เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 348

“หม่อมฉันถวายบังคมฝ่าบาทเพคะ”

เซียวอวี้เข้ามาช่วยพยุงเฟิ่งจิ่วเหยียนด้วยตัวเอง “มิจำเป็นต้องมากพิธี”

ทันทีที่เซียวอวี้จับไปที่แขนของนางนั้น เขาก็สัมผัสได้ถึงท่าทีต่อต้านของเฟิ่งจิ่วเหยียนได้ในทันที

เนื่องจากนางพยายามหลีกเลี่ยงเขาด้วยท่าทีที่เป็นธรรมชาติ

คิ้วของเซียวอวี้ขมวดคิ้วลงครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมาเป็นดังเดิม

เดิมทีฮองเฮาก็มิชอบเข้าหาผู้อื่นหรือใกล้ชิดผู้อื่นอยู่แล้ว เกรงว่านี่คงเป็นเรื่องราวที่ฝังใจของนางก่อนหน้านั้นกระมัง

“วันนี้เป็นวันเกิดของเจ้า เราย่อมต้องมาอยู่กับเจ้า”

เดิมทีเฟิ่งจิ่วเหยียนควรจะโค้งคำนับขอบคุณสำหรับความโปรดปรานที่ฝ่าบาทมีให้แก่นาง

หากแต่นางกลับแน่นิ่งไปเฉย ๆ

ในความทรงจำของนางพลันมีเสียงดังขึ้นมาว่า – “จากนี้ไปวันเกิดของเจ้านั้น ข้าจักมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้า”

เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงรีบร้อนควบคุมอารมณ์ที่เกิดขึ้นมาในทันที

“ขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ”

เซียวอวี้ที่เห็นว่านางมีท่าทีผิดปกติไปนั้น ก็หาได้เอ่ยถามอันใดให้มากความไม่

ยามเช้าเขาได้สั่งให้คนนำของขวัญมามอบให้นางไปแล้ว ล้วนแต่เป็นสิ่งของล้ำค่าและเครื่องประดับราคาแพงทั้งนั้น

ทว่า ในยามนี้เองหลิวซื่อเหลียงก็ได้สั่งให้ข้ารับใช้นับสิบคนเข้ามา พร้อมกับกล่องไม้ในมือคนละกล่อง

หลังจากนั้น หลิวซื่อเหลียงจึงเปิดผ้าขึ้นพร้อมเอ่ยแนะนำสิ่งของออกมาทีละชิ้น

“ฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ นี่เป็นผ้าไหมฝูกวง ในวังหลวงนั้น การจะมีผ้าผืนนี้แม้แต่เพียงนิ้วเดียวก็หาได้ยากยิ่ง

“ชุดหมากรุกชุดนี้ ตัวหมากรุกสีดำทำจากหยกดำ ตัวหมากรุกสีขาวนั้นเลือกทำมาจากหยกขาวเนื้อแพะชั้นดี ใช้เวลาสร้างหมากรุกชุดนี้ถึงสามปีพ่ะย่ะค่ะ ราคารเทียบเท่าเมือง...”

แม้จักเป็นเช่นนั้น ซุนหมัวมัวที่ใช้ชีวิตอยู่ในวังหลวงเป็นเวลานาน ยังน้อยครั้งที่จะได้เห็นสิ่งของอันล้ำค่าเหล่านี้

ทว่า เมื่อชำเลืองมองดูฮองเฮาแล้ว เหตุใดถึงไม่มีแม้แต่รอยยิ้มเลยเล่า?

หลังจากที่หลิวซื่อเหลียงแนะนำของทุกชิ้นจบแล้วนั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนเพียงแค่แสดงความเคารพออกมาด้วยท่าทีเฉยเมยว่า

“ขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ”

บนใบหน้าของนางหาได้มีคลื่นอารมณ์ใด ๆ ไม่ ทั้งยังมิมีท่าทีตื่นเต้นดีใจอีกด้วย

เซียวอวี้ขมวดคิ้วลงเล็กน้อย

“มิชอบงั้นหรือ?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยปฏิเสธออกมา

“ไม่เพคะ หม่อมฉัน...ชอบมันมาก”

ปากหาได้ตรงกับใจไม่

เซียวอวี้จักมองไม่ออกหรืออย่างไร?

เซียวอวี้มิได้แสดงอาการอันใดออกมา ก่อนจะโบกมือเรียกให้ข้ารับใช้มานำของออกไป

หลังจากนั้น เขาก็อยู่รับสำรับมื้อค่ำกับเฟิ่งจิ่วเหยียน

ซุนหมัวมัวที่เห็นเช่นนั้น นางรู้สึกมีความสุขราวกับตนเองได้รับความโปรดปรานก็ไม่ปาน

ไม่แน่ว่าคืนนี้ฮองเฮาอาจจะได้ร่วมบรรทมกับฝ่าบาทก็เป็นได้!

หากสามารถตั้งครรภ์ได้ในคราวเดียวนั้น ย่อมเป็นเรื่องที่ดียิ่ง!

……

ข่าวลือที่ฝ่าบาทส่งของขวัญให้ฮองเฮามากมายนั้น ไม่นานข่าวลือนี้ก็แพร่ไปทั่ววังหลวง

เหล่านางสนมที่มีท่าทีไม่ค่อยพอใจนั้น แต่พวกนางก็ได้แต่เก็บเอาไว้ภายในใจเท่านั้น

ตำหนักซินฮุ่ย.

ชิวหงพลางเอ่ยพูดคุยพลางคอยปรนนิบัติมู่หรงฉานยามรับสำรับมื้อค่ำเอาไว้ไม่ห่าง

“พระสนมเพคะ ฮองเฮาช่างเป็นพวกพูดอย่างกระทำอีกอย่างจริง ๆ เลยนะเพคะ กล่าวว่าตนเองประหยัดมัธยัสถ์ มิยอมจัดงานเลี้ยง สุดท้ายของขวัญที่พระนางได้รับนั้น มูลค่าของมันกลับสามารถจัดงานเลี้ยงภายในพระราชวังได้ไม่รู้กี่ครั้ง!

“บ่าวเห็นมาหมดแล้ว พระนางย่อมจงใจไม่ยอมจัดงานเลี้ยงในวันเกิดของตนเองเพื่อให้ฝ่าบาทคิดว่าฮองเฮายอมขาดทุน…”

ปึก!

มู่หรงฉานพลันวางตะเกียบลง หาได้แสดงท่าทีโกรธเกรี้ยวออกมาไม่

ชิวหงรีบก้มหน้ารับผิดในทันที

“เป็นบ่าวที่ปากมาก! พระสนมได้โปรดให้อภัยบ่าวด้วยเถิดเพคะ!”

สิ่งที่เขาได้ยินเป็นครั้งสุดท้ายนั้น เขาได้ยินฝ่าบาทกล่าวออกมาว่า – “ข้าจับต้องเจ้ามิได้เลยงั้นหรือ?”

หลิวซื่อเหลียงรีบปิดประตูตำหนักเพื่อปิดกั้นเรื่องราวทุกอย่างในทันที

เมื่อหันกลับมานั้น พลันเห็นท่าทีเป็นกังวลของนางกำนัลนามว่าเหลียนซวงผู้นั้น

หลิวซื่อเหลียงจึงได้เอ่ยไล่นางไปว่า “ไปไปไป อย่ามายุ่งวุ่นวายอยู่ที่นี่”

ด้านในตำหนักนั้น

เซียวอวี้กอดเฟิ่งจิ่วเหยียนเอาไว้อย่างเต็มแรง พลางใช้สายตาจ้องมองนางไปด้วยความก้าวร้าว

เฟิ่งจิ่วเหยียนเกลียดสายตาเช่นนี้ของเขายิ่งนัก

นางพยายามหันหน้าไปทางอื่น แต่เขาก็มักจะจับหน้านางหันกลับมาทุกรอบ

การกระทำที่ไร้มารยาทเช่นนี้ ยิ่งทำให้เฟิ่งจิ่วเหยียนนึกโมโหยิ่งนัก

“ท่านต้องการจะทำอันใดกันแน่!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนทนไม่ไหวแล้ว

เมื่อเห็นท่าทีของนางเช่นนี้ ทำเอาเซียวอวี้แย้มยิ้มออกมาแทนที่จะรู้สึกโกรธ

เขาเบื่อที่จะต้องมาเห็นใบหน้าไร้อารมณ์ของนางแล้ว ยามที่นางโกรธโมโหเช่นนี้ช่างน่าสนใจยิ่งนัก

“เจ้ามิใช่ทำเป็นเพียงแค่หน้าตายหรือ? ลองทำดูอีกครั้งสิ”

เซียวอวี้เอ่ยเตือนเป็นนัยยะออกมา

ทันใดนั้น สายตาของเขากลับไปหยุดลงที่ริมฝีปากของนาง

ริมฝีปากสีชมพูที่อวบอิ่มนั้น ราวกับมีคำเขียนเชิญชวนเขาเอาไว้ให้ได้ลองลิ้มลอง

ครั้งสุดท้ายที่จูบนางนั้น เป็นคืนวันพระราชสมภพของเขา

ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปไม่ถึงสิบวัน ทว่า เขากลับรู้สึกว่ามันนานนัก

เซียวอวี้จับคางของนางเงยขึ้นมา พร้อมก้มหน้าลงไป

ยามที่ริมฝีปากกำลังก้มลงไปจุมพิตนั้น กลับได้ยินนางเอ่ยขึ้นมาว่า

“ฝ่าบาทเพคะ การที่ท่านทำเช่นนี้กับหม่อมฉัน จักทำให้หม่อมฉันเข้าใจผิดเอาได้ว่าท่านชมชอบหม่อมฉันมากจริง ๆ นะเพคะ”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย