เมื่อคืนวานเซียวอวี้กำเริบเสิบสานยิ่ง คิดอาศัยแรงจากสุรามาบีบบังคับเฟิ่งจิ่วเหยียน
เฟิ่งจิ่วเหยียนหาใช่สตรีอ่อนแอทั่วไปไม่ จึงชกเขาเข้าเต็ม ๆ หนึ่งหมัด
ขณะนี้ผู้ที่ชกเขากำลังยืนอยู่เบื้องหน้าเขา ในมือถือไข่ไก่ที่ปอกเปลือกแล้วเอาไว้
ดวงตานั้นแตกต่างจากส่วนอื่นในร่างกาย ไม่อาจใช้กำลังภายในสลายเลือดคั่งได้ เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงได้แต่ใช้วิธีทั่วไป ทว่าผลลัพธ์ก็ช้ายิ่ง
ตั้งแต่เมื่อคืนวานจนถึงยามนี้ ได้ใช้ไข่ไก่ไปสิบกว่าฟองแล้ว
ทว่ารอยฟกช้ำบนดวงตาของเขาก็ยังไม่หายไป จึงไม่อาจพบใครได้
เซียวอวี้รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง จะใช้วิธีพูดเกลี้ยกล่อมแบบไหนไม่ดี
เขาไม่เคยพบสตรีที่แรงมากถึงเพียงนี้มาก่อน!
ชกมาหมัดหนึ่ง เขาก็เกือบจะตาบอดแล้ว
เฟิ่งจิ่วเหยียนใช้ไข่ไก่กลิ้งประคบรอบตาเขาหลายรอบ ทันใดนั้นเขาพลันจับข้อมือของนาง
“เจ้าช่างกำเริบเสิบสานเสียจริง!”
ตีคนไม่ควรตีหน้า ไม่ว่าอย่างไรเขาก็เป็นถึงฮ่องเต้ของแคว้น!
เฟิ่งจิ่วเหยียนสีหน้าเรียบนิ่งกล่าว “ท่านทำผิดก่อน”
เซียวอวี้เป็นฝ่ายผิดจริง ๆ
ทว่าเมื่อกลับมาคิดดู ต้องโทษเฟิ่งหมิงเซวียนน่าตายนั่น!
พูดหลักการบ้าบออะไรนั่น!
หากเฟิ่งหมิงเซวียนมาได้ยินคำพูดนี้จะต้องร้องตะโกนว่าถูกใส่ร้ายอีกเป็นแน่ อุบายนี้ของเขาใช้ได้ผลกับสตรีทั่วไป ทว่า ท่านก็ไม่ดูเสียบ้างว่าฮองเฮาเป็นคนอย่างไร นั่นใช่คนที่ท่านจะทำอะไรโดยไม่เลือกวิธีการได้อย่างนั้นหรือ?
เซียวอวี้ปล่อยมือของนางแล้วกล่าว “ประคบต่อไป”
เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่คิดจะฟังเขา
“เมื่อยแล้ว ท่านทำเองเถิด”
นี่เป็นเรื่องจริง นางไม่ได้นอนทั้งคืน ทั้งคืนเอาแต่กลิ้งประคบไข่ให้เขา
ครานี้นอกจากผลลัพธ์จะไม่เป็นไปตามที่เซียวอวี้ต้องการแล้วยังขาดทุนอีกด้วย
แม้เขาจะโทษใครไม่ได้ ทว่าเขาเลิกวางมาดได้
เมื่อเห็นเฟิ่งจิ่วเหยียนจะออกไป เขาก็ดึงชายเสื้อของนางเอาไว้ ใช้ดวงตาที่เขียวช้ำนั้นจ้องมองแล้วกัดฟันพูด
“เมื่อคืนวาน เราดื่มมากไป”
เฟิ่งจิ่วเหยียนตอบอย่างไม่ไว้หน้าว่า
“ท่านดื่มมากไปแล้วทำไมไม่ลงมือกับเฉินจี๋บ้างเล่า?”
เซียวอวี้คิดใช้ความเมามาตบตา ทว่าจนใจที่เฟิ่งจิ่วเหยียนนั้นดื้อรั้นยิ่ง พูดแทงใจดำจนเปิดเผยข้ออ้างของเขาออกมา
“ได้ เรายอมรับ เรา...มีความผิดจริง ๆ”
เฟิ่งจิ่วเหยียนกล่าวประโยคหนึ่งออกมานิ่ง ๆ ว่า “อย่าให้มีครั้งต่อไปอีก”
เฉินจี๋ที่อยู่ด้านนอกรายงาน “ฝ่าบาท รุ่ยอ๋องขอพบพ่ะย่ะค่ะ”
สภาพตอนนี้ของเซียวอวี้ แน่นอนว่าไม่อาจพบผู้ใดได้
“ไม่พบ!”
หลังจากรุ่ยอ๋องถูกปฏิเสธ หมอกแห่งความสงสัยในใจก็ยิ่งหนาแน่นขึ้น
ทว่าเขาไม่อาจขัดพระบัญชาได้ ทำได้เพียงกลับไปก่อนเท่านั้น
......
ณ กรมสรรพาวุธ
ราชทูตเป่ยเยี่ยนได้รับคำเชิญให้มาเข้าชม เขาตรงไปที่ปืนหอกไฟทันที
หัวหน้ากรมสรรพาวุธกระวนกระวายใจอย่างยิ่ง จึงเข้าวังเพื่อนำเรื่องนี้ไปกราบทูลฝ่าบาท
ทว่าเขากลับไม่ได้พบฝ่าบาท เป็นเฉินจี๋ที่รับความไปรายงาน
เวลานี้เฟิ่งจิ่วเหยียนเองก็อยู่ข้างกายเซียวอวี้ นางค้อมเอวยืนอยู่เบื้องหน้าเขาเพื่อช่วยประคบตา พลางกล่าวอย่างไม่สะทกสะท้านว่า
“ท่านวางใจเถิด ความมั่นใจว่าตัวเองถูกเสมอของเขานั้น ย่อมทำให้เขาต้องพบกับผลลัพธ์ที่ไม่ดีเป็นแน่”
เซียวอวี้เห็นนางมั่นใจเพียงนี้ก็ถาม “นี่ก็อยู่ในการควบคุมของเจ้าอย่างนั้นหรือ?”
แววตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนเย็นชา “เพคะ ต้องทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายเสีย ถึงจะไล่พวกเขาไปได้”
เซียวอวี้พลันกุมมืออีกข้างที่ว่างของนาง แล้วลูบฝ่ามือของนาง เขาเหลือบตาขึ้นมองอย่างลึกซึ้งแล้วกล่าวล้อตนเองเล่นว่า
“มือของแม่ทัพน้อยมีค่าควรเมือง หมัดนี้เราสมควรโดนแล้ว ว่าแต่เวลาใดเจ้าจึงจะทำให้ข้าสับสนบ้างเล่า?”
เฟิ่งจิ่วเหยียน: ประสาทหรือ?
นางดึงมือออกด้วยความรังเกียจ
“ทำตัวให้มันดี ๆ หน่อยเพคะ ไม่เช่นนั้นท่านก็ประคบเองเถิด”
ริมฝีปากบางของเซียวอวี้ยกขึ้นเล็กน้อย และพบว่านางหาได้พูดเล่นไม่
“เช่นนั้นก็พูดเรื่องจริงจังเถิด คนที่เราส่งไปคุ้มกันเหลียนซวงกลับมาแล้ว พวกเขาถูกทำให้หมดสติกลางทาง”
ระหว่างพูดเขาก็สำรวจปฏิกิริยาของนางไปด้วย
ทว่านางก็สมแล้วที่เป็นแม่ทัพผู้ผ่านสนามรบมามากมาย นางไม่แสดงสีหน้าอะไรออกมา
“ทว่าเราลืมบอกเจ้าไปว่า นอกจากองครักษ์สองนายแล้ว เรายังส่งองครักษ์ลับไปอีกคน”
การเคลื่อนไหวที่มือของเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันหยุดลง
องครักษ์ลับ...
นับว่าเขาทุ่มเทความคิดจริง ๆ !

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...