เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 409

เซียวอวี้จับจ้องมองตรงไปที่เฟิ่งจิ่วเหยียน และเอ่ยอีกครั้งอย่างเคร่งขรึม

“เหตุใดจึงไม่ถามเราว่า เคยโปรดปรานหลิงเยี่ยนเอ๋อร์บ้างหรือไม่”

สตรีที่ช่องคลอดตีบตันไม่อาจมีความสัมพันธ์ทางเพศกับบุรุษได้ อย่าบอกว่านางไม่รู้

เฟิ่งจิ่วเหยียนกล่าวอย่างชัดเจน

“ฝ่าบาท อันที่จริงแล้วเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับหม่อมฉันเลยเพคะ”

เมื่อเห็นสีหน้าของเขาพลันเย็นชาอย่างกะทันหัน นางจึงรีบกล่าวเสริม

“ถึงแม้จะเป็นสตรีที่ช่องคลอดตีบตัน ก็ถูกโปรดปรานได้ ดังนั้นหม่อมฉันจึงไม่สงสัยอันใดเพคะ” อย่างเช่น เขาทำเรื่องแบบนั้นไม่ได้

ในฉับพลัน สายตาของเซียวอวี้ก็พุ่งเข้าใส่นาง เสมือนเข็มที่แหลมคม

“แม่ทัพน้อยเมิ่งแสร้งเป็นบุรุษมานานแล้ว ทว่าเข้าใจความรักระหว่างชายหญิงดียิ่งนัก”

เฟิ่งจิ่วเหยียนหลุบตาลงอย่างนิ่งสงบ

“ฝ่าบาททรงยกย่องเกินไปแล้วเพคะ”

เซียวอวี้ : …

นางคิดว่าเขากล่าวชมนางจริง ๆ หรือ?

หลังจากความเงียบอันน่าประหลาดชั่วครู่นั้น เซียวอวี้ไม่เอ่ยอย่างอ้อมค้อม

“หลิงเยี่ยนเอ๋อร์ไม่เคยร่วมบรรทม ที่เราให้ความโปรดปรานแก่นาง ทั้งหมดเป็นเพราะในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา ต้องอาศัยเลือดหัวใจของนาง ถึงจะระงับพิษวารีสวรรค์ได้”

เมื่อเห็นว่าใบหน้าของเฟิ่งจิ่วเหยียนมิฉายแววประหลาดใจเลย เซียวอวี้พลันตระหนักถึงสิ่งหนึ่งได้

“คงมิใช่ว่าเจ้ารู้เรื่องนี้อยู่แล้วกระมัง”

เฟิ่งจิ่วเหยียนพยักหน้าอย่างไร้ระลอกคลื่น

“เพคะ หม่อมฉันรู้อยู่แล้วว่านางมีบทบาทอย่างไรต่อท่าน”

หลังได้เข้าใจเรื่องหนึ่งแล้ว ก็สามารถอนุมานเรื่องต่าง ๆ ที่คล้ายคลึงกันได้มากมาย

เซียวอวี้ระลึกขึ้นได้ หลังจากที่นางทุ่มเทล้างพิษให้เขาอย่างหนักได้เพียงไม่นาน หลิงเยี่ยนเอ๋อร์ก็ถูกตัดสินให้เนรเทศ

ทันใดนั้น เซียวอวี้พลันแสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์

เขาเอ่ยถามเฟิ่งจิ่วเหยียนด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก

“ในตอนแรกเริ่มเจ้าเคยกล่าวไว้ เพื่อล้างพิษวารีสวรรค์นั้น จักต้องดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอน

“ทว่าในยามนั้นเจ้ากลับล้างพิษให้เราหมดในคราวเดียว ก็เพื่อให้เราละทิ้งหลิงเยี่ยนเอ๋อร์โดยสิ้นเชิงใช่หรือไม่?”

เขาเป็นคนฉลาด จึงคาดเดาได้อย่างถูกต้อง

เฟิ่งจิ่วเหยียนเผชิญหน้ากับสายตาคมกริบของเขา เพื่อขจัดความเข้าใจผิดเหล่านั้นของเขา นางจำเป็นต้องอธิบาย

“ท่านตรัสได้ถูกต้องเพคะ

“การที่เสี่ยงชีวิตเพื่อล้างพิษให้ท่านนั้น เหตุผลหลักก็เพื่อ ตัดทางหนีทีไล่ของหลิงเยี่ยนเอ๋อร์เพคะ”

มิเช่นนั้นนางก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนขนาดนั้น เพราะมันทำให้สิ้นเปลืองกำลังภายในไปกว่าครึ่งหนึ่ง

หลังจากที่ได้รู้ความจริงแล้ว เซียวอวี้รู้สึกเหมือนถูกแมลงวันในห้องน้ำแว้งกัดก็มิปาน

เขาคิดอยู่เสมอว่า เพื่อช่วยล้างพิษให้เขานั้น นางเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด

ในใจเฟิ่งจิ่วเหยียนกำลังคิดว่า เซียวอวี้มีอารมณ์ที่ไม่แน่ไม่นอนเอาอย่างมาก

แน่นอนว่า นางมิได้คิดว่าตัวเองได้ทำสิ่งใดผิดไป

นางกำลังนึกฉงนว่า เขากำลังโกรธเรื่องอันใด?

ในยามที่ช่วยล้างพิษให้เขานั้น นางเป็นผู้ที่ต้องแบกรับผลลัพธ์ที่ร้ายแรงที่สุด

สำหรับคนทั้งสองไม่อาจเรียกว่ากำลังจูบกันได้ ให้เรียกว่าทำสงครามด้วยริมฝีปากและฟันจักดีกว่า

เพียงไม่นานนัก ผิวบริเวณมุมปากของเซียวอวี้ก็ปริแตก

เขาก็ไม่ได้สุภาพ และไม่รักหยกถนอมบุปผาใด ๆ พลันใช้มือจับคางของเฟิ่งจิ่วเหยียนไว้แน่น และก้มลงไปกัดคอนางอย่างแรง

เฉินจี๋รับหน้าที่เป็นสารถีอยู่ข้างนอกรถม้า ด้วยเสียงลมหวีดหวิดอยู่ข้างหู จึงไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวใด ๆ ภายในรถม้า ทว่าแค่รู้สึกได้อย่างราง ๆ ถึงตัวรถม้าที่ไม่ค่อยมั่นคงนัก

ราวกับว่าคนข้างในรถม้ากำลังลงไม้ลงมือกันแล้ว

ทันใดนั้น สายตาที่เฉียมคมของเฉินจี๋มองเห็นว่า มีคนกลุ่มหนึ่งยืนอยู่ในความมืดข้างหน้า

เขาพลันตื่นตัวขึ้นมา และรายงานทันที

“ฝ่าบาท เกิดเรื่องแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”

อาจเพราะเสียงของเขาไม่ดังพอ ฝ่าบาทจึงดูเหมือนจะไม่ได้ยิน

เฉินจี๋จึงเปิดม่านรถม้าขึ้น “ฝ่าบาท...”

ทว่า ฉากที่ปรากฏต่อหน้าต่อตานี้ ทำให้เขาตกใจเสียยิ่งกว่าการเห็นกลุ่มคนไม่ได้รับเชิญข้างนอกนั้นเสียอีก

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย