เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 374

เฟิ่งจิ่วเหยียนกล่าวอย่างหนักแน่น

“ทูลฝ่าบาท เรื่องที่ข้าแต่งงานแทนนั้นตระกูลเฟิ่งไม่รู้เรื่องจริง ๆ เพคะ”

เซียวอวี้ไม่พูดอะไร เพียงจ้องมองนางอย่างเย็นชา ราวกับต้องการมองทะลุไปในจิตวิญญาณของนาง

ดวงตาสองคู่ประสานกัน ภายในตำหนักเงียบสงัดจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของเขาที่ไม่เป็นจังหวะด้วยความโกรธ

จากนั้นเขาก็ปล่อยมือออกจากคางของนาง เขาหันกายอย่างรวดเร็วและดุดัน หันหลังให้นาง

เขาประสานมือไว้ด้านหลัง กำหมัดแน่น

ทำให้ดูออกว่าเขาสกัดกั้นความโกรธเอาไว้

“เรื่องใหญ่เช่นนี้ตระกูลเฟิ่งจะไม่รู้เรื่องได้อย่างไร?

“นี่เจ้าคิดว่าเราหลอกง่าย หรือมั่นใจว่าเราไม่มีทางเอาเรื่องเจ้ากัน!

“ทว่าเจ้าไม่ควร...ไม่ควรอธิบายเรื่องนี้ให้เราฟังในคืนนี้ ยามนี้

“เจ้าทำทุกอย่างพังหมดแล้ว!”

ทำลายปิ่นหงส์ด้ามนั้น ทำลายความเชื่อใจที่เขายากจะมี

เขาคิดว่าในวังหลังที่มีแต่คำหลอกลวงนี้ ฮองเฮาจะเป็นข้อยกเว้น

นึกไม่ถึงว่านางก็ไม่ต่างจากผู้อื่นเลย!

“ฝ่าบาท...”

“หุบปาก! ยามนี้เราไม่อยากได้ยินเจ้าพูดอีก!” เซียวอวี้โมโหอย่างที่สุด เขาหันกลับมาตวาดด้วยความโกรธ

ทว่าเมื่อสบตาเข้ากับดวงตาที่สงบนิ่งคู่นั้น เขากลับไม่อาจหลีกหนีความทรงจำเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่พวกเขาข้ามผ่านมาด้วยกันได้เลย

เพื่อที่จะช่วยเขาถอนยาพิษ นางจึงได้รับบาดเจ็บหนัก นางกอดเขากล่าวว่าอยากเป็นภรรยาของเขา...

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง

ฮองเฮานาง...หาได้มีเจตนาร้ายไม่

หลังจากเงียบมานาน เซียวอวี้ก็ลดความโกรธลงไปได้บ้างแล้วถามว่า

“ดังนั้น เรื่องยาลับ การฟื้นฟูบาดแผล ก็เป็นเรื่องโกหกรึ”

เขาเพียงอยากรู้ว่านางยังมีความลับปิดบังเขาอยู่อีกกี่เรื่อง

เฟิ่งจิ่วเหยียนหยักหน้า

เซียวอวี้มองนางอย่างประเมินด้วยแววตาเคร่งขรึม

มิน่าเล่าตอนแรกที่ตรวจร่างกายนางถึงได้ยังเป็นสตรีพรหมจรรย์...

ที่จริงแล้วหากคิดดูอย่างละเอียด เรื่องการแต่งแทน นางเองก็คงถูกบีบบังคับอย่างไร้ทางเลือก

บางทีอาจเป็นเพราะเหตุนี้นางจึงไม่กล้าทำเรื่องระหว่างสามีภรรยากับเขา ไม่ยอมเปิดใจให้เขา คิดว่าตนไม่คู่ควรกับการเป็นฮองเฮา

ที่จริงนางสามารถปิดบังความจริงนี้ต่อไปได้ ทว่านางก็สารภาพความจริงกับเขาแล้ว

นี่ไม่ใช่ ‘การแสดงความจริงใจ’แบบหนึ่งหรอกหรือ

ในความเป็นจริงเมื่อเทียบกับการที่นางหลอกเขาตลอดไปแล้ว เขายินยอมให้นางบอกความจริงมากกว่า

เมื่อคิดได้เช่นนี้ ความโกรธของเซียวอวี้ก็หายไปมากแล้ว

หลังจากใจเย็นลงแล้ว ยามนี้เขาถึงกับรู้สึกถึงความยินดีสายหนึ่งเสียด้วยซ้ำ

“เป็นใครกัน?”

“เมิ่งเฉียวม่อ”

สีหน้าเซียวอวี้มืดครึ้มทันที เขารู้สึกเพียงว่านางกำลังพูดเพ้อเจ้อ

“จะเป็นนางได้อย่างไร? เจ้ามีหลักฐานอะไร!

“เมิ่งเฉียวม่อเป็นแม่ทัพหญิงคนแรกของหนานฉี จงรักภักดีต่อแคว้น สร้างความดีความชอบในสนามรบจนนับไม่ถ้วน การใส่ร้ายขุนนางภักดี ความผิดนี้ยังร้ายแรงยิ่งกว่าเรื่องที่เจ้าแต่งงานแทนเสียอีก!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนกล่าวตอบ

“ฝ่าบาท ไม่ใช่การใส่ร้ายเพคะ ข้ามีหลักฐาน หนึ่งในนั้นก็คือหลิงเยี่ยนเอ๋อร์ นางสามารถเป็นพยานได้”

เมื่อได้ยินนางกล่าวถึงหลิงเยี่ยนเอ๋อร์ เซียวอวี้ยิ่งรู้สึกไม่เชื่อ

“หลิงเยี่ยนเอ๋อร์จะเป็นพยานได้อย่างไร? นางหายตัวไปตั้งแต่ถูกเนรเทศแล้ว ยามนี้อยู่ที่ใดยังไม่อาจทราบได้ เป็นหรือตายก็ไม่...”

เมื่อพูดถึงตรงนี้เขาก็หยุดกะทันหัน เขาพลันมองไปที่เฟิ่งจิ่วเหยียนอย่างตกตะลึง

หรือว่า...

จากนั้นเฟิ่งจิ่วเหยียนก็กล่าวพิสูจน์การคาดเดาของเขา

“หลิงเยี่ยนเอ๋อร์ยังไม่ตาย นางถูกข้าจับขังไว้เพคะ”

“ฮองเฮา!” ความโกรธที่เซียวอวี้เพิ่งจะกดลงไป พลันกลับขึ้นมาอีกครั้ง

สีหน้าของเขาแฝงด้วยความโกรธ “เป็นการทำก่อนรายงานทีหลังที่ดีเสียจริง! เจ้ากล้าดีอย่างไร!”

เขาคาดไม่ถึงจริง ๆ ว่าเป็นนางที่จับหลิงเยี่ยนเอ๋อร์ไป!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย