เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 372

เซียวอวี้วางถ้วยสุราลงอย่างว่าง่าย น้ำเสียงผ่อนคลายสงบนิ่ง

“ได้ ตามที่ฮองเฮาว่า”

หลิวซื่อเหลียง : ?

เหตุใดจึงไม่เหมือนอย่างที่เขาคิดเอาซะเลย?

เฟิ่งจิ่วเหยียนเองก็นึกไม่ถึงเช่นกันว่าเขาจะฟังนางถึงเพียงนี้

นางเพียงแต่เกรงว่าถ้าเขาดื่มมากจนเมามายไปจะทำลายแผนการของนางก็เท่านั้น

ขุนนางใหญ่ที่นั่งอยู่เมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้ ต่างเกิดความรู้สึกซาบซึ้งใจ

“ฝ่าบาท ครานี้แคว้นจ้าวพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ สาแก่ใจยิ่งนัก!”

“พวกเขาครอบครองผังการวางกำลังป้องกันปลอมดั่งสมบัติล้ำค่า จนนึกว่าจะสามารถทลายแนวป้องกันของหนานฉีเราได้ ช่างเพ้อเจ้อเสียจริง”

“ฝ่าบาท ชายแดนเหนือมีเด็กหนุ่มผู้หนึ่งนาม ‘จางฉี่หยาง’ ครานี้สร้างผลงานการศึกไม่น้อยเลย มีอนาคตยิ่งนัก!”

“จางฉี่หยาง? ชื่อนี้คุ้นหูอยู่บ้าง ใช่เด็กหนุ่มที่มอบหินเซวียนอิงให้เราในตอนนั้นหรือไม่?”

“ใช่แล้ว เขานั่นแหละ!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนจิบสุราอึกหนึ่งโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า

เซียวอวี้เกิดความรู้สึกสนใจในตัวของจางฉี่หยางขึ้นมา

ศิษย์ของซูฮ่วน ย่อมไม่ใช่คนธรรมดา

หากเขาสามารถทำงานรับใช้ราชสำนักต่อไป ราชสำนักย่อมไม่ปฏิบัติต่อเขาอย่างไม่ยุติธรรมแน่

“ถ่ายทอดราชโองการเราลงไป นับจากวันนี้เป็นต้นไป แต่งตั้งจางฉี่หยางเป็นหัวหน้ากอง!”

“พ่ะย่ะค่ะ!”

เหล่าขุนนางกล่าวด้วยความยินดี “ขอแสดงความยินดีด้วยพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท ทรงมีคนรุ่นใหม่อายุน้อยที่กล้าหาญและมากความสามารถ สวรรค์ปกป้องคุ้มครองแคว้นหนานฉีของเรา!”

ยากนักที่เซียวอวี้จะรู้สึกยินดีไปกับเหล่าขุนนางอย่างไร้มาดเคร่งขรึมน่าเกรงขามดั่งในวันวาน

หลังจากงานเลี้ยงเล็กจบลง

เฟิ่งจิ่วเหยียนมีเรื่องจะพูดคุยกับฮ่องเต้ ที่บังเอิญก็คือเซียวอวี้เองก็มีเรื่องจะสั่งเช่นกัน

“ฮองเฮา ตามเราไปตำหนักจื้อเฉิน”

......

ตำหนักจื้อเฉินนั้นน่าเกรงขาม ไม่อาจล่วงเกินได้เหมือนกับฮ่องเต้ที่ทรงประทับอยู่ที่นี่

เฟิ่งจิ่วเหยียนมาที่นี่เป็นครั้งที่สอง

ซุนหมัวมัวผู้มีบุญได้มาเยือนตำหนักชั้นในของฮ่องเต้เดินตามฮองเฮา ในใจตื่นเต้นจนยากที่จะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้

นางเหมือนคนป่าคนเขาที่ได้เข้าเมืองเป็นครั้งแรก อดไม่ได้ที่จะมองซ้ายมองขวา รู้สึกตื่นตาตื่นใจกับทุกสิ่งเบื้องหน้า

จากนั้นนางที่คิดจะตามฮองเฮาเข้าไปในตำหนักชั้นในด้วย ก็ถูกหลิวซื่อเหลียงขวางเอาไว้

นี่หมายความว่าอย่างไร?

ด้านในไม่ต้องการข้าหลวงรับใช้แล้วหรือ?

ภายในตำหนัก

เฟิ่งจิ่วเหยียนสวมชุดในวังเป็นทางการทั้งร่าง ทั้งหนาทั้งหนัก

ในชายแขนเสื้อกว้างของนางซ่อนสิ่งของเอาไว้มากมาย

ยามที่นางคิดอยากจะเปิดปากนั้นเอง เบื้องหน้าสายตาก็ปรากฏกล่องผ้าไหมขึ้น

นางไม่เข้าใจ จึงเงยหน้าขึ้นมองบุรุษที่อยู่ตรงหน้า

แววตาของเซียวอวี้เรียบนิ่ง ทว่าไม่ได้เย็นยะเยือกดั่งวันวาน

นางยังไม่ทันจะพูดจบ เซียวอวี้ก็ขัดจังหวะขึ้น

“เจ้าเป็นภรรยาของเรา มีอะไรไม่เหมาะสมกัน ฮองเฮา เราจะพูดเพียงครั้งเดียวเท่านั้น เมื่อสวมมันแล้ว เจ้าก็จะเป็นฮองเฮาของเราตลอดไป คืนนั้น...เป็นเราที่ทำให้เจ้ากลัว”

ทั้ง ๆ ที่รู้ว่านางเคยผ่านเหตุการณ์น่าเศร้าสลดมา เขากลับรีบร้อนให้นางยอมรับตน

ทั้งทำเรื่องที่เกินเลยกับนาง ทั้งพูดคำที่เกินเลยใส่นาง

เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่รู้ว่าเขากำลังพูดเรื่องอะไร

นางเงยหน้าขึ้นแล้วสบตากับเขา

ในดวงตาของเขา มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนคนที่นางเคยรู้จัก

นางเคยเห็นในดวงตาของผู้คนมากมาย อย่างเช่น หร่วนฝูอวี้

สิ่งนี้ทำให้ใจของนางพลันหนักอึ้ง

ฮ่องเต้ชอบนาง?

บ้าไปแล้วหรือ!

นางรีบพูดขัดเซียวอวี้

“ฝ่าบาท ท่านฟังข้าพูดก่อนเพคะ!”

เซียวอวี้กุมปิ่นด้ามนั้นแน่น เขาดื่มสุราแล้ว ยามนี้จะต้องพูดความในใจออกมาให้ได้

“ไม่ เจ้าฟังเราพูดก่อน!

“เรารู้ว่าเจ้าคือใคร พิษวารีสวรรค์ในตัวข้า เจ้าเป็นคนถอนพิษ...”

แววตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนเปลี่ยนไปเล็กน้อย

เขารู้ได้อย่างไรกัน!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย