เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 410

เฉินจี๋หยุดชะงักอยู่ตรงนั้นด้วยความงุนงง และไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตนเองมองเห็นเลย

ภาพที่เห็นคือ ฮองเฮากำลังนั่งคร่อมอยู่บนเอวของฝ่าบาท พลางจับตรึงข้อมือทั้งสองข้างของฝ่าบาท กดคนเอาไว้ชิดกับผนังของรถม้า และกัดลำคอของฝ่าบาท...

ท่าทางเช่นนี้ ดูเหมือนว่าฝ่าบาทกำลังถูก...บีบบังคับ?!!

ปฏิกิริยาตามสัญชาตญาณของเฉินจี๋คือ——ช่วยฝ่าบาท!

ทว่า ฮองเฮาพลันหันกลับมา และแววตาที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหารคู่นั้น ทำให้เขาอดรู้สึกหวาดกลัวมิได้

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาสั้น ๆ นั้น ร่างกายของเขาได้ตัดสินใจเลือกก่อนที่สมองจะคำนวณเสร็จสิ้น ซึ่งมันเป็นทางเลือกที่มีประโยชน์กับความอยู่รอดของเขาเอง

ฟึบ!

เฉินจี๋ลดม่านรถม้าลงอย่างเด็ดขาด

เขาปลอบใจตนเองว่า ฝ่าบาทก็ควรจะรื่นเริงไปด้วยกระมัง

ถูกต้อง จักต้องเป็นเช่นนั้นแน่นอน

อย่าว่าแต่เฉินจี๋แล้ว แม้แต่เซียวอวี้ก็มิเคยคาดคิดว่า ตนเองจะถูกสตรีนางหนึ่งควบคุมเอาไว้ มิหนำซ้ำยังอยู่ในท่าทางเช่นนี้...

เขาจ้องมองสตรีที่อยู่ตรงหน้าอย่างเย็นชา

ผมเผ้าของนางยุ่งเหยิง ริมฝีปากแดงก่ำ และบวมนิด ๆ

บนลำคอ ยังมีรอยฟันที่ชัดเจนประทับอยู่ด้วย ซึ่งมันเป็นรอยกัดจากเขาเอง

แน่นอนว่า เขาไม่อาจมองเห็นสภาพตัวเอง ที่มิต่างกันเท่าไรนัก

ฉลองพระองค์ที่ล้ำค่าถูกดึงกระชากจนยุ่งเหยิง มีรอยฟันคมกริบ เรียงรายอยู่บนลำคออย่างไม่เป็นระเบียบ

ไม่เหมือนเพิ่งเสร็จจากมีการสนิทสนม มันเหมือนรอยฟันของสัตว์ป่าเสียมากกว่า

แค่มองก็รู้สึกเจ็บแล้ว

ยามนี้ เฟิ่งจิ่วเหยียนเปรียบเสมือนราชสีห์ตัวเมีย ที่ปลดปล่อยพลังอำนาจบีบคั้นออกมา

“หากทนเรื่องนี้ได้ แล้วจะมีเรื่องอันใดทนมิได้อีก

“แม้ว่าท่านจะเป็นฮ่องเต้ ก็ไม่สามารถทำตามอำเภอใจได้!”

เมื่อครู่เขาปฏิบัติต่อนางเช่นไร นางพลันหัวร้อน และสนองกลับไปทั้งหมด

ในอดีตยามที่อยู่ต่อหน้าเขา นางยังมีความกังวลนานัปการ และไม่กล้าเปิดเผยตัวตนออกไปเลย ทว่ายามนี้มันแตกต่างออกไปแล้ว

นางสามารถต่อต้านได้ด้วยกำลังทั้งหมด

ขอเพียงใช้ท่าทางได้ถูกต้อง การโต้กลับเขาย่อมไม่ใช่ปัญหา

เช่นเดียวกับตอนนี้ นางจับมือของเขาไว้แบบนี้ เขาจึงไม่สามารถใช้พละกำลังได้

เซียวอวี้ตกตะลึงอยู่นาน พลันได้สติขึ้นมา

“ทำตามอำเภอใจหรือ? สิ่งที่เราอยากทำ มีมากกว่านี้นัก”

ทันทีที่เขาพูดจบ พลันได้ยินเสียงดังมาจากข้างนอก

“สังหารฮ่องเต้ทรราช!”

“ฮ่องเต้สุนัขสังหารแม่ทัพน้อยเมิ่ง พวกเราต้องการให้เจ้าชดใช้ด้วยชีวิต!”

“แม่ทัพน้อยเมิ่งพิทักษ์ชายแดนเหนือ เป็นยอดวีรบุรุษ คาดไม่ถึงว่าฮ่องเต้ทรราชจะสังหารนาง พวกเราต้องแก้แค้น!”

ทันใดนั้น คนทั้งสองที่เดิมอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียด พลันสงบศึกโดยปริยาย และหันขวับไปมองนอกรถม้าอย่างเกือบจะพร้อมกัน

เฉินจี๋ได้หยุดรถม้าเรียบร้อยแล้ว

อีกฝ่ายโค่นต้นไม้เพื่อปิดกั้นเส้นทาง มิอาจผ่านไปได้

ผู้คนข้างนอกเหล่านั้นไม่เคยมีใครพูดว่า “ฮองเฮาสุนัข”

เซียวอวี้อุ้มนางไว้ในแนวนอน ชายอาภรณ์ปลิวไสว และลงเหยียบพื้นอย่างมั่นคง

เขาก้มศีรษะมองนาง แย้มยิ้มแสดงการเหน็บแนมให้นางด้วย

“มิใช่การยัดเยียดให้ มันเป็นความจริง การที่เจ้ากัดเราเมื่อครู่นี้ เหมือนสุนัขเสียยิ่งกว่าสุนัข”

ศัตรูที่ดุร้ายอยู่ใกล้แค่เอื้อม เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงไม่มีอารมณ์มาเถียงกับเขาว่าผู้ใดเหมือนสุนัขมากกว่ากัน

“ท่านปล่อยหม่อมฉันลงได้แล้วเพคะ”

แม้ว่าสตรีจะอ่อนแอมากเพียงใด ย่อมเดินได้ด้วยตัวเองเสมอ

เซียวอวี้กลับไม่ยอมปล่อยนางลง

ทันใดนั้น ดวงตาของเขาพลันเย็นชา และออกคำสั่งขณะที่โอบกอดนางเอาไว้

“เตะ!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนก็เห็นนักฆ่าที่โจมตีมาจากทางด้านหลัง

ในยามที่เซียวอวี้ออกคำสั่งนั้น นางได้ยกเท้าขึ้นและเตะออกไปแล้ว

นักฆ่ายังไม่ทันได้ตอบสนอง ก็ถูกเตะจนลอยกระเด็นออกไป

ทั้งสองคนร่วมมือกันอย่างสมบูรณ์แบบ

ทันใดนั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนพลันได้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยใบหน้าหนึ่งอยู่ในฝูงชน

บุรุษผู้นั้นสวมอาภรณ์สีแดง และเขาโดดเด่นที่สุดในบรรดาผู้คน

“ฆ่า!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย