เฉียวม่อไต่ถามด้วยความเป็นห่วงก่อน
“ฉี่หยาง ไม่ได้เจอกันนานเลย เจ้าสบายดีหรือไม่?”
จางฉี่หยางไม่อยากจะโทษนาง ทว่าเมื่อคิดถึงคำพูดทำร้ายจิตใจที่นางพูดเมื่อวันนั้น ก็ยากที่เขาจะใช้ใจที่เคยเต็มไปด้วยความเคารพเลื่อมใสมาเผชิญหน้ากับนาง
เขาตอบนางอย่างรักษามารยาทที่ควรจะมีอย่างเต็มที่ว่า
“ขอบคุณใต้เท้าที่เป็นห่วง ข้า...สบายดี”
เดิมเขาคิดจะบอกนางว่า...ท่านแม่เสียชีวิตแล้ว ท่ามกลางการเคี่ยวกรำจากความอดอยากและความเจ็บป่วย นางตายจากไปอย่างทุกข์ทรมาน
ทว่านางกลับถามต่อทันทีว่า
“เจ้ารู้จักกับซูฮ่วนได้อย่างไร?”
จางฉี่หยางตอบมั่ว ๆ
“เป็นเรื่องบังเอิญน่ะ”
ดูเหมือนว่าเขาจะไม่รู้ฐานะที่แท้จริงของศิษย์พี่
คิดดูแล้วศิษย์พี่เองก็คงไม่มีทางบอกเขาจนทำให้เขาต้องเข้ามาพัวพันด้วย
จากนั้นเฉียวม่อแสดงสีหน้าเศร้าเสียใจแล้วตรงเข้าประเด็น
“ฉี่หยาง ที่วันนั้นข้าปฏิเสธไม่รับเจ้าเป็นศิษย์ ที่จริงแล้วเพราะข้าไม่อาจทำใจให้เจ้าไปตายในสนามรบได้
“ข้ากับพ่อของเจ้าเป็นสหายที่ดีต่อกัน เรื่องของเขา จนตอนนี้ข้า...ข้าก็ยังไม่อาจทำใจได้ลง
“เจ้าเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเพียงคนเดียวของเขา ข้าเพียงหวังให้เจ้าได้มีชีวิตที่สงบสุข เจ้าเข้าใจความลำบากใจของข้าหรือไม่?”
จางฉี่หยางยังคงมีมิตรภาพเก่าต่อนางอยู่
ถึงอย่างไรวีรบุรุษที่เขาเลื่อมใสในวัยเยาว์ก็คือแม่ทัพน้อยเมิ่ง
ยามนี้นางปรารถนาดีต่อเขาอย่างจริงใจ ต่อให้เขาไม่เห็นด้วยกับวิธีการของนาง เขาก็ยังไม่อาจโทษนางหรือโกรธนางได้ลง
“ท่านแม่ทัพน้อย ข้ายังคงคิดอยากเข้ากองทัพ ยามนี้ฝ่าบาททรงอนุญาตแล้ว ขอท่านอย่าได้ห้ามข้าอีกเลย”
เฉียวม่อพยักหน้าแล้วตบที่ไหล่ของเขาหนัก ๆ
“ต่อไปหากมีเรื่องอะไรก็ต้องบอกข้าก่อน คนอื่นไม่อาจเชื่อใจได้ข้ากับพ่อเจ้าผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน ข้าย่อมต้องปกป้องเจ้าเป็นอย่างดี”
ดวงตาของจางฉี่หยางแดงเรื่อ
เขาเปิดปาก คิดอยากจะบอกนางว่าท่านแม่น่ะ...
ทว่านางกลับพูดต่อว่า
“จริงสิ เรื่องที่เจ้ามีหินเซวียนอิง เหตุใดวันนั้นเจ้าจึงไม่บอกข้า?
“ที่จริงแล้วหากเจ้าอยากเข้าร่วมกองทัพจริง ๆ ข้าสามารถช่วยเจ้าเป็นกรณีพิเศษได้ เจ้ารู้หรือไม่ว่าหินเซวียนอิงนั้นล้ำค่าถึงขนาดแลกตำแหน่งแม่ทัพได้เชียวนะ ยิ่งกว่านั้น นั่นยังเป็นเหมืองหินเซวียนอิง
“เจ้ากลับนำออกมาเป็นของขวัญกราบอาจารย์ ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย”
ภายนอกเหมือนนางกำลังจดจ่อเป็นอย่างมาก ทว่าที่จริงนางกลับคิดเรื่องจางฉี่หยางอยู่
เรื่องการจัดการกับเฉียวม่อนั้น เดิมนางวางแผนไว้ว่าจะอบรมคนใหม่ แล้วค่อยให้ไปสวมรอยเป็นแม่ทัพน้อยเมิ่งอยู่ที่ค่ายทหารเหนือ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วต่อให้เฉียวม่อที่อยู่ในฐานะแม่ทัพน้อยเมิ่งตายไป ทางค่ายทหารเหนือก็จะไม่เกิดความวุ่นวาย
ทว่ายามนี้พอมีจางฉี่หยางแล้ว ก็ช่วยนางประหยัดแรงในการหาคนไปได้มาก
ในเมื่อว่างไม่มีเรื่องใดต้องทำ นางจึงคิดจะทำอาวุธเป็นของขวัญรับศิษย์ให้กับจางฉี่หยาง
เพียงแต่นางไม่รู้ว่าเขาคุ้นเคยกับอาวุธชนิดใด
เฟิ่งจิ่วเหยียนวางหนังสือลง แล้วใช้นิ้วชี้จุ่มลงไปในน้ำชา วาดรูปง่าย ๆ ลงบนโต๊ะออกมาเป็นหอกยาวเล่มหนึ่ง
เด็กหนุ่มผู้กล้า ย่อมต้องเป็นหอกยาว
ทันใดนั้นด้านนอกก็มีคนเข้ามา
เฟิ่งจิ่วเหยียนใช้มือกวาดออกไปคราหนึ่งก็ลบร่องรอยหยดน้ำบนโต๊ะไปจนหมด
ผู้ที่มาคือหลิวซื่อเหลียง ขันทีข้างกายฮ่องเต้
“ฮองเฮา บ่าวรับพระบัญชาให้มาถวายของเหล่านี้ให้พระนางพ่ะย่ะค่ะ”
หลิวซื่อเหลียงหาได้เหมือนผู้อื่นที่แสดงท่าทางดูแคลนนางผู้เป็นฮองเฮาตำหนักเย็นผู้นี้ เขานำกล่องใบหนึ่งออกมาอย่างเคารพนบนอบ
เมื่อเปิดฝาออกจนเห็นสิ่งของที่อยู่ด้านใน เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ตกตะลึงอย่างอดไม่ได้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปอดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวีธีแก้ไขให้ด้วยค่ะ...