“ฮองเฮา เดี๋ยวก็จะได้พบหน้ากับสาวใช้ของเจ้าผู้นั้นแล้ว เหตุใดจึงดูไม่ยินดีเลยเล่า?” เซียวอวี้รู้สึกเบิกบานใจที่วางแผนได้เหนือกว่านางอีกขั้น
เขามองสำรวจคนตรงหน้า คิดอยากเห็นว่านางจะแสดงสีหน้าออกมาอย่างไร
ยามนั้นนางทุ่มเทความคิดอย่างมากในการส่งเหลียนซวงออกจากวัง เขามีลางสังหรณ์ว่านี่ไม่ปกติ จึงจัดวางหมากลับไว้เพิ่ม
เฟิ่งจิ่วเหยียนเหลือบขึ้นมอง สบตากับเขา
ดวงตาของนางราวกับมีรอยยิ้มบาง ๆ อยู่
เซียวอวี้มองจนตกอยู่ในภวังค์ ทว่าทันใดนั้น...
“เพละ!” เสียงดังขึ้นตามแรงในมือนาง เขาพลันรู้สึกเจ็บปวดบริเวณดวงตาอย่างรุนแรง
ไข่ทั้งฟองนั้น แตกจนเป็นผงสีเหลืองและขาวผสมกันเละเทะ กระจายไปทั่วดวงตาของเขา
“ฮองเฮา เจ้าคิดจะฆ่าสามีหรือไร!”
นางกำเริบเสิบสานเช่นนี้ได้อย่างไรกัน!
......
ณ ชายแดนเหนือ
คู่สามีภรรยาเมิ่งได้รับจดหมาย
แววตาฮูหยินเมิ่งดุดัน
“เฉียวม่อถึงกับทำป้ายคำสั่งอินทรีเหินปลอมขึ้น เช่นนั้นป้ายคำสั่งที่นางส่งคืนมาก่อนหน้านี้ก็เป็นของปลอมหรือ?”
นางรีบปลดกลไกกล่องทันที ป้ายคำสั่งอินทรีด้านในนั้นมองอย่างไรก็เหมือนกับของจริงไม่ผิดเพี้ยน
แม่ทัพเมิ่งรับมันมาดู แล้วหยีตาดูอยู่พักหนึ่ง
“เป็นของปลอม! ชิ้นนี้แกะสลักดอกไม้ไม่ประณีตถึงเพียงนั้น!”
เมื่อกล่าวจบเขาก็ทำลายป้ายคำสั่งปลอมทิ้ง
คนในบ้านเองนั้นยากที่จะป้องกันเสียจริง !
ฮูหยินเมิ่งกล่าวเสียงเย็น “ยามนั้นที่ส่งมอบป้ายคำสั่งให้ท่าน ท่านไม่ได้ตรวจดูให้ดีหรือ?”
แม่ทัพเมิ่งกลัวฮูหยินโมโหที่สุดแล้ว โต้เถียงกันไปก็ไร้ประโยชน์ เขาจึงรีบยอมรับผิดทันที
“ล้วนเป็นความผิดของข้า ข้าตาลายเอง...”
“นั่นเจ้าเรียกว่าตาลายหรือ? เจ้าน่ะใจอ่อน!”
สามีของนางผู้นี้ ไม่ว่าเรื่องใดก็ดีไปหมด ทว่าให้ความสำคัญกับความรู้สึกมากจนเกินไป
เฉียวม่อนั้นถูกเลี้ยงอยู่ข้างกายพวกเขามาตั้งแต่เล็ก สิบกว่าปีแล้ว ย่อมไม่อาจตัดความเป็นครอบครัวได้โดยง่าย
นี่จึงเป็นเรื่องยากที่จะให้ท่านพี่ระวังป้องกันนาง
ต่อให้สงสัยว่าเฉียวม่อเป็นผู้วางแผนทำร้ายกองทัพมังกรพยัคฆ์ ในใจเขาก็ยังคงเหลือความเชื่อใจอยู่
เรื่องในครานี้ใหญ่หลวงเกินไป ฮูหยินเมิ่งไม่อาจปล่อยผ่านง่าย ๆ ได้
“มีความผิดก็ควรยอมรับ ท่านตาลายครั้งหนึ่งเกือบจะทำให้กองทัพอินทรีเหินตายเสียแล้ว เขียนจดหมายขอโทษให้จิ่วเหยียนเสีย”
“ฮูหยินพูดถูกต้อง ข้าจะเขียนเดี๋ยวนี้!” แม่ทัพเมิ่งเองก็รู้สึกละอายใจอย่างยิ่ง
เขานั่งลงแล้วยกพู่กันขึ้น ภาพเบื้องหน้าดูเลือนรางอยู่บ้าง
“เป็นอะไรไปหรือ?” ฮูหยินเมิ่งถาม
แม่ทัพเมิ่งหันมามองนางแล้วยิ้ม “ไม่มีอะไร กำลังคิดอยู่ว่าจะเขียนอย่างไรดี”
เขาขยี้ตาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และรู้สึกแปลก ๆ ที่ตา
ทว่าสามีภรรยาที่อยู่กันมายี่สิบกว่าปี เขาเป็นอะไรย่อมไม่อาจปิดบังฮูหยินเมิ่งได้
ทันใดนั้นฮูหยินเมิ่งก็จับข้อมือของเขา นิ้วเรียวยาวกดลงบนชีพจรของเขา แววตาเคร่งขรึมอย่างยิ่ง
“ตาของท่าน...”
แม่ทัพเมิ่งยื่นมือออกมาแตะที่แขนของนาง
“ฮูหยินอย่าตกใจไปเลย ไม่ได้ร้ายแรงอะไรหรอก ยามนั้นถูกรังสีดาบทำร้ายจึงเป็นอาการเรื้อรัง เจ้าดูสิ ข้าขยี้ซักหน่อยก็หายแล้ว”
เขาถึงกับใช้การอภัยโทษเป็นข้ออ้างแล้วบีบบังคับให้จิ่วเหยียนอยู่ในวังต่ออีกหนึ่งปี
หาไม่แล้วจิ่วเหยียนคงได้กลับมาชายแดนเหนือแล้ว
......
เมืองหลวง
ณ ตำหนังจื้อเฉิน
ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว แต่เซียวอวี้ยังคงอ่านฎีกาอยู่
เฉินจี้รายงานจากด้านนอกว่า
“ฝ่าบาท ตรวจสอบเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ กลุ่มคนที่อาศัยการตายของเฉียวม่อมาลอบสร้างเรื่องวุ่นวายในราชสำนัก”
แววตาเซียวอวี้เย็นชาเคร่งขรึม
ตั้งแต่เขาขึ้นครองราชย์ก็รู้สึกมาตลอดว่าราชสำนักนั้นไม่สะอาด
ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกลัวว่าแผ่นดินจะสงบสุข
พวกเขาอาศัยเรื่องของเฉียวม่อมาสร้างความวุ่นวาย หารู้ไม่ว่าสิ่งที่เขากลัวก็คืออีกฝ่ายไม่ลงมือ!
ตั้งแต่เฉินจี๋ส่งใบรายชื่อเข้ามาจนกระทั่งออกไป เขาไม่กล้าเงยหน้าเลย
หลังจากเซียวอวี้ดูรายชื่อแล้วก็ส่งให้เฟิ่งจิ่วเหยียนที่ฝนหมึกอยู่ด้านข้าง
เฟิ่งจิ่วเหยียนไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งก็เสนอว่า
“ฝ่าบาท ในเมื่อสืบคนเหล่านี้ออกมาได้แล้ว ข้าคิดว่าถึงเวลาที่จะเปิดโปงการสวมรอยของเฉียวม่อแล้ว”
เซียวอวี้เงยหน้าสบตานาง ถึงแม้ว่ารอยฟกช้ำบนตาของเขายังหลงเหลืออยู่ เขาก็ยังรูปงามอยู่มาก
“เจ้ามีแผนการอะไร?”
เรื่องนี้ยากที่จะจัดการจริง ๆ
ทั้งต้องมั่นใจว่าตระกูลเมิ่งจะไม่ถูกพัวพันไปด้วย ทั้งต้องรับประกันว่าเขาจะไม่สร้างชื่อเสียว่าแยกแยะคนไม่เป็น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...