เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 345

“หร่วนฝูอวี้ เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนเช่นใดกัน!”

นางจักไปเป็นนายบำเรอได้อย่างไร!

หร่วนฝูอวี้หาได้ฟังคำพูดของเฟิ่งจิ่วเหยียนไม่ สายตายังคงเต็มไปด้วยกลิ่นอายฆ่าฟัน

“ข้าว่าแล้ว จักต้องเป็นสารเลวผู้นั้นที่แย่งชิงท่านไป!”

หร่วนฝูอวี้เป็นคนแรกที่เรียกขานฝ่าบาทว่าสารเลวผู้นั้น

ไม่ว่าเฟิ่งจิ่วเหยียนจักเอ่ยปฏิเสธเพียงใด หร่วนฝูอวี้หาได้ฟังเข้าหูนางไม่

ทั้งยังคิดว่าสิ่งที่ตนเองคิดเป็นเรื่องที่ถูกต้องอีกด้วย

“เจ้ากล่าวว่าตนเองชอบบุรุษ อีกทั้งฮ่องเต้สารเลวผู้นั้น ข้าได้ยินมาว่าเขามิใคร่ชื่นชมสตรีเท่าใด อีกทั้งตำหนักในวังหลัง หาได้มีหวงกุ้ยเฟยไม่ เกรงว่าเขาคงใช้นางสนมเหล่านั้นเป็นฉากหน้า และคอยเก็บซ่อนชายบำเรอเช่นเจ้าเอาไว้อย่างแน่นอน!”

ความคิดที่ผิดแปลกของหร่วนฝูอวี้กลับพูดถูกออกมาครึ่งหนึ่ง

ยิ่งเฟิ่งจิ่วเหยียนได้ยินคำว่า “สารเลว” และ “ชายบำเรอ” จากปากของนางแล้วนั้น นางถึงกับหมดคำจะพูด

“เจ้า……”

ทว่า ยามที่หร่วนฝูอวี้กำลังมีอารมณ์ดุเดือดเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วเหยียนย่อมมิอาจเอ่ยแทรกอันใดเข้าไปได้

“เป็นเพราะสารเลวผู้นั้นหลอกลวงเจ้า! สามปีที่ผ่านมาของเจ้านั้น... เจ้าผ่านมันมาได้อย่างไร…”

ยิ่งพูดมากเท่าใด ใบหน้าของหร่วนฝูอวี้พลางแสดงความทุกข์ระทมออกมา

จู่ ๆ นางก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นเย็นชาขึ้น พลางแย้มยิ้มพร้อมกับกลิ่นอายสังหารอันรุนแรงแผ่กระจายออกมาในทันที

“ข้าคิดว่า ควรกำจัดเขาทิ้งเสีย!”

เฟิ่งจิ่วเหยียน:...

“พอแล้ว ข้ากับเขาหาได้มีอันใดเกี่ยวข้องกันไม่ หากสิ่งที่เจ้ากล่าวเป็นเรื่องจริง เหตุใดข้าต้องนัดเขาออกมานอกวังเช่นนี้ด้วยเล่า”

หร่วนฝูอวี้ใช้สายตาจ้องมองนางไปด้วยความซับซ้อน

“เจ้ากำลังปกป้องเขา? เจ้ากลัวว่าข้าจักทำร้ายเขา เจ้ากำลังหลอกข้า?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนรู้สึกเหนื่อยกายเหนื่อยใจยิ่งนัก

“แล้วแต่เจ้าจักคิดเถอะ”

นางยังต้องกลับไปที่วังอีก

เมื่อเห็นว่าเฟิ่งจิ่วเหยียนกำลังจะจากไปนั้น หร่วนฝูอวี้จึงอารมณ์อ่อนลง พลางกอดนางจากทางด้านหลัง

“ไม่! อย่าไป!

“หากมิใช่เรื่องใหญ่...ข้า พวกเราสามคนอยู่ด้วยกันก็ย่อมได้!

“ตราบใดที่ข้าสามารถอยู่กับเจ้า ข้ารับได้ทั้งนั้น...แต่ข้าต้องบอกเจ้าก่อนว่า ข้าจักดีต่อเจ้าเท่านั้น มิมีทางไปดีกับฮ่องเต้สุนัขนั่นแน่ ๆ !

“อีกอย่าง หากเจ้าเคยแตะต้องเขาแล้วนั้น เจ้าต้องไปล้างตัวให้สะอาดแล้วค่อยมาแตะต้องข้า!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนรู้สึกหงุดหงิดยิ่งนัก ก่อนจะพยายามแกะมือของนางออก

“หร่วนฝูอวี้ เจ้าไปเปลี่ยนสมองของเจ้าเสีย!”

……

ถึงแม้เรื่องราวจักวุ่นวายเช่นนี้ หากแต่เฟิ่งจิ่วเหยียนยังต้องเอ่ยถามความจริงกับหร่วนฝูอวี้ให้รู้เรื่อง

“เรื่องชายแดนระหว่างสองแคว้นนั้นจบลงแล้ว ท่าทีของหนานฉีแสดงออกมาอย่างชัดเจน เจ้าก็นำความกลับไปบอกกับราชทูตหนานเจียงเสีย เรื่องนี้ทางหนานฉีจักมีคำอธิบายที่น่าพอใจให้กับพวกเจ้า”

เฟิ่งจิ่วเหยียนเข้าใจความหมายรักอันลึกซึ้งในดวงตาของหร่วนฝูอวี้ได้เป็นอย่างดี

นางในครานี้แตกต่างจากท่าทีหยอกล้อหรือเกี้ยวพาราสียิ่งนัก มันเจือไปด้วยความรู้สึกจริงจังในความสัมพันธ์ขึ้นมา

เฟิ่งจิ่วเหยียนมิอยากให้หร่วนฝูอวี้ต้องถลำลึกลงไปเช่นนี้

“ปัญหาของหนานเจียงนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่ชายแดนเหนือของหนานฉีเท่านั้น ยังรวมไปถึงขั้วอำนาจเก่าใหม่ภายในเผ่าทั้งสองขั้วอีกด้วย ยามที่ผู้คนในเผ่ากำลังหาทางช่วยเหลือเผ่าพันธุ์ของตนเองนั้น เจ้ามิควรจะมาถลำลึกลงไปกับความรักอันเล็กน้อยของตนเอง

“สวรรค์มอบภารกิจอันยิ่งใหญ่มาให้เจ้า เจ้าจักยินยอมพร้อมใจทิ้งมันเพื่อติดตามบุรุษผู้หนึ่งไปงั้นหรือ? หากเป็นเช่นนั้นจริง หร่วนฝูอวี้ ผู้ที่จักเสียใจในการตัดสินใจของเจ้าไม่เพียงแค่อาจารย์ของเจ้า ทั้งยังมีบุคคลที่พร่ำเพียรฝึกฝนการฝึกหนอนกู่เพื่อต้องการเป็นหนึ่งในใต้หล้าเช่นตัวเจ้าเองอีกด้วย”

หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านี้แล้ว ริมฝีปากของหร่วนฝูอวี้จึงยกยิ้มขึ้นมา

“เป็นอย่างที่คุณพูด ข้าเกือบจะหวั่นไหวไปเสียแล้ว ทว่า ผู้ใดกำหนดกัน ว่าต้องมีเพียงสตรีที่ไล่ตามบุรุษ? จักต้องมีสักวัน ที่เจ้าจักยินยอมไล่ตามข้ากลับไปที่หนานเจียงอย่างแน่นอน”

พูดจบ หร่วนฝูอวี้จึงเดินออกจากโรงเตี๊ยมไป

นางเดินไปตามท้องถนนที่ว่างเปล่า พลางแหงนหน้ามองดูดวงดาวบนฝากฟ้า พลางยิ้มเจื่อน ๆ ให้กับตัวเอง

“เป็นหนึ่งในใต้หล้า...”

กลางดึก

เมื่อเฟิ่งจิ่วเหยียนกลับมาที่วังหลวงแล้วนั้น

เหลียนซวงก็รีบก้าวเข้ามารายงานในทันที

“ฮองเฮาเพคะ นี่คือจดหมายที่เพิ่งมาถึงในคืนนี้ เป็นจดหมายที่พี่อู๋เสี่ยงชีวิตส่งเข้ามาในวัง เกรงว่าจะเป็นเรื่องด่วนนัก”

เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงรีบเปิดจดหมายอ่านในทันที พร้อมกับสีหน้าที่เปลี่ยนไป

อาจารย์หญิงหาหลักฐานที่เฉียวม่อทำร้ายกองทัพมังกรพยัคฆ์เจอแล้ว!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย