เซียวอวี้จับจ้องมองตรงไปที่เฟิ่งจิ่วเหยียน และเอ่ยอีกครั้งอย่างเคร่งขรึม
“เหตุใดจึงไม่ถามเราว่า เคยโปรดปรานหลิงเยี่ยนเอ๋อร์บ้างหรือไม่”
สตรีที่ช่องคลอดตีบตันไม่อาจมีความสัมพันธ์ทางเพศกับบุรุษได้ อย่าบอกว่านางไม่รู้
เฟิ่งจิ่วเหยียนกล่าวอย่างชัดเจน
“ฝ่าบาท อันที่จริงแล้วเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับหม่อมฉันเลยเพคะ”
เมื่อเห็นสีหน้าของเขาพลันเย็นชาอย่างกะทันหัน นางจึงรีบกล่าวเสริม
“ถึงแม้จะเป็นสตรีที่ช่องคลอดตีบตัน ก็ถูกโปรดปรานได้ ดังนั้นหม่อมฉันจึงไม่สงสัยอันใดเพคะ” อย่างเช่น เขาทำเรื่องแบบนั้นไม่ได้
ในฉับพลัน สายตาของเซียวอวี้ก็พุ่งเข้าใส่นาง เสมือนเข็มที่แหลมคม
“แม่ทัพน้อยเมิ่งแสร้งเป็นบุรุษมานานแล้ว ทว่าเข้าใจความรักระหว่างชายหญิงดียิ่งนัก”
เฟิ่งจิ่วเหยียนหลุบตาลงอย่างนิ่งสงบ
“ฝ่าบาททรงยกย่องเกินไปแล้วเพคะ”
เซียวอวี้ : …
นางคิดว่าเขากล่าวชมนางจริง ๆ หรือ?
หลังจากความเงียบอันน่าประหลาดชั่วครู่นั้น เซียวอวี้ไม่เอ่ยอย่างอ้อมค้อม
“หลิงเยี่ยนเอ๋อร์ไม่เคยร่วมบรรทม ที่เราให้ความโปรดปรานแก่นาง ทั้งหมดเป็นเพราะในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา ต้องอาศัยเลือดหัวใจของนาง ถึงจะระงับพิษวารีสวรรค์ได้”
เมื่อเห็นว่าใบหน้าของเฟิ่งจิ่วเหยียนมิฉายแววประหลาดใจเลย เซียวอวี้พลันตระหนักถึงสิ่งหนึ่งได้
“คงมิใช่ว่าเจ้ารู้เรื่องนี้อยู่แล้วกระมัง”
เฟิ่งจิ่วเหยียนพยักหน้าอย่างไร้ระลอกคลื่น
“เพคะ หม่อมฉันรู้อยู่แล้วว่านางมีบทบาทอย่างไรต่อท่าน”
หลังได้เข้าใจเรื่องหนึ่งแล้ว ก็สามารถอนุมานเรื่องต่าง ๆ ที่คล้ายคลึงกันได้มากมาย
เซียวอวี้ระลึกขึ้นได้ หลังจากที่นางทุ่มเทล้างพิษให้เขาอย่างหนักได้เพียงไม่นาน หลิงเยี่ยนเอ๋อร์ก็ถูกตัดสินให้เนรเทศ
ทันใดนั้น เซียวอวี้พลันแสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์
เขาเอ่ยถามเฟิ่งจิ่วเหยียนด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก
“ในตอนแรกเริ่มเจ้าเคยกล่าวไว้ เพื่อล้างพิษวารีสวรรค์นั้น จักต้องดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอน
“ทว่าในยามนั้นเจ้ากลับล้างพิษให้เราหมดในคราวเดียว ก็เพื่อให้เราละทิ้งหลิงเยี่ยนเอ๋อร์โดยสิ้นเชิงใช่หรือไม่?”
เขาเป็นคนฉลาด จึงคาดเดาได้อย่างถูกต้อง
เฟิ่งจิ่วเหยียนเผชิญหน้ากับสายตาคมกริบของเขา เพื่อขจัดความเข้าใจผิดเหล่านั้นของเขา นางจำเป็นต้องอธิบาย
“ท่านตรัสได้ถูกต้องเพคะ
“การที่เสี่ยงชีวิตเพื่อล้างพิษให้ท่านนั้น เหตุผลหลักก็เพื่อ ตัดทางหนีทีไล่ของหลิงเยี่ยนเอ๋อร์เพคะ”
มิเช่นนั้นนางก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนขนาดนั้น เพราะมันทำให้สิ้นเปลืองกำลังภายในไปกว่าครึ่งหนึ่ง
หลังจากที่ได้รู้ความจริงแล้ว เซียวอวี้รู้สึกเหมือนถูกแมลงวันในห้องน้ำแว้งกัดก็มิปาน
เขาคิดอยู่เสมอว่า เพื่อช่วยล้างพิษให้เขานั้น นางเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด
ในใจเฟิ่งจิ่วเหยียนกำลังคิดว่า เซียวอวี้มีอารมณ์ที่ไม่แน่ไม่นอนเอาอย่างมาก
แน่นอนว่า นางมิได้คิดว่าตัวเองได้ทำสิ่งใดผิดไป
นางกำลังนึกฉงนว่า เขากำลังโกรธเรื่องอันใด?
ในยามที่ช่วยล้างพิษให้เขานั้น นางเป็นผู้ที่ต้องแบกรับผลลัพธ์ที่ร้ายแรงที่สุด
สำหรับคนทั้งสองไม่อาจเรียกว่ากำลังจูบกันได้ ให้เรียกว่าทำสงครามด้วยริมฝีปากและฟันจักดีกว่า
เพียงไม่นานนัก ผิวบริเวณมุมปากของเซียวอวี้ก็ปริแตก
เขาก็ไม่ได้สุภาพ และไม่รักหยกถนอมบุปผาใด ๆ พลันใช้มือจับคางของเฟิ่งจิ่วเหยียนไว้แน่น และก้มลงไปกัดคอนางอย่างแรง
เฉินจี๋รับหน้าที่เป็นสารถีอยู่ข้างนอกรถม้า ด้วยเสียงลมหวีดหวิดอยู่ข้างหู จึงไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวใด ๆ ภายในรถม้า ทว่าแค่รู้สึกได้อย่างราง ๆ ถึงตัวรถม้าที่ไม่ค่อยมั่นคงนัก
ราวกับว่าคนข้างในรถม้ากำลังลงไม้ลงมือกันแล้ว
ทันใดนั้น สายตาที่เฉียมคมของเฉินจี๋มองเห็นว่า มีคนกลุ่มหนึ่งยืนอยู่ในความมืดข้างหน้า
เขาพลันตื่นตัวขึ้นมา และรายงานทันที
“ฝ่าบาท เกิดเรื่องแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
อาจเพราะเสียงของเขาไม่ดังพอ ฝ่าบาทจึงดูเหมือนจะไม่ได้ยิน
เฉินจี๋จึงเปิดม่านรถม้าขึ้น “ฝ่าบาท...”
ทว่า ฉากที่ปรากฏต่อหน้าต่อตานี้ ทำให้เขาตกใจเสียยิ่งกว่าการเห็นกลุ่มคนไม่ได้รับเชิญข้างนอกนั้นเสียอีก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...