เหลียนซวงมิรู้ว่า นางควรจักรายงานเรื่องที่ฮองเฮาฟื้นขึ้นมาแล้วดีหรือไม่
นับว่าโชคดีที่ คนภายในฉากกั้นด้านในเอ่ยขึ้นมาพอดี “ฝ่าบาทเพคะ... หม่อมฉันเพิ่งฟื้นเพคะ”
หลังจากที่เซียวอวี้ได้ยินเสียงนั้น เขาก็ยกมือขึ้นแหวกม่านฉากกั้นขึ้นมา
เรียวนิ้วที่จับม่านนั้น ทำให้เกิดรอยยับอย่างชัดเจน
ดวงตาทั้งคู่พลันสบตากัน เมื่อเห็นสตรีที่อ่อนแออยู่ตรงหน้านั้น นิ้วมือจึงเผลอลงแรงเข้าไปอีก
“พักผ่อนเสีย”
นอกจากน้ำเสียงเย็นชาที่เอ่ยออกมาด้วยความเป็นห่วงนั้น เขาหาได้มีคำพูดอื่นไม่
เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงทำลายสถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจนี้ พร้อมทั้งพยายามที่จะลุกขึ้นมานั่ง
เซียวอวี้ขมวดคิ้วเป็นปมเล็กน้อย ก่อนจะก้าวไปข้างหน้า ทั้งยังยื่นมือเข้ามาช่วยประคองที่เอวของนางอีก
เซียวอวี้จึงมิรู้ว่าตนเองเผลอไปสัมผัสโดนแผลเก่าของนางเข้าแล้ว
เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงสูดลมหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่ พร้อมหยุดอยู่ที่เดิม
เซียวอวี้ที่สังเกตเห็นท่าทีผิดปกติของนางนั้น จึงเอ่ยถามออกมา “เป็นอะไรไป?”
ท่าทีของเซียวอวี้ที่มีต่อนาง มิค่อยมีความอดทนเท่าใดเช่นตอนนี้นัก
“ไม่มีอันใดเพคะ” เฟิ่งจิ่วเหยียนส่ายหัวไปมาเบา ๆ ภายในใจได้แต่ลอบกลอกตามองบน พยายามที่จะอดกลั้นต่อความเจ็บปวดเอาไว้ พร้อมทั้งลุกขึ้นมานั่งตะแคง
เซียวอวี้หาได้รู้ไม่ว่าหน้าท้องของนางมีบาดแผล
ยามที่เขาพันแผลให้นางก่อนหน้านั้น เขาเพียงเลิกเสื้อของนางขึ้นไปถึงใต้ราวอก สายตาหาได้ว่อกแว่กไปที่ใดไม่
ทว่า... ก็ยังมิอาจหลีกหนีพ้น เขายังคงเผลอไปเห็นบางอย่างในสิ่งที่ไม่ควรจะเห็นเสียได้
เดิมทีเซียวอวี้คิดว่ามิเป็นอันใด หาได้ส่งผลกระทบอันใดต่อตนเองไม่
หาแต่เมื่อเห็นนางในตอนนี้ ทำเอาเขาอดคิดสงสัยขึ้นมาไม่ได้ว่า อาภรณ์ของสตรีสามารถปิดมิดชิดขนาดนี้เลยหรือ...
เฟิ่งจิ่วเหยียนกำลังหลับตาอยู่ หาได้สังเกตสายตาของเซียวอวี้ไม่
“ฝ่าบาทเพคะ ถึงเวลาที่หม่อมฉันสมควรกลับไปยังตำหนักหย่งเหอแล้วเพคะ”
ยามที่เฟิ่งจิ่วเหยียนเงยหน้าขึ้นมองนั้น เซียวอวี้พลางเบือนหน้าหนีทำตัวไม่ถูกไปในทันที
สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชา
“อื้ม ข้าจักสั่งให้คนไปจัดเตรียมเกี้ยวมาให้เจ้า”
……
ตำหนักฟางเฟย
มู่หรงฉานที่ฟื้นขึ้นมานานแล้วนั้น พลันได้ข่าวจากปากของชิวหงว่า หลังจากที่นางออกมาจากท้องพระโรงก็มีนักฆ่าปรากฏตัวขึ้น ฮองเฮาใช้ร่างของตนเองเอาตัวเข้าบังลูกธนูให้กับฝ่าบาท
มู่หรงฉานที่นอนอยู่บนเตียงนั้น แย้มยิ้มออกมาด้วยความขมขื่น
“มิมีผู้ใดสนใจข่าวลือพวกนั้น ฝ่าบาทย่อมมิคิดสืบหาความเพิ่มเติมเช่นกัน”
หมากมากมายที่เต็มกระดานของนางนั้น ถูกทำลายลงด้วยฝีมือของคนผู้เดียว
ย่อมต้องเป็นหนิงเฟย!
จักต้องเป็นหนิงเฟยที่เผยความลับออกไปอย่างแน่นอน
มิเช่นนั้น ฮองเฮาจักหาวิธีมารับมือได้อย่างไรกัน
ทว่า ในยามนี้กลับมีเรื่องที่สำคัญกว่า
มู่หรงฉานลุกขึ้นนั่ง พร้อมเอ่ยสั่งการชิวหง
“เจ้ารีบไปที่ประตูทิศตะวันออกเสีย ไปหาหลิวกงกง ให้เขาคิดหาวิธีส่งข่าวไปหาบิดาข้า เป็นเรื่องเกี่ยวกับหนังสือร้องเรียนนั้น เรื่องนี้จักช้าไม่ได้!”
หนังสือร้องเรียนที่ฟ้องต่อท่านพี่ของนางถูกส่งไปอยู่ในมือของฝ่าบาทแล้ว บิดาของนางจำเป็นต้องวางแผนรับมือโดยไว อย่าได้นั่งนิ่ง ๆ รอความตาย
หากว่ารอดพ้นจากหายนะในครานี้ไปได้ละก็ ไม่แน่ว่า อาจจะมีความหวังที่ท่านพี่ของนางจักได้รับแต่งตั้งขึ้นเป็นโหวได้
ยามที่ชิวหงกำลังจะออกไปนั้น หนิงเฟยก็มา
นางมาที่ตำหนักเฟยฟางด้วยตนเองเช่นนี้ เรียกว่าเป็นการมาเยี่ยมเยียนเย้ยหยันถึงจะถูก
มู่หรงฉานจึงให้นางกำนัลของตนเองออกไป
หนิงเฟยพลางแย้มยิ้มก่อนจะหยิบถ้วยยาข้างกายขึ้นมา
“จิงกุ้ยเหริน ยานี้คงจะขมมากกระมัง”
มู่หรงฉานหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาบังริมฝีปากของตนเอง ก่อนจะกระแอมกระไอออกมาสองสามครั้ง
“นั่นคือเหตุผลที่ข้าอยากช่วยผลักดันให้ท่านได้ขึ้นไปยังตำแหน่งเดิม ภายภาคหน้าหากข้าได้อยู่ภายใต้การปกครองของท่านย่อมต้องดีไม่น้อย น่าเสียดาย ที่ครานี้ข้ามิอาจช่วยเหลืออันใดท่านได้”
ในใจของหนิงเฟยรู้สึกงุนงงยิ่งนัก
แน่นอนว่านางต้องการขึ้นเป็นฮองเฮา
เดิมทีนางคิดว่ามู่หรงฉานเป็นศัตรูที่นางควรจะต่อกรด้วยมากที่สุด
หากจำกัดมู่หรงฉานออกไปได้เมื่อใดแล้วนั้น ยามนั้นค่อยหันมากำจัดฮองเฮาย่อมไม่สาย
ทว่า หากมู่หรงฉานมิอาจขึ้นเป็นฮองเฮาได้แล้วนั้น เช่นนี้มิใช่นางทำตัวอวดฉลาดหรือ!
เมื่อมู่หรงฉานเห็นท่าทีอารมณ์ที่เปลี่ยนไปของหนิงเฟยนั้น ภายในใจจึงลอบยิ้มออกมาอย่างเย็นชา
ถึงแม้ว่าเวลาจะมืดค่ำไปแล้ว หากแต่หนิงเฟยที่มิอาจรั้งรอได้ นางจึงกลับไปที่ตำหนักฉือหนิงอีกครั้ง
“ท่านป้า ตระกูลมู่หรงมิอาจขึ้นเป็นฮองเฮาได้งั้นหรือเพคะ?”
ไทเฮานึกแปลกใจยิ่งนัก
“ผู้ใดบอกเจ้ากัน?”
“มู่หรงฉานกล่าวออกมาด้วยตนเอง นางยังกล่าวอีกว่านี่เป็นพระประสงค์ของฮ่องเต้องค์ก่อน ท่านป้า เรื่องนี้ข้าหาเคยได้ยินมาก่อนไม่ นางคงมิได้หลอกข้าอยู่กระมัง?”
ไทเฮาเองก็มิรู้เรื่องนี้มาก่อนเช่นกัน นางเพียงกล่าวพึมพำออกมาว่า
“ด้วยนิสัยของฮ่องเต้พระองค์ก่อนแล้ว เป็นไปได้มากว่าจะมีรับสั่งเช่นนี้”
หนิงเฟยรู้สึกเสียใจยิ่งนัก
“ท้ายที่สุดแล้ว ฮองเฮาเป็นคู่ต่อสู้ที่ใหญ่ที่สุดของข้า!”
ไทเฮามิเห็นด้วยกับความคิดเช่นนี้ พลางพยายามเอ่ยไขข้อข้องใจออกมา
“ไม่ เจ้าฟังคำของข้า ตำแหน่งของฮองเฮาหาใช่สิ่งใดไม่ ขอเพียงแค่เจ้าประสูติพระโอรสออกมาได้ นั่นคือสิ่งที่สำคัญมากที่สุด เจ้ากำลังถูกจิ้งกุ้ยเหรินปั่นหัวเข้าแล้ว…”
หนิงเฟยที่อยู่ในอารมณ์เดือดดาดนั้น
“แต่เดิมทีตำแหน่งฮองเฮานั้นเป็นของข้า!”
เพี๊ยะ!
ใบหน้าของหนิงเฟยพลันถูกตบไปในทันที ทั้งยังมองไปยังท่านป้าของตนเองด้วยความไม่เชื่อ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...