“ด้านนอกประตูวังมีชาวบ้านจำนวนมาก รวมถึงทหารรวมตัวกันอยู่ พวกเขาตีกลองร้องทุกข์ เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับแม่ทัพน้อยเมิ่ง ทั้งยังขอร้องให้ฝ่าบาททรงถอดถอนฮองเฮา”
เฉินจี๋บรรยายสถานการณ์ด้านนอกพระราชวัง ดูท่าทางสงบนิ่ง
แววตาของเซียวอวี้เคร่งขรึมดุดัน และเยือกเย็นราวกับหิมะในฤดูเหมันต์อันเหน็บหนาว
“คนที่แอบก่อความวุ่นวายเหล่านั้น มิใช่ถูกคุมตัวไปสอบสวนหมดแล้วหรือ”
เฉินจี๋ตอบว่า “ใช่พ่ะย่ะค่ะ ทว่าช่วงสองวันที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าจะยังมีคนอื่น...”
เซียวอวี้ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“เปิดทางย่อมดีกว่าปิดกั้น เปิดทางก็ยังจำเป็นต้องสืบหาต้นตอ คนเหล่านั้นที่อยู่นอกวังก็แค่คนโง่เขลาที่ถูกหลอกใช้ประโยชน์ ปล่อยให้พวกเขาก่อความวุ่นวายไป ยิ่งก่อความวุ่นวายรุนแรงเท่าใด ก็ยิ่งมีช่องโหว่มากขึ้นเท่านั้น”
“ท่านตรัสถูกต้อง กระหม่อมจะไปเตรียมการทันที!”
เซียวอวี้ยืนเอามือไพล่หลังตรงชายคาระเบียง สายตามองไปทางระยะไกล
ภายในราชสำนักของหนานฉี มีมือมืดที่เขาไม่รู้ซ่อนตัวอยู่มากมาย
เริ่มจากใส่ร้ายเมิ่งสิงโจวว่ายึดกองกำลังทหาร ไปจนถึงการขโมยแผนที่ป้องกัน คนเหล่านั้นที่แสดงตัวออกมาก็เป็นแค่พวกโง่เขลา
เขาจะอาศัยเรื่องของเมิ่งเฉียวม่อสืบหาให้กระจ่าง!
หลังจากนั้นไม่นาน เซียวอวี้กลับมาที่ตำหนักด้านใน
เขาผลักประตูห้องอุ่นให้เปิดออก มองเห็นคนด้านในยังคงนอนหลับสนิท
เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าสิ่งใดเรียกว่าช่วงเวลาที่งดงาม ตอนนี้เขาเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
......
ในที่ประชุม
บรรดาขุนนางพากันวิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่เกิดขึ้นนอกพระราชวังเมื่อเช้านี้
“ฝ่าบาท เสียงกลองร้องทุกข์ดังขึ้นมา เรื่องนี้เกรงว่าจะควบคุมไม่อยู่แล้ว”
“ฝ่าบาท มิสู้ทำตามความต้องการของราษฎรเป็นการชั่วคราวก่อน!”
แววตาของเซียวอวี้เยือกเย็น
“พวกเจ้าทำตามความต้องการของราษฎร หรือว่าหวาดกลัวความต้องการของราษฎร”
“ฝ่าบาท...”
เซียวอวี้ถามอีก
“เป็นเราที่ต้องการสังหารเมิ่งเฉียวม่อ หากพวกเขาต้องการถอดเราออกจากตำแหน่ง พวกเจ้าก็ต้องทำตามความต้องการของราษฎรด้วยหรือ!”
ทุกคนพากันคุกเข่าลง
“พวกกระหม่อมมิบังอาจ!”
เซียวอวี้ลุกขึ้นยืน และมองดูพวกเขาอย่างดูหมิ่น
“เลิกประชุม!”
“น้อมส่งฝ่าบาท---”
หลังจากฮ่องเต้เสด็จกลับ เหล่าขุนนางต่างส่ายหัวและถอนหายใจ
“เรื่องราววุ่นวายใหญ่โตเช่นนี้ ฝ่าบาททรงไม่ถอดถอนฮองเฮา แล้วจุดจบจะเป็นเช่นไร!”
“นั่นสิ พวกเราก็ทำเพื่อความสงบสุขและความมั่นคงเช่นกัน”
......
หลังจากบิดาเฟิ่งจิ่วเหยียนกลับถึงจวน ขณะลงจากรถม้า ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งก็ล้อมวงเข้ามา
“ฮองเฮาทำให้แม่ทัพน้อยเมิ่งต้องตาย คนตระกูลเฟิ่งสมควรตาย!”
“ต้องแก้แค้นให้แม่ทัพน้อยเมิ่ง!”
บิดาเฟิ่งจิ่วเหยียนโมโหจนกัดฟันแน่น
เมิ่งเฉียวม่อผู้นั้นที่จริงแล้วก็เป็นแค่ตัวปลอม!
เขาโมโหจนอยากจะเข้าไปในวัง และให้ฮองเฮาพูดความจริงทั้งหมดออกมา!
ทว่าการมีสติไม่วู่วามย่อมเป็นผลดีกว่า
ตอนนี้อย่างมากพวกเขาก็แค่อึดอัดใจเท่านั้น ทว่าหากความจริงถูกเปิดเผยต่อหน้าธารกำนัล เกรงว่าทั้งครอบครัวจะต้องตายกันหมดแน่
อี๋เหนียงหลินสงบปากด้วยความอัดอั้นตันใจ ในใจนึกไม่ยอมแพ้
เห็นชัดว่าคนที่ผิดคือเฟิ่งเวยเฉียง
สายตาของนายท่านเฟิ่งหันไปมองบุตรชายของอนุภรรยา
“ช่วงนี้การศึกษาเป็นอย่างไรบ้าง?”
เฟิ่งหมิงเซวียนลุกขึ้นยืนทันที : “ปรมาจารย์ผู้สอนของสำนักฮั่นหลินถือว่าล้ำเลิศ ลูกศึกษาจนเข้าใจกระจ่างแจ้ง!”
นายท่านเฟิ่งเอ่ยหลังไตร่ตรอง
“วันนี้เจ้าต้องเข้าวังไปขอบพระทัยฝ่าบาทอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ก็ต้องไปพบพี่สาวของเจ้า และบอกกับนางว่า ให้นางทำใจให้สงบ อย่าพูดสิ่งที่เกินความจำเป็น และคำนึงถึงตระกูลเฟิ่งให้มาก”
“ขอรับท่านพ่อ” ใบหน้าอวบอ้วนของเฟิ่งหมิงเซวียนเต็มไปด้วยความกังวล
แววตาของอี๋เหนียงหลินเผยให้เห็นแผนการเจ้าเล่ห์
หลังจากกลับมาที่อุทยานอี๋ชิง นางดึงตัวลูกชายเข้ามาใกล้ ๆ
“ลูกเอ๋ย ฝ่าบาททรงมีบุญคุณยิ่งใหญ่ต่อเจ้าถึงเพียงนี้ จะขอบพระทัยแค่เอ่ยปากเปล่าอย่างเดียวคงไม่ได้ เจ้าต้องคิดด้วยว่าจะถวายของขวัญเป็นสิ่งใด?”
เฟิ่งหมิงเซวียนไม่ได้นึกถึงเรื่องนี้เลยจริง ๆ
ทว่าคิดดูอีกที ฮ่องเต้คือโอรสสวรรค์ที่แท้จริง มีทุกสิ่งพร้อมสรรพ เขาควรถวายสิ่งใดถึงจะเหมาะสม?
ทันใดนั้น เขาพลันนึกบางอย่างขึ้นมาได้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...