เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 328

เซียวอวี้นิ่งเงียบ บอกกล่าวเฟิ่งจิ่วเหยียนอย่างจริงจัง

“เราอยากให้เจ้ารู้ เรื่องมอบหมายให้จิ้งเฟยดูแลหกตำหนัก เป็นเจตนารมณ์ของเสด็จย่า หาใช่ความต้องการของเรา!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนเงยหน้ามองเขา กล่าวด้วยท่าทางจริงจัง

“หมายความว่า…ท่านไม่พึงพอใจจิ้งเฟยงั้นหรือ?”

ลมหายใจของเซียวอวี้หนักอึ้งเล็กน้อย

นางอย่าชื่อว่าเฟิ่งเวยเฉียงเลย เปลี่ยนชื่อเป็นเฟิ่งก้อนหินดีกว่า!

เขาแค่ไม่อยากให้นางเชื่อคำพูดไม่มีมูลในวังเหล่านั้น ที่บอกว่าเขาลำเอียงโปรดปรานแต่จิ้งเฟย

แต่คิดอีกแง่มุม นางอยากเข้าใจผิดก็ปล่อยให้เข้าใจผิดไป เหตุใดตัวเขาต้องไปอธิบายกับนางด้วย

เซียวอวี้กล่าวอย่างเย็นชา

“เจ้าถือซะว่าเราไม่ได้พูดอะไรก็แล้วกัน”

……

ในคืนนั้น ขบวนเสด็จมาเยือนตำหนักซินฮุ่ย

ฮ่องเต้แผ่ซ่านกลิ่นอายเย็นชา ทำให้บ่าวรับใช้รอบด้านไม่กล้าปริปากพูด

แม้แต่จิ้งเฟยก็ยังเงียบ

หลังจากผ่านอาหารมื้อเย็น เห็นว่าฝ่าบาทจะเสด็จกลับ จิ้งเฟยก็ฮึดสู้ รวบรวมความกล้าดึงรั้งชายอาภรณ์ของเขาเอาไว้

ใบหน้าของเซียวอวี้พลันมีแววไม่พอใจพาดผ่าน

เมื่อหันกลับไป ก็เห็นจิ้งเฟยก้มหน้าลงอย่างเขินอาย เผยอริมฝีปากจะพูด

“ฝ่าบาท ได้ยินว่าคืนนี้มีปรากฎการณ์สุนัขสวรรค์กินดวงจันทร์ หม่อมฉัน…อยากชมจันทร์กับฝ่าบาทเพคะ”

เซียวอวี้ย้อนถามอย่างเคร่งขรึม

“ไม่มีดวงจันทร์ แล้วจะให้ชมจันทร์เยี่ยงไร?”

จิ้งเฟยชะงักงัน

นั่นสิ ทำไมนางต้องพูดว่าชมจันทร์นะ

“ฝ่าบาท…”

นางอยากเปลี่ยนคำพูด แต่เซียวอวี้กลับสลัดนางออกอย่างแนบเนียน

เขากล่าวเสียงเยือกเย็น

“เรายังมีสาส์นร้องทุกข์ต้องตรวจตรา ไม่ได้มีเวลาว่างอย่างที่เจ้าคิด”

จิ้งเฟยเผยสีหน้ารู้สึกผิดออกมาทันที

“หม่อมฉันสำนึกผิดแล้วเพคะ”

แค่ฝ่าบาทเสด็จมาเสวยอาหารกับนางที่นี่ ก็นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณมากโขแล้ว เรื่องร่วมบรรทม นางไม่ควรรีบร้อน

จิ้งเฟยมาส่งเขานอกตำหนักซินฮุ่ยอย่างใจกว้างอ่อนโยน

……

เดิมทีเซียวอวี้ควรตรงไปที่ห้องทรงพระอักษร แต่กลับเปลี่ยนใจกะทันหัน เดินอ้อมไปอีกทาง

ซึ่งทางนี้ ต้องผ่านตำหนักหย่งเหอ

คืนนี้ตำหนักหย่งเหอดูครึกครื้นเป็นพิเศษ

ขนาดอยู่ข้างนอกก็ยังได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวข้างใน

“ฮองเฮา รอท่านอยู่นะ!”

“นางสนมเจีย เจ้าระวังหน่อย อย่าทำรูปปั้นที่ข้าเอามาให้ฮองเฮาตกแตกล่ะ!”

ประตูไม้ถูกผลักเปิดจนปลิวว่อน

เถ้าแก่และผู้ช่วยพากันถอยหลัง มองผู้มาเยือน

“ซูฮ่วนล่ะ?” หร่วนฝูอวี้เดินไปยังหลังตู้อย่างนึกสนุก รื้อค้นตรงนั้น ตามหาตรงนี้ ราวกับว่ามนุษย์ซูฮ่วนสามารถเข้าไปหลบซ่อนอยู่ในนั้นได้

เถ้าแก่จำนางได้ จึงรีบเข้าไปทักทาย

“แม่นางหร่วน ทุกคนต่างรู้ว่าท่านตามหารองผู้นำพันธมิตรมาตลอดสามปี ข้าน้อยไม่กล้าปิดบังหรอกขอรับ

“เพียงแต่รองผู้นำพันธมิตรมาไวไปไวอย่างไร้ร่องรอย มีเพียงเขาเท่านั้นที่มาหาพวกเรา พวกเราหาเขาไม่เจอ…”

หร่วนฝูอวี้หันพรึบมา ดวงตามีเสน่ห์ยั่วยวนคู่นั้นน่ากลัวอย่างยิ่ง

วินาทีต่อมา นางก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าทั้งสองคน จับตัวชุยไป๋ไว้ แล้วใช้เล็บแหลมยาวกอบกุมลำคอเขาไว้ เล็บยาวแต่งแต้มสีสันราวกับคมมีด จิกเนื้อหนังของชุยไป๋จนเจ็บปวด

ดวงตาของเถ้าแก่ฉายแววสงสาร

“แม่นางหร่วน ได้โปรดเมตตา! ที่ข้าพูดมาล้วนเป็นความจริง!”

หร่วนฝูอวี้หัวเราะออกมาอย่างเยือกเย็น

“ข้าก็พูดความจริงเหมือนกัน หากไม่เรียกตัวซูฮ่วนออกมา ข้าจะฆ่าพวกเจ้า และทุบทำลายร้านนี้ทิ้ง นอกจากนี้ ข้าจะจับตัวลูกน้องทุกคนของเจ้ามาฆ่าแล้วนำไปหมักสุรา!”

สีหน้าของเถ้าแก่ทอแววขมขื่น

“แม่นางหร่วน ไยเจ้าต้องทำเช่นนี้ หากผู้นำพันธมิตรรู้…”

“ถุย! เลิกใช้จอมโจรชั่วตงฟางซื่อมาขู่ข้าได้แล้ว!” จากนั้นหร่วนฝูวอี้ก็มองมาที่ชุยไป๋อย่างหยอกล้อ “พ่อหนุ่ม ดวงชะตาของเจ้าไม่ดีเอาซะเลยนะ”

ขณะที่พูด พลันมีงูตัวหนึ่งโผล่มาจากบริเวณเอวของนาง เลื้อยขึ้นมาบนแขนอย่างรวดเร็ว หัวงูอยู่ห่างจากชุยไป๋ไม่กี่คืบ ทั้งยังพ่นพิษสีแดงสดใส่เขา…

ชุยไป๋ตกใจกลัวแทบตาย เขากลัวงูที่สุด!

“อย่า! ข้ายอมบอกแล้วก็ได้!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย