเมิ่ง จะกลับชายแดนเมื่อใด?”
“หลังจากเรื่องทุกอย่างเสร็จสิ้น ประมาณสองวันก็ออกเดินทางแล้ว”
เฟิ่งจิ่วเหยียนกล่าวอย่างแฝงนัยบางอย่าง
“เรื่องความสงบสุขของแคว้น ขอฝากไว้กับท่านแม่ทัพด้วย”
เฉียวม่อลุกขึ้นยืน แล้วก้มคารวะนางตามธรรมเนียมของกองทัพ
“ฮองเฮาจงวางใจ หม่อมฉันจะไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน หม่อมฉันเองก็หวังว่าพระนางจะมีพระวรกายที่แข็งแรง ให้กำเนิดรัชทายาทแก่แคว้นหนานฉีในเร็ววัน”
ในใจของเฟิ่งจิ่วเหยียนเย็นวูบ จากนั้นก็เงยหน้ามองเฉียวม่ออย่างลุ่มลึก
ระหว่างทั้งสองคน พวยพุ่งไปด้วยอารมณ์แปลกประหลาด
ชั่ววินาทีนั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ยกมุมปากขึ้นบางเบา
รอยยิ้มงามล่มเมือง แต่กลับทำให้แผ่นหลังของเฉียวม่อที่รู้ใจนางนั้นเย็นวาบ
เซียวอวี้แทบไม่เคยเห็นนางยิ้มลยสักครั้ง จึงมองนางค้างอยู่เช่นนั้น
เมื่อฮ่องเต้ประทับนั่งอยู่ตรงนั้น ศิษย์พี่ศิษย์น้องจึงพูดอะไรมากไม่ได้
ด้วยเหตุนี้ ผ่านไปไม่นาน เฉียวม่อจึงขอทูลลา
เฟิ่งจิ่วเหยียนเองก็ลุกขึ้น เตรียมตัวไปส่งเซียวอวี้
ทว่า เซียวอวี้กลับนั่งอยู่กับที่
เขาหยิบถ้วยน้ำชาขึ้นมา
“ชาในตำหนักของฮองเฮา รสชาติเป็นเช่นนี้หรือ”
เฟิ่งจิ่วเหยียนพูดด้วยสีหน้าราบเรียบ
“หม่อมฉันดื่มบ่อยจนชิน หากฝ่าบาททรงคิดว่ารสชาติไม่ดี หม่อมฉันจะให้เหลียนซวงนำไปทิ้ง”
แค่บอกว่าเอาไปทิ้ง แต่ไม่ได้บอกว่าจะเอามาเปลี่ยนให้เขาใหม่
การกระทำเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าทำแบบขอไปที ไม่ต่างอะไรกับไล่แขกกลาย ๆ
“แต่หลังอายุสิบสองปี นางถูกขังไว้ในหอคอย ระหว่างนั้นเคยประสบพบเจออะไรมาบ้าง ก็มิอาจสืบได้ เนื่องด้วยว่าบ่าวรับใช้กับองครักษ์ประจำตัวของนางต่างลาจากโลกไปหมดแล้ว”
ตระกูลใหญ่มักจะปกป้องบุตรีอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะคุณหนูตระกูลเฟิ่งที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นว่าที่ลูกสะใภ้โดยฮ่องเต้องค์ก่อน
เฉินจี๋สืบเรื่องราวก่อนที่นางจะอายุสิบสองปีมาได้ ก็นับว่าไม่ง่าย
เซียวอวี้วางพู่กันลง ด้วยสีหน้าเยือกเย็น
วรยุทธ์ที่ฮองเฮามีติดตัว เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นวิชาที่ฝึกมาตั้งแต่วัยเด็ก
หากไม่ใช่เป็นเพราะเฉินจี๋ยังสืบได้ไม่หมด——ที่ตระกูลเฟิ่งจงใจปิดปังความจริงเรื่องวิชายุทธ์ของเฟิ่งเวยเฉียง
ก็ต้องเป็นเพราะ เฟิ่งเวยเฉยที่อยู่ในวังของเขาคือตัวปลอม!
สีหน้าของเซียวอวี้เคร่งขรึมอย่างยิ่ง
สืบมาถึงขั้นนี้ เขากลับไม่รู้เลยว่า ต่อไปควรทำเช่นไรกับฮองเฮาดี
……
หลายวันต่อมา
นอกพระราชวัง
ภายในเรือนชาวนา
ไฉ่เยว่นำถังน้ำอุ่นเข้ามาข้างใน เตรียมเช็ดตัวให้คุณหนู แต่กลับพบว่าคุณหนูที่เดิมทีหลับสนิท ขณะนี้กำลังนั่งเหม่อลอยบนขอบเตียง มองสำรวจบริเวณรอบด้าน
คุณหนูเลื่อนลอยอยู่ตลอดเวลา ไฉ่เยว่กลัวว่านางฟื้นขึ้นมาแล้วจะป่วยอีก จึงรีบวางถังน้ำลง
ทว่า คุณหนูกลับมองมาที่นางด้วยสายตาแจ่มชัด เอ่ยถามว่า
“ไฉ่ยเยว่ ที่นี่คือที่ไหน?”
ไฉ่เยว่ดีใจเป็นอย่างยิ่ง
ดีเหลือเกิน! สติของคุณหนูฟื้นคืนกลับมาแล้ว!
นางต้องนำข่าวดีนี้ไปบอกกล่าวแก่ฮองเฮา!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...