เซียวอวี้จับแขนของเฟิ่งจิ่วเหยียนไว้แน่น ทำราวกับว่ากลัวนางจะวิ่งหนี
เขาจริงจังและต้องการคำตอบจากนาง
เฟิ่งจิ่วเหยียนออกแรงแกะนิ้วมือของเขาออก เพื่อให้แขนของตนหลุดออกมา
นางถอยหลังหนึ่งก้าว สีหน้าดูมั่นคงแน่วแน่
“ฝ่าบาท อย่าเอ่ยคำพูดที่ไม่เป็นความจริงเหล่านี้เลย
“หรงเฟยถึงจะเป็นนางในดวงใจของท่าน ท่านมีความรักมั่นคงต่อนางจนไม่อาจลืมเลือนมานานหลายปี และยังคงรักษาความบริสุทธิ์เพื่อนาง
“ส่วนความรู้สึกที่ท่านมีต่อหม่อมฉัน เป็นเพียงความปรารถนาที่จะเอาชนะชั่วครั้งชั่วคราว เหมือนแม่ทัพที่สู้รบในสงคราม ยิ่งโจมตีไม่สำเร็จ ก็ยิ่งมีความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะสู้รบ
“ความหลงใหลชั่วครั้งชั่วคราว แม้จะสมปรารถนาแล้ว ก็จะไม่เป็นผลดีในระยะยาว พูดตามตรง ความรักอันมั่นคงยาวนานที่ท่านมีต่อหรงเฟย หม่อมฉันรู้สึกยกย่อง จงอย่าปล่อยให้สิ่งที่ท่านรักษามาตลอดหลายปี ต้องกลายเป็นสิ่งไร้ค่าเพราะหม่อมฉัน “
หากเขายังคิดจะเอ่ยเรื่องไร้สาระเหล่านี้อีก นางก็คงอยู่ร่วมห้องกับเขาไม่ได้
ดังนั้น นางจึงหันกลับมาหยิบตำราบนโต๊ะ เพราะต้องการจะไปที่อื่น
ทว่า ขณะที่นางกำลังจะก้าวข้ามประตูออกไป กลับได้ยินฮ่องเต้ทรงเอ่ยว่า
“เรากับหรงเฟยเป็นสหายที่ดีต่อกันตั้งแต่วัยเยาว์ ไม่ได้รู้สึกต่อนางเหมือนความรักระหว่างชายหญิง!”
เฟิ่งจิ่วเหยียนพลันขมวดคิ้ว
ไม่มีความรัก?
เซียวอวี้เดินมาอยู่ข้างหลังนาง ใบหน้าหล่อเหลาอันเย็นชากลับดูแน่วแน่ เขาเอ่ยอย่างจริงจัง
“เราไม่ได้พูดโกหกแม้แต่คำเดียว
“ในครั้งแรกที่เราขึ้นครองบัลลังก์ จำเป็นต้องอาศัยความช่วยเหลือจากตระกูลมู่หรง เพื่อทำให้ราชสำนักมั่นคง
“หรงเฟยก็เต็มใจช่วยเรา ดังนั้นเราจึงรับนางเข้ามาในวังหลัง
“เรารู้จักกับนางมาตั้งแต่ยังเด็ก แม้เราจะมีความผูกพันลึกซึ้ง ทว่าก็ไม่ใช่ความรักระหว่างชายหญิง”
เซียวอวี้จ้องมองที่แผ่นหลังของเฟิ่งจิ่วเหยียนอย่างแน่วแน่ แม้ว่านางจะอยู่ใกล้แค่เอื้อม แม้ว่าหากเขาจะก้าวไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าวก็สามารถกอดนางไว้ในอ้อมแขนได้ ทว่าความจริงแล้ว เขารู้ดีว่าระหว่างพวกเขายังมีช่องว่างอยู่มาก
หนึ่งคือคนแซ่ต้วนผู้นั้น และอีกหนึ่งก็คือหรงเฟย
ถ้าเช่นนั้นเขาก็จะเติมเต็มช่องว่างนั้นด้วยตัวเขาเอง...
ใบหน้าของเซียวอวี้ดูเคร่งขรึม มือในแขนเสื้อกำหมัดไว้แน่น
“เรื่องนี้เราไม่เคยบอกผู้ใดมาก่อน
“หากเจ้าไม่เชื่อว่าเรามีความรู้สึกดีต่อเจ้าเพราะสาเหตุนั้น ตอนนี้เราจะบอกเจ้าให้ชัดเจน
“หลังจากหรงเฟยเข้ามาในวัง เราไม่เคยแตะต้องนางเลย
“สตรีในวังหลังที่หน้าตาละม้ายคล้ายนางเหล่านั้น เป็นไทเฮากับเหล่าขุนนางที่อวดฉลาด เราไม่เคยแตะต้องนางแม้แต่คนเดียว!”
เฟิ่งจิ่วเหยียนรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
นางหันกลับมา และมองสำรวจเขาจากบนลงล่างโดยไม่รู้ตัว
เซียวอวี้คิ้วขมวดแน่น พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงขรึม
“อย่ามองเราด้วยสายตาแบบนั้น เราปกติดี”
คำพูดของเฟิ่งจิ่วเหยียนฟังดูน่าตกใจ
“ท่านยังเป็นบุรุษพรหมจรรย์?”
เซียวอวี้ : ...
เซียวอวี้รู้สึกประหลาดใจ
สิ่งที่นางเอ่ยมาใช่คำพูดของมนุษย์หรือไม่?
เหตุใดเขาถึงฟังไม่เข้าใจ
ให้บุรุษเข้าครัวทำอาหารให้นาง ทั้งช่วยเหลือภรรยาและอบรมเลี้ยงดูบุตร...สิ่งที่นางเอ่ยมาเหล่านั้นคือสิ่งที่สตรีควรทำ และหากจะได้เป็นเช่นนั้น นางจะต้องแต่งภรรยาเข้าบ้านแล้ว
เซียวอวี้เอ่ยขัดจังหวะนาง พร้อมระงับอารมณ์ไว้
“เจ้า...”
เขาอยากจะพูดว่านางเลอะเลือนไปแล้วจริง ๆ!
ต้วนไหวซวี่ผู้นั้นทำได้หรือ!
ข้อเรียกร้องเผด็จการที่นางเอ่ยมานี้ เพียงแค่ต้องการทำให้เขายอมแพ้
ทว่าเมื่อประสานกับดวงตาที่เย็นชาและสงบนิ่งของนาง เขาจึงเปลี่ยนเรื่องสนทนา บนใบหน้าฝืนยิ้มจาง ๆ ออกมา แท้จริงแล้วกลับขบฟันกราม
“ทำอาหารหรือ ง่ายมาก เราทำได้”
เฟิ่งจิ่วเหยียนคิดว่าเขาคงเสียสติไปแล้ว
นางแค่ยกตัวอย่าง หาใช่ว่าเขาต้องทำสิ่งที่นางพูดให้ได้ เขาก็คือบุรุษที่นางชอบอยู่แล้ว
ทว่าเซียวอวี้กลับคิดจริงจัง
เขาไม่ยอมให้โอกาสนางพูด กลับตะโกนเรียกคนด้านนอกทันที
“ทหาร ไปตามหัวหน้าห้องเครื่อง!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...