เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 408

เฟิ่งจิ่วเหยียนเดินทางมาพร้อมกับเซียวอวี้ นางยืนอยู่นอกประตู และได้ยินเสียงคำรามลั่นของหลิงเยี่ยนเอ๋อร์

นางทนฟังไม่ไหวแล้ว

คนเช่นหลิงเยี่ยนเอ๋อร์ แม้ว่าต้องตายก็จะไม่มีทางสำนึกผิดแน่นอน

เดิมนางคิดว่า หากปล่อยให้หลิงเยี่ยนเอ๋อร์ได้รับความทุกข์ทรมานในระดับเดียวกัน ก็ถือว่าไม่ติดค้างกันอีก

ทว่ายามนี้พิจารณาดูแล้ว การปล่อยหลิงเยี่ยนเอ๋อร์ไป จักนำมาซึ่งภัยพิบัติใหญ่หลวงยิ่งขึ้น

นางตระหนักดีเสมอ มิอาจดูแคลนความพยาบาทของคนผู้หนึ่งได้

และในยามนี้

หลิงเยี่ยนเอ๋อร์ได้ยินเสียงของฮองเฮาอยู่ที่นี่ด้วย พลันรู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก

นางคำรามด้วยความฉุนเฉียว

“เจ้าไสหัวออกไป! ข้าอยากพบแค่ฝ่าบาทเท่านั้น!

“นางคนชั้นต่ำ ข้าจะต้องให้ฝ่าบาทประหารเจ้าให้ได้!

“หากฝ่าบาทไม่ช่วยข้า ข้าก็จะลงมือด้วยตัวเอง! ข้าจะไม่มีวันปล่อยไป...อ้าก!”

หลิงเยี่ยนเอ๋อร์ก้มศีรษะลง และได้เห็นกระบี่ที่แทงทะลุหน้าอกของตนเองด้วยความไม่เชื่อ

ฝ่ายตรงข้ามลงมือรวดเร็วเกินไป นางยังไม่เห็นสัญญาณที่ชัดเจนก็ถูกกระบี่แทงเข้าแล้ว

มิต้องเอ่ยถึงหลิงเยี่ยนเอ๋อร์ เพราะแม้แต่ยอดฝีมือเช่นเซียวอวี้กับเฉินจี๋ ก็ไม่สามารถกีดกั้นเฟิ่งจิ่วเหยียนได้

ดูเหมือนนางจะเคลื่อนไหวเพียงพริบตาเดียว เฉินจี๋อยู่ใกล้กับห้องลับมากที่สุด ทว่าเมื่อสักครู่นี้กลับรู้สึกแค่ว่ามีกระแสลมพัดผ่านไป...

เขามองดูแผ่นหลังของฮองเฮาด้วยความเหลือเชื่อ และรู้สึกทึ่งกับการโจมตีที่รวดเร็วอย่างมากนี้!

เซียวอวี้ขมวดคิ้วแน่น คำพูดติดอยู่ในลำคอ พูดก็ไม่ดี ไม่พูดก็ไม่ดี

ในเวลานี้ หลิงเยี่ยนเอ๋อร์คว้าจับคมกระบี่เอาไว้โดยสัญชาตญาณ เพื่อป้องกันไม่ให้กระบี่แทงทะลุไปมากกว่านี้

นางตกตะลึงและหวาดกลัว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองฆาตกรที่สังหารนาง

แสงสาดส่องมาทางเบื้องหลังของคนผู้นั้น ส่งผลให้ใบหน้าของนางตกอยู่ในเงามืด

หลิงเยี่ยนเอ๋อร์รู้เพียง นางมีน้ำเสียงและรูปร่างเหมือนกับฮองเฮา

ทว่านางยังคิดไม่ออกเลย ฮองเฮาจะรู้วิชากระบี่ที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ได้อย่างไร...

เมื่อความตายมาเยือนตรงหน้า คล้ายว่านางจะได้รู้แจ้งแล้ว

“เจ้า...เป็นใคร!”

ดวงตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนเยือกเย็นยิ่งกว่าเกล็ดหิมะกลางเหมันตฤดู

ริมฝีปากของนางเปิดออกเบา ๆ น้ำเสียงคล้ายผุดมาจากอเวจี

“จดจำไว้ ผู้ที่ทรมานเจ้าและสังหารเจ้านั้น เป็นพี่สาวฝาแฝดของเฟิ่งเวยเฉียง——เฟิ่งจิ่วเหยียน ข้ารอให้เจ้ากลายเป็นวิญญาณพยาบาทแล้วมาหา อย่าจำผิดคนก็แล้วกัน”

สิ้นคำพูด นางเคลื่อนย้ายพลังภายในที่ฝ่ามือ กระบี่นั้นแทงทะลุร่างของหลิงเยี่ยนเอ๋อร์ในทันที

ดวงตาของหลิงเยี่ยนเอ๋อร์เบิกกว้าง และตื่นตระหนกมิรู้สิ้น

“เฟิ่ง จิ่ว เหยียน...”

ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง!

มิน่าเล่า บุตรีตระกูลเฟิ่งถึงสามารถรอดพ้นจากการตรวจร่างกายได้ ไม่น่าแปลกใจเลย ที่นางขี่ม้ายิงธนู และมีวิชากระบี่...

ที่แท้นางก็ไม่ใช่เฟิ่งเวยเฉียงมาตั้งแต่แรก!

หลิงเยี่ยนเอ๋อร์รู้สึกเกลียดตัวเองที่ไม่อาจค้นพบความลับนี้ได้เร็วกว่านี้

“ฝ่าบาท...”

นางยังไม่สิ้นลมหายใจ จึงต้องการจะบอกความลับนี้แก่เซียวอวี้

นางช่างโง่เขลา คิดว่าเซียวอวี้ที่ยืนอยู่ข้างนอกนั้น บางทีอาจจะไม่ได้ยินคำพูดของฮองเฮาเมื่อครู่นี้

“ฝังซะ”

บัดนี้เฉินจี๋ก็เพิ่งจะฟื้นคืนสติขึ้นมา

“พ่ะย่ะค่ะ!”

เซียวอวี้เอ่ยกับเฟิ่งจิ่วเหยียนที่ยังคงอยู่ในท่าน้อมคารวะ และสีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธแค้นนั้น

“มัวยืนนิ่งทำอันใดอยู่ รีบตามเราออกไป”

เฟิ่งจิ่วเหยียนค่อนข้างประหลาดใจ ที่เขามิได้ตำหนิ เรื่องที่นางลงมือสังหารหลิงเยี่ยนเอ๋อร์

ในรถม้าที่มุ่งหน้าสู่พระราชวัง

เซียวอวี้พลันเอ่ยขึ้นมา

“เจ้าส่งหลิงเยี่ยนเอ๋อร์ไปที่หอนางโลมใต้ดินหรือ”

ดูเหมือนว่าเขาเพิ่งจะมาซักไซ้เอาความยามนี้

เฟิ่งจิ่วเหยียนกล้าทำกล้ารับ “เพคะ”

แววตาของเซียวอวี้เย็นชา

“เพราะเหตุนี้ เจ้าจึงได้รู้ว่า นางเป็นสตรีที่ช่องคลอดตีบตันรึ?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนแทบจะไร้ซึ่งปฏิกิริยาใด ๆ

“เพคะ”

“เหตุใดจึงไม่ถามเรา”

เฟิ่งจิ่วเหยียนพลันขมวดคิ้ว

จักให้ถามเขาว่าอะไร? นางรู้สึกว่าค่อนข้างยากแก่การเข้าใจ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย