เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 347

เมื่อเผชิญหน้ากับการชี้ตัวของนางกำนัลนั้น หนิงเฟยจึงได้แต่ต้องปฏิเสธออกมา

“ฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันหาได้รู้จักนางไม่เพคะ!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนพลันเงยหน้าขึ้น ก่อนจ้องมองมาด้วยแววตาเฉียบคม

“ยังมิถึงคราวที่เจ้าจักต้องพูดออกมา”

นางกำนัลผู้นั้นพลางชำเลืองมองหนิงเฟย ก่อนจะรีบก้มหน้าลงอย่างรวดเร็ว พลางหลับตากล่าวออกมาว่า

“เป็นหนิงเฟยที่ซื้อตัวบ่าวมาเพคะ ทั้งยังสั่งให้บ่าวช่วยนำพิษหอมที่ทำให้สตรีมิอาจตั้งครรภ์ได้ใส่ลงไปในของขวัญที่จิ้งเฟยจัดเตรียมเป็นของขวัญมอบให้กับฮองเฮาเพคะ…”

“ไร้สาระ!” หนิงเฟยหันมาตวาดนางกำนัลด้วยความโกรธเกรี้ยว

หนิงเฟยรีบเอ่ยแก้ตัวออกมาในทันที

“ฮองเฮาเพคะ ท่านมิสามารถเชื่อเพียงลมปากของบ่าวไพร่แล้วคิดว่าหม่อมฉันมีฐานความผิดเช่นนี้นะเพคะ

“สิ่งที่นางกำนัลผู้นี้กล่าวออกมานั้น หม่อมฉันหาได้เคยทำไม่!”

นางกำนัลผู้นั้นมิอาจนำหลักฐานอื่น ๆ ออกมาได้แล้ว

นางจึงทำได้เพียงแต่ใช้หัวโขกลงบนพื้นเพื่อคำนับซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ฮองเฮาเพคะ บ่าวสมควรตายเพคะ ทุกอย่างเป็นสิ่งที่หนิงเฟยเอ่ยสั่งการให้บ่าวกระทำเพคะ! หากหม่อมฉันพูดปดแม้แต่เพียงเล็กน้อย ขอให้ฟ้าผ่าตายได้เลยเพคะ!”

น้ำเสียงของเฟิ่งจิ่วเหยียนเต็มไปด้วยความเฉยเมย

“เจ้าออกไปก่อน”

หลังจากที่นางกำนัลเดินออกไปด้วยท่าทีตื่นกลัวนั้น หนิงเฟยที่ยังคิดจะเอ่ยแก้ตัวออกมา

เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงกล่าวออกมาด้วยท่าทีเย็นชาว่า

“คุกเข่า”

ใบหน้าของหนิงเฟยพลันแข็งค้างไปในทันที

“ฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันเป็นผู้บริสุทธิ์เพคะ…”

“คุกเข่าลง!” น้ำเสียงของเฟิ่งจิ่วเหยียนเต็มไปด้วยความแข็งกร้าว มิอาจไม่เชื่อฟังนางได้

หนิงเฟยมิพอใจนัก

ทว่า สายตาน่ากลัวที่เจือไปด้วยความข่มขู่ของเฟิ่งจิ่วเหยียนที่มองลงมา ทำให้หนิงเฟยมิอาจไม่ยินยอมคุกเข่าลงได้

เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงเอ่ยขึ้นมาว่า

“หากอยากจะเอาชนะ ก็ควรจะชนะอย่างสมศักดิ์ศรี หากในคราต่อไปยังคิดใช้วิธีน่ารังเกียจเช่นนี้อีกละก็ เราจักนำของสิ่งนี้และนางกำนัลผู้นั้นส่งไปให้ฝ่าบาท”

“เป็นจิ้งเฟยที่ต้องการทำร้ายท่านเพคะ! สิ่งที่นางกำนัลผู้นั้นเอ่ยขึ้นมาทั้งหมด ย่อมเป็นจิ้งเฟยที่คอยปลูกฝังนางอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าเรื่องราวนี้จักไปถึงหูของฝ่าบาท หม่อมฉันก็ยังเป็นผู้บริสุทธิ์เพคะ!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนหาได้สนใจไม่

นางจักเดาไม่ออกหรือ ว่าการกระทำของหนิงเฟยในยามนี้คือการยิงปืนนัดเดียวเพื่อให้ได้นกสองตัว สามารถกำจัดนางได้ทั้งยังกำจัดจิ้งเฟยไปได้อีก

“เราให้โอกาสเจ้าแล้ว หากเจ้ามิอยากได้ละก็ ดี เช่นนั้นเราก็จักให้ฝ่าบาทเป็นคนสืบหาเรื่องนี้เอง พวกเจ้าเข้ามา...”

“ฮองเฮาเพคะ!” หนิงเฟยพลันมีท่าทีตื่นตระหนกไปในทันที

นางเอ่ยตัดบทยามที่เฟิ่งจิ่วเหยียนเรียกข้ารับใช้ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

เดิมทีฝ่าบาทหาได้ชื่นชอบนางไม่ หากมีนางกำนัลเป็นพยานในเรื่องนี้แล้วไซร้ ล้วนแต่มิเป็นผลดีต่อนาง

หากฝ่าบาทลงมาตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยตนเองแล้วนั้น นางย่อมมีจุดจบที่ไม่น่าดูอย่างแน่นอน

หนิงเฟยมิกล้าพนันในเรื่องนี้

ทว่า การร้องตะโกนของนางเมื่อครู่ ก็ได้เผยทุกอย่างออกมาหมดแล้ว

เฟิ่งจิ่วเหยียนมองนางด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์

ถึงแม้ว่าจะมิได้มีการเอ่ยซักถามใด ๆ ออกมาก็ตาม หากแต่ทำให้หนิงเฟยรับรู้ได้ถึงความกดดันอะไรบางอย่าง ที่ทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจยิ่งนัก

หนิงเฟยได้แต่ก้มหน้าลง ราวกับพยายามปิดกั้นทุกสิ่ง

“ฮองเฮาเพคะ เทศกาลไหว้พระจันทร์เมื่อปีที่แล้ว ยามที่จิ้งเฟยต้องการจะจัดการท่านนั้น มิใช่หม่อมฉันหรือเพคะที่ช่วยส่งข่าวบอกท่าน การกระทำของหม่อมฉันในครานี้… เป็นหม่อมฉันที่เลอะเลือนไป ได้โปรดปล่อยหม่อมฉันไปสักครั้งเถอะเพคะ!”

สำหรับผู้ที่หยิ่งยโสโอหังเช่นหนิงเฟยนั้น การสั่งให้นางยอมรับความผิดพลาดของตน ก็มิต่างอันใดกับการฉีกหน้าตาตนเองจนถูกผู้คนเหยียบย่ำ

ทว่า เพียงแค่ไม่กี่ลมหายใจเท่านั้น

ความรู้ที่สั่งสมมานานหลายปี ย่อมมิอาจทำให้คนผู้หนึ่งเปลี่ยนใจและเป้าหมายของตนเองไปได้

หลังจากที่หนิงเฟยจากไปแล้วนั้น เหลียนซวงพลางเอ่ยเตือนเฟิ่งจิ่วเหยียนออกมาด้วยท่าทีเป็นกังวลว่า

“ฮองเฮาเพคะ เรื่องนี้ท่านจักไม่เอาความกับนางจริง ๆ หรือเพคะ?

“พระสนมหนิงเฟยต้องการทำร้ายให้ท่านมิอาจสืบทอดทายาทได้เช่นนี้ นับว่านางมีจิตใจที่เหี้ยมโหดยิ่งนัก!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนกล่าวออกมาด้วยท่าทีเฉยเมย

“สิ่งที่เจ้าเห็นคือความโหดร้ายของเธอ แต่เจ้าเคยเห็นความทุกข์ทรมานที่นางต้องเผชิญในช่วงหลายปีที่ป่านมาหรือไม่เล่า?”

เหลียนซวงมิเข้าใจนักพลางส่ายหัวไปมา

เฟิ่งจิ่วเหยียนหันกลับไปมองต้นสนสตรีงาม พลางเอ่ยขึ้นมาอีกว่า

“นับแต่ต้นจนจบ ล้วนแต่เป็นความผิดของฝ่าบาท

“อีกด้านหนึ่ง หนิงเฟยที่อยู่ในตำหนักคนเดียวมานานหลายปี หากว่านางสามารถอดทนไปได้จริง ๆ แล้วละก็ ย่อมเป็นเรื่องที่ผิดปกติเป็นอย่างยิ่ง

“ในทางกลับกัน ฝ่าบาทที่แสดงท่าทีรักใคร่โปรดปรานข้าออกมาอย่างปลอมๆ เช่นนี้ นั่นจึงทำให้ข้าตกเป็นเหม้าหมายของผู้คนเสียมากกว่า

“ถึงแม้ว่าจะไม่มีหนิงเฟย ก็ยังมีนางสนมคนอื่น ๆ อีกมากมายที่คิดจะจัดการข้า

“หากว่าทุกคนต่างพากันฟาดฟันกันเองเช่นนี้ เกรงว่าภายในวังหลังคงมีคนไม่มากแล้ว”

สงครามการแย่งชิงของเหล่านางสนมนั้น หาได้เคยมีผู้ใดได้ชัยไปไม่

เหลียนซวงจึงเข้าใจได้ในทันที

เมื่อคิด ๆ ดูแล้ว ปัญหาทั้งหมดต่างก็เกิดขึ้นมาจากฝ่าบาทจริง ๆ

หากฝ่าบาทมิคิดกระจายน้ำฝนน้ำค้าให้เท่า ๆ กันนั้น หนิงเฟยก็คงมิต้องมาเป็นบ้าเช่นนี้

เมื่อเอ่ยถึงโจโฉ โจโฉก็มาถึง

“ฝ่าบาทเสด็จ——”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย