เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 322

ที่แท้ในกล่องก็คือหินเซวียนอิงก้อนนั้น

เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่เข้าใจนัก เซียวอวี้ส่งสิ่งนี้ให้นางทำไมกัน?

หลิวซื่อเหลียงวางหินเซวียนอิงลงพร้อมกล่อง เขาอดไม่ได้ที่จะนึกย้อนไปถึงยามที่ฮ่องเต้ทรงรับสั่งให้เขานำหินก้อนนี้มาส่ง เขารู้สึกงุนงงเป็นอย่างมาก

ถึงแม้จะกล่าวกันว่าสิ่งที่ฝ่าบาททรงพระราชทานให้ล้วนนับเป็นรางวัล ทว่า...การส่งหินก้อนหนึ่ง ย่อมทำให้คนรู้สึกสับสนอยู่บ้าง

เดิมทีเขาคิดว่าคงเป็นเพราะทักษะการขี่ม้าของฮองเฮาดี ย่อมเป็นผู้ที่รักม้าด้วย ด้วยเหตุนี้ฝ่าบาทจึงทรงส่งหินรูปม้าให้นาง

ทว่าความจริงก็คือ ยามนั้นฝ่าบาทตรัสเสียงต่ำประโยคหนึ่งว่า

“นิสัยของฮองเฮาก็เหมือนหินก้อนนี้ ทั้งน่ารังเกียจทั้งแข็งกระด้าง”

คำพูดนี้ของฝ่าบาท หลิวซื่อเหลียงไม่มีความกล้าที่จะบอกกล่าวฮองเฮา แม้แต่คำเดียวก็ไม่กล้าพูดถึง

เขาจึงได้แต่พูดยิ้ม ๆ ว่า “ฮองเฮา ฝ่าบาททรงคิดถึงท่านพ่ะย่ะค่ะ”

ถึงแม้จะไม่รู้เหตุผลเบื้องหลังเรื่องนี้ เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ยังรับหินเซวียนอิงก้อนนี้มา

ว่ากันตามจริงแล้วนี่เป็นความจริงใจที่จางฉี่หยางมีต่อนางผู้เป็นอาจารย์

......

ณ จวนองครักษ์อารักขาประตู

เฉียวม่อขังตัวเองเอาไว้ในห้อง ทั้งร่างอึมครึมจนน่ากลัว

นางเสียใจที่วันนั้นไล่จางฉี่หยางออกไป เสียใจที่เอาเหมือนหินเซวียนอิงมาไม่ได้

ยามนี้ผลงานตกเป็นของผู้อื่นไปเสียหมดแล้ว!

นี่นางจะต้องทำหน้าที่องครักษ์อารักขาประตูนี่ไปถึงเมื่อไหร่กัน?

สองวันต่อมา

จางฉี่หยางฝากคนไปทูลฮ่องเต้ว่าอาจารย์ได้กำหนดเวลาและสถานที่ในการนัดพบแล้ว

ห้องทรงพระอักษรในเวลานั้นเอง เมื่อรุ่ยอ๋องได้ยินเนื้อความที่ข้าหลวงที่มาทูล ใบหน้าก็เผยความกังวล

“ฝ่าบาท ซูฮ่วนผู้นั้นไม่ยินยอมมาเข้าเฝ้าพระองค์ กลับต้องการให้ท่านออกไปพบนอกวัง จะมีโอกาสถูกลอบโจมตีหรือไม่?”

สายตาลึกล้ำของเซียวอวี้ราบเรียบ

“เขาเป็นจอมยุทธ์ที่ยุทธภพยกย่องในคุณธรรม ไม่มีทางฆ่าคนบริสุทธิ์”

“ส่วนตัวกระหม่อมคิดว่าอย่างไรก็ต้องระวังไว้ก่อน”

“อืม” เซียวอวี้ส่งเสียงรับคำเบา ๆ แต่กลับยังไม่คิดว่าจะนำคนไปด้วยเท่าไหร่

วันรุ่งขึ้น

หลังจากฟ้ามืดลง หอชมจันทร์ในเมืองก็คึกคักเป็นอย่างยิ่ง

ที่ชั้นหนึ่ง จัดตั้งเวทีทรงกลมไว้ตรงกลาง บนเวทีมีสตรีที่ขายแต่ศิลปะความสามารถอันหลากหลายอยู่ด้านบน

เนื้อเพลงของพวกนางไม่ได้ไร้รสนิยม กลับเหมือนบทเพลงของวังกว่างหานบนดวงจันทร์ ที่มีเซียนพระจันทร์อยู่เบื้องบน นำพาให้คนรู้สึกราวกับกำลังชมทิวทัศน์ที่งดงามราวกับอยู่ในแดนเซียนก็ไม่ปาน

ที่ชั้นสองมีห้องส่วนตัว หน้าต่างหันหน้าไปทางเวทีทรงกลม เพียงแค่เปิดหน้าต่างก็สามารถมองเห็นการแสดงด้านล่างได้

ไม่เพียงแต่รับรองความเป็นส่วนตัวในการพูดคุยเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมบรรยากาศที่งดงามด้วย

วันที่พระจันทร์เต็มดวงอย่างคืนนี้ จะมีขุนนางชั้นสูงมาที่นี่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เซียวอวี้สวมชุดลำลองสีดำ ด้านหลังมีเฉินจี๋ติดตามมาเพียงคนเดียว

เมื่อมาถึงห้องส่วนตัวที่นัดเอาไว้ เฉินจี๋ก็ยืนเฝ้าอยู่นอกห้อง

เซียวอวี้ที่เข้ามาด้านในก็พบบุรุษที่สวมหน้ากากเงินและชุดสามัญชนสีเขียวผู้หนึ่ง

คนผู้นั้นนั่งอยู่ริมหน้าต่าง เขารินและดื่มสุราคนเดียว พลางชมการแสดงนอกหน้าต่างไปด้วย

รูปร่างของเขาซูบผอม เส้นผมสีดำทั้งศีรษะใช้เพียงปิ่นไม้กลัดเอาไว้

หากอยู่ในกลุ่มฝูงชน นับว่าดูธรรมดาสามัญเป็นอย่างมาก

“เงื่อนไขของข้าก็คือ ก่อนที่จะเริ่มขุดเหมือง ให้จัดหาที่พักที่อาศัยให้ชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียงให้เรียบร้อยก่อน”

คิ้วกระบี่ของเซียวอวี้เลิกขึ้นอย่างไม่ค่อยจะเชื่อนัก

“แค่นี้หรือ?”

หากเงื่อนไขมีเพียงเท่านี้ ฝากให้จางฉี่หยางเป็นคนบอกก็ได้แล้ว

เฟิ่งจิ่วเหยียนมองไปยังนางระบำที่อยู่ด้านนอก

“สำหรับท่านแล้ว นี่เป็นเรื่องเล็ก ๆ เพียงประโยคเดียว

“ทว่าขุนนางมักต่อหน้าทำอย่างลับหลังทำอย่าง หลอกลวงเบื้องสูง ปิดบังเบื้องล่าง

“เหล่าแม่นางในหอชมจันทร์นี้ก็เป็นผู้ประสบภัยจากการทำเหมือง กลายเป็นผู้ลี้ภัยไร้บ้านให้กลับ ถูกขายไปยังที่ต่าง ๆ”

เซียวอวี้รู้สึกเลื่อมใสในตัวเขาขึ้นมาหลายส่วน

“เรารับปากเจ้า”

เฟิ่งจิ่วเหยียนลุกขึ้นยืนแล้วกำหมัดคำนับเขาตามแบบยุทธภพ

จากนั้นนางก็กล่าวต่อ

“ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง เป็นคำขอเพื่อตัวข้าเอง”

“พูดมา”

ที่แท้ก็มีเรื่องที่เขา ซูฮ่วนทำไม่ได้ด้วย

“ข้าอยากขอป้ายทองไว้ชีวิตให้สหายสนิทผู้หนึ่ง”

เซียวอวี้ขมวดคิ้วน้อย ๆ

ป้ายทองไว้ชีวิต?

สิ่งนี้หาใช่ของรางวัลทั่วไปไม่

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย