จดหมายของอาจารย์หญิงที่ส่งมานั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนตั้งใจอ่านตัวอักษรทุกตัวมิให้ตกหล่นแม้แต่ตัวเดียว
แววตาของนางค่อย ๆ เย็นยะเยือกลง ราวกับธารน้ำแข็งที่มิมีวันละลายหายไป
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิด เป็นฝีมือของเฉียวม่อจริง ๆ ด้วย!
เฟิ่งจิ่วเหยียนกำจดหมายเอาไว้แน่น สีหน้าของนางแสดงถึงความโกรธเกรี้ยวออกมาอย่างปิดไม่มิด
นางอยากจะรีบวิ่งไปที่คุกหลวงเพื่อสังหารเฉียวม่อให้ตายคามือ
ทว่า สติกลับเอาชนะความเลือดร้อนในกายของนางเอาไว้ได้
ยิ่งเป็นช่วงเวลาเช่นนี้ นางยิ่งแต่ต้องเก็บงำอารมณ์กรุ่นโกรธของตนเองเอาไว้
หากมิมีแผนการรับมือนั้น ย่อมมิอาจลงมือบุ่มบ่ามได้
แม้จักสังหารเฉียวม่อลงไปแล้วก็ตาม ก็มิอาจทำให้นางถูกโทษทัณฑ์ใด ๆ ได้อยู่ดี
เรื่องกองทัพมังกรพยัคฆ์ถูกลวงไปสังหาร เหตุการณ์ของเวยเฉียง บัญชีแค้นทั้งหมดนี้ นางจะต้องให้เฉียวม่อชำระคืนทีเดียวเลย!
เนื้อหาในจดหมายที่อาจารย์หญิงส่งมานั้น ยังเอ่ยถึงจางฉี่หยางอีกด้วย
เขาช่างเป็นคนกล้าหาญชาญชัยยิ่งนัก ขาดเพียงโอกาสที่จะให้เขาได้สร้างผลงาน
ทั้งอาจารย์และอาจารย์หญิงต่างก็รับรู้แผนการของนางเป็นอย่างดี ทั้งยังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยฝึกฝนจางฉี่หยางผู้นี้
ฉะนั้นแล้ว สิ่งสำคัญที่นางจักต้องทำเพียงอย่างเดียวในตอนนี้ ก็คือป้ายทองไว้ชีวิต
นางตัดสินใจที่จะเปิดเผยความผิดทั้งหมดของเฉียวม่อนั้น นั่นหมายความว่านางมีแผนที่จะ “พินาศร่วมกัน” กับเฉียวม่อ
เมื่อตัวตนที่แท้จริงของนางถูกเปิดเผยออกมาแล้วไซร้ อาจารย์ของนางย่อมมีโทษฐานหลอกลวงเบื้องสูงไปด้วยเช่นกัน
เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่จะเกิดขึ้นมานั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนมีแต่ต้องเตรียมพร้อมรับมือทุกรอบด้าน แล้วโจมตีกลับไปในคราเดียว
สายตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันทอประกายความมุ่งมั่นออกมา ก้าวเดินหนึ่งก้าว มองไกลออกไปถึงสิบก้าว
……
เพียงพริบตาเดียว วันเกิดของเฟิ่งจิ่วเหยียนก็มาถึง
ในฐานะที่นางเป็นฮองเฮานั้น เดิมทีวันคล้ายวันประสูติของนางย่อมต้องมีการจัดงานเลี้ยงใหญ่โต
หากแต่นางได้ทำการแจ้งกับราชสำนักฝ่ายในเอาไว้แล้วว่า สองปีที่ผ่านมานั้นราชสำนักมีการจัดงานเลี้ยงไม่มีขาด วันพระราชสมภพของฝ่าบาทเพิ่งผ่านไปได้ไม่นาน หากมีการจัดงานเลี้ยงให้นางอีกนั้น เกรงว่าจักเป็นการใช้เงินสิ้นเปลืองไปโดยเปล่าประโยชน์
เงินส่วนนี้ มิสู้เก็บเอาไว้พัฒนาปืนหอกไฟแบบใหม่จักดีกว่า
ทั้งนี้ก็เพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม
แท้จริงแล้ว เฟิ่งจิ่วเหยียนมิอยากให้มีการจัดงานเลี้ยงใหญ่โต
นั่นก็เป็นเพราะว่า วันนี้ถือเป็นวันครบรอบการจากไปของผู้ที่นางรัก...
เหล่าขุนนางมากมายต่างก็กล่าวเยินยอฮองเฮาไม่มีหยุด
“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานั้น แคว้นหนานฉีเองก็มีการสู้ศึกสงครามไปไม่น้อย แม้แต่รัฐเหลียงเองพวกเราก็ออกศึกครั้งใหญ่ถึงสองครั้ง เงินทองในท้องพระคลังแทบจะมิมีหลงเหลือแล้วพ่ะย่ะค่ะ! ฮองเฮาเป็นบุคคลที่ประหยัดมัธยัสถ์เช่นนี้ เหล่าขุนนางควรปฏิบัติตาม!”
เฟิ่งจิ่วเหยียนเองก็คิดไม่ถึงเช่นกันว่า การกระทำอันเรียบง่ายของตนเองนั้น จักทำให้ทุกคนมาทำตามนางเช่นนี้
ไม่เพียงแต่ในราชสำนักเท่านั้น แม้แต่นางสนมในวังหลังก็เช่นกัน
ทว่า มีทั้งผู้ที่ชื่นชม ก็ย่อมมีผู้ที่นึกไม่พอใจอยู่ด้วย
“ฮองเฮาช่างชอบเอาหน้าเสียจริง ทั้งยังพาพวกเราต้องตกระกำลำบากตามไปด้วย!”
“พวกเราแต่งเข้าวังมาก็เพื่อจะมีชีวิตที่ดี ในยามนี้อะไรก็มิเป็นไปตามที่ใจอยาก! พละกำลังของหนานฉีทั้งแข็งแกร่งและอุดมสมบูรณ์เช่นนี้ เหตุใดต้องมาหักเบี้ยข้าวปลาอาหารของพวกเราด้วยเล่า?”
ถึงแม้พวกนางจักพากันกล่าวออกมามากมาย ทว่า พวกนางก็ยังคงต้องตระเตรียมของขวัญมามอบให้กับฮองเฮาอยู่ดี
เดือนสองวันที่ยี่สิบนั้น เป็นวันเกิดของเฟิ่งจิ่วเหยียน
เหล่านางสนมมากมายต่างก็พากันพร้อมใจมาถวายพระพรที่ตำหนักหย่งเหอแต่เช้าตรู่
ถึงแม้จักมิมีการจัดงานเลี้ยงก็ตาม ทว่า ก็ยังจำเป็นต้องมีการมอบของขวัญกัน
แม้แต่ฝ่าบาทเองก็ส่งตัวหลิวซื่อเหลียงมามอบรางวัลตั้งแต่เช้าเสียแล้ว
หลังจากที่นางสนมเจียและนางสนมเจียงจากไปนั้น สายตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนจึงเจือไปด้วยความดำมืด ก่อนจะเรียกตัวเหลียนซวงให้เข้ามา
……
ตำหนักเซี่ยวเสียน
หนิงเฟยที่เพิ่งกลับมาจากตำหนักของไทเฮานั้น ยังมิทันจะได้นั่งลงพลันมีข้ารับใช้มารายงานว่า
“พระสนมพ่ะย่ะค่ะ ฮองเฮามีรับสั่งเรียกตัวท่านพ่ะย่ะค่ะ”
ภายในตำหนักหย่งเหอ
ยามที่หนิงเฟยมาถึงนั้น นางหาได้มีท่าทีตื่นตระหนกใด ๆ ไม่
จนกระทั่งนางหันไปเห็นนางกำนัลที่คุกเข่าอยู่บนพื้นเข้า ทำเอาภายในใจรู้สึกสั่นสะท้านไปในทันที
เฟิ่งจิ่วเหยียนนั่งอยู่บนเก้าอี้ พร้อมมองมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม
“หนิงเฟย เจ้าจดจำคนผู้นี้ได้หรือไม่”
หนิงเฟยพลางตอบกลับด้วยท่าทีใจเย็นว่า
“หม่อมฉันจำไม่ได้เพคะ ฮองเฮาเพคะ นางคือผู้ใดงั้นหรือเพคะ?”
ต้นสนสตรีงามที่วางอยู่ด้านข้างโต๊ะน้ำชาของเฟิ่งจิ่วเหยียนนั้น
เฟิ่งจิ่วเหยียนพลางยกมือขึ้นเพื่อสัมผัสกับใบแข็ง ๆ ของต้นสน สีหน้าพลันเผยท่าทีสบายอารมณ์ออกมา ก่อนจะหันไปกล่าวกับนางกำนัลผู้นั้นว่า
“พูดออกมาเสีย”
ใบหน้าของนางกำนัลจึงซีดขาวลงไปในทันที
“ทูลฮองเฮาเพคะ บ่าวเป็นคนของตำหนักจิ้งเฟยเพคะ หม่อมฉันทำงานให้กับ...หนิงเฟย...”
ใบหน้าของหนิงเฟยพลันมืดครึ้มไปในทันที
นังสตรีทรยศ! นางกล้าคิดที่จะขายข้างั้นรึ?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...