เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 383

เฉียวม่อจมอยู่กับความโศกเศร้าและความคับแค้นที่ถูกอาจารย์กับอาจารย์หญิงทอดทิ้งและหักหลัง จนเกือบลืมไปว่าตนยังมีป้ายทองไว้ชีวิต

เมื่อครู่นางคิดว่าตนเองต้องตายอย่างแน่นอน

ในยามนี้ดวงตาของนางมีประกายแห่งความหวังปรากฏขึ้นอีกครั้ง

เฉียวม่อพลันเปลี่ยนอารมณ์ทันที นางคุกเข่าลงและยอมรับความผิด

“ฝ่าบาท หม่อมฉันทำผิดสมควรตาย!

“เรื่องกองทัพมังกรพยัคฆ์ หม่อมฉันทำเพื่อล่อศัตรูเข้ามาติดกับ

“แม้ว่าแผนนี้จะสำเร็จและยึดครองรัฐเหลียงได้ แต่หม่อมฉันก็ต้องทนอยู่กับความทุกข์และความรู้สึกผิดมาตลอด

“ทว่าถึงแม้จะให้โอกาสหม่อมฉันอีกครั้ง หม่อมฉันก็ยังจะสละสิ่งที่ไม่สำคัญเพื่อปกป้องสิ่งที่สำคัญ ใช้สิ่งเล็กเดิมพันกับสิ่งใหญ่ หากถึงคราวจำเป็นแม้แต่ตนเองก็ยอมสละได้”

ต้องบอกว่าเฉียวม่อเรียกสติกลับมาได้เร็ว และหาข้อแก้ตัวที่สวยหรูให้กับตนเองได้

นางมั่นใจว่าฮ่องเต้ก็ต้องสละคนที่ไม่สำคัญเพื่อประโยชน์ส่วนรวมเช่นเดียวกับนาง

เมื่อตอนที่เขานำทัพออกศึก เผชิญกับสถานการณ์คับขัน เขาก็เสียสละกองกำลังส่วนน้อย จนทำให้ฝ่าวงล้อมของศัตรูได้สำเร็จ

ฮ่องเต้ถูกโน้มน้าวจนสำเร็จหรือไม่นั้นไม่มีผู้ใดรู้ ทว่าองค์หญิงใหญ่ทรงเชื่ออย่างสนิทใจ

นางรู้สึกว่าสิ่งที่เฉียวม่อพูดนั้นมีเหตุผล

“ฝ่าบาท เหล่าทหารทำศึกนองเลือดก็เพื่อปกป้องดินแดนมิใช่หรือ? การเสียสละของคนหลายร้อยคน เพื่อแลกกับรัฐบริวารที่ยิ่งใหญ่ให้กับหนานฉี และยังทำให้ภายภาคหน้าสิบปีหรือกระทั่งร้อยปีชายแดนเหนือไม่ต้องสู้รบกับรัฐเหลียงอีก นับว่ามีคุณประโยชน์อย่างยิ่ง!

“จริงอยู่ว่าเมิ่งเฉียวม่อมีความผิด ทว่าความดีความชอบนี้ส่งผลชั่วลูกชั่วหลาน

“หากเหล่าทหารของกองทัพมังกรพยัคฆ์รู้ว่า การเสียสละของพวกเขาแลกมาด้วยชัยชนะที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ จะต้องยิ้มอย่างมีความสุขในปรโลกแน่นอน”

แววตาของเซียวอวี้เยือกเย็น

“ไม่ควรมีผู้ใดต้องเสียสละ

“นอกจากนี้ เสด็จพี่หญิงควรศึกษากลยุทธ์ทางการทหารให้มากขึ้น จะได้รู้ว่าการเสียสละของกองทัพมังกรพยัคฆ์นั้นล่อศัตรูให้เข้ามาติดกับได้จริงหรือไม่”

เฟิ่งจิ่วเหยียนเห็นด้วยกับคำพูดของเขาอย่างยิ่ง

นางก็แปลกใจเช่นกัน เขาในฐานะจักรพรรดิ จะยังสนใจความเป็นความตายของทหารธรรมดาทั่วไปด้วย

นี่ไม่เหมือนเป็นคำพูดที่เขาจะพูดออกมาได้

สีหน้าของเฉียวม่อเริ่มเปลี่ยนไป นางฝืนรักษาท่าทีเป็นจงรักภักดี

“ฝ่าบาท หม่อมฉัน...”

นางกำลังจะเอ่ยปากก็ถูกเซียวอวี้ขัดจังหวะ

สีหน้าของเขาเยือกเย็นดุดัน ราวกับราชสีห์น่าเกรงขาม แค่เห็นแวบเดียวก็รู้สึกสั่นสะท้าน

“ยิ่งไปกว่านั้น ถึงแม้เรื่องกองทัพมังกรพยัคฆ์จะพอฟังขึ้น แต่ยังมีกรณีของเฟิ่งเวยเฉียงอีก

“เมิ่งเฉียวม่อ ผิดก็ว่าไปตามผิด หากเจ้าแก้ต่างอีก จะทำให้เรายิ่งรู้สึกว่าเจ้าสมควรตาย”

เฉียวม่อเย็นเยียบไปทั้งตัว

ม่านตาของนางหดลง นางกัดริมฝีปาก และรู้สึกหวาดหวั่น

องค์หญิงใหญ่มีสีหน้าสับสน ไม่สามารถเอ่ยแม้ประโยคเดียวเช่นกัน

ต่อให้การตายของกองทัพมังกรพยัคฆ์ เมิ่งเฉียวม่อจะสละสิ่งที่ไม่สำคัญเพื่อปกป้องสิ่งที่สำคัญก็ตาม

แต่เฟิ่งเวยเฉียงเล่า?

เมิ่งเฉียวม่อใช้วิธีการชั่วร้ายเช่นนั้นเล่นงานหญิงสาวบริสุทธิ์ผู้หนึ่ง แท้จริงแล้วนางคิดอย่างไรกันแน่!

ที่จริงแม้องค์หญิงใหญ่จะไม่ได้ร้องขอ เซียวอวี้ก็ไม่คิดจะประหารชีวิตเฉียวม่อเช่นกัน

เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“จับเมิ่งเฉียวม่อไปขังที่คุกเทียนเหลา และให้จำคุกตลอดชีวิต!”

ความตายไม่ใช่เรื่องใหญ่

สำหรับคนทะเยอทะยานอย่างเฉียวม่อ ไม่มีสิ่งใดน่ากลัวกว่าการถูกลงโทษให้สูญเสียอิสรภาพ และไม่เห็นแสงตะวันไปตลอดกาล

ยิ่งไปกว่านั้น ในสถานที่อย่างคุกเทียนเหลา บุรุษสตรีปะปนกัน คนเลวทรามต่ำช้ามีอยู่มาก นางเป็นสตรีคนหนึ่ง จะต้องทนทุกข์ทรมานจนยากจะนึกภาพได้

สีหน้าของเฉียวม่อดูหม่นหมอง นางมองไปทางเฟิ่งจิ่วเหยียนตามสัญชาตญาณ

นางรู้สึกโกรธแค้น!

นางก็ยังลงมือช้าเกินไป!

นางควรจะฆ่าศิษย์พี่ตั้งแต่แรก!

ยังมีอาจารย์และอาจารย์หญิง นางไม่ควรใจอ่อนกับพวกเขา!

ทว่าตราบใดที่นางยังอยู่ในสถานะของแม่ทัพน้อยเมิ่ง ตราบใดที่นางยังมีชีวิตอยู่ นางก็มีโอกาสที่จะพลิกสถานการณ์กลับมาได้!

สุดท้ายนางมองไปทางองค์หญิงใหญ่ และส่งสายตาขอความช่วยเหลือ

องค์หญิงใหญ่กุมมือของนาง พร้อมกระซิบว่า

“เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าจะต้องช่วยเจ้าอย่างแน่นอน! ช่วยแน่นอน!”

หลังจากที่เฉียวม่อถูกพาตัวไป องค์หญิงใหญ่ก็จ้องมองเฟิ่งจิ่วเหยียนด้วยความโกรธ ราวกับว่าทั้งหมดนี้นางเป็นคนทำ

“ฝ่าบาท ท่านจัดการเมิ่งเฉียวม่อแล้ว แล้วสตรีผู้นี้เล่า นางสวมรอยเป็นเฟิ่งเวยเฉียง นางไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมจะเป็นฮองเฮา! ท่านจะจัดการกับนางอย่างไร?”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย