เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 449

ไม่เพียงแต่เซียวอวี้เท่านั้นที่อยากรู้ว่าท่านแม่ทัพน้อยเมิ่งที่อยู่บนหลังคาเป็นผู้ใด องค์หญิงใหญ่ก็อยากรู้เช่นกัน

องค์หญิงใหญ่พลางมองไปที่เฟิ่งจิ่วเหยียน ทว่า กลับเห็นการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ของฝ่าบาทแทน ทำเอานางถึงกับถลึงตามองด้วยดวงตาที่ลุกเป็นไฟไปในทันที

มือนี่เอาวางไว้ที่ใดกัน!

ช่างไม่มีสง่าราศีของฮ่องเต้เลยแม้แต่น้อย!

ขณะเดียวกัน เซียวอวี้ก็ยังคงรอคำตอบจากเฟิ่งจิ่วเหยียน

ทว่า ประโยคหลังกลับยิ่งกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของเซียวอวี้มากขึ้นไปอีก

“ท่านลองเดาดู”

บนหลังคานั้น ท่านแม่ทัพน้อยพลันเคลื่อนกายอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักเขาก็หายไปจากสายตาของผู้คนในทันที

พร้อมด้วยสายตาของเหล่ากองทัพอินทรีเหินที่มองส่งเขาไปจนลับตา

ภายในใจของเซียวอวี้ได้แต่หัวเราะเยาะเย้ยออกมา

“พวกเขาถูกเจ้าหลอกจนหัวปั่นไปหมดแล้ว ในยามนี้ยังมิมีผู้ใดรู้เลยว่า ความจริงแล้วท่านแม่ทัพน้อยเมิ่งตัวจริงเป็นผู้ใดกันแน่”

เฟิ่งจิ่วเหยียนจับมือของเซียวอวี้ออกจากเอวของนาง

“พูดถึงคนอื่น คำพูดนั้นเข้าตัวเองเช่นกัน”

เซียวอวี้:......

เซียวอวี้ราวกับถูกปิดบังอยู่นานเช่นกัน

ละครฉากนี้ ทำให้ผู้คนรับรู้ความจริงที่ถูกเก็บซ่อนมานาน

เฟิ่งจิ่วเหยียนเตือนสติเขาขึ้นมา

“บทพูดท่านจำหมดแล้วหรือยัง อีกไม่นานจักถึงเวลาที่ท่านต้องออกโรงแล้ว”

เซียวอวี้หัวเราะออกมาเบา ๆ

นางจัดการทุกคนเอาไว้อย่างชัดเจนเสียจริง

ทว่า บทพูดที่นางเตรียมมานั้นมันอ่อนโยนเกินไป

ไม่นานนักเซียวอวี้จึงลุกขึ้นยืน พลางป่าวประกาศออกมาว่า

“ละครที่ถูกจัดแสดงขึ้นเมื่อครู่นั้นล้วนแต่เป็นเรื่องจริงทั้งหมด

“ท่านแม่ทัพน้อยเมิ่งเป็นขุนนางคนสำคัญของหนานฉี เราทั้งรักและห่วยใยเขาเป็นอย่างยิ่ง เมิ่งเฉียวม่อที่มิได้สำนึกในบุญคุณนั้น ทั้งยังทำร้ายกองทัพมังกรพยัคฆ์ทั้งสามร้อยนายจนตกตายไป นับว่าเป็นโทษทัณฑ์ที่มิอาจให้อภัยได้!

“นับแต่นี้เป็นต้นไป หากผู้ใดยังคิดว่านางเป็นผู้บริสุทธิ์อีกละก็ จักต้องมีชะตากรรมที่มิต่างกับนาง!”

หลังจากการตายของเมิ่งเฉียวม่อนั้น นี่เป็นการชี้แจงครั้งแรกที่มาจากปากของฮ่องเต้

ทุกคนในยามนี้ต่างพากันหวาดกลัวไปตาม ๆ กัน เวลาเดียวกัน พวกเขาก็รู้สึกผิดกับเรื่องที่มีการเข้าใจผิดเกิดขึ้นก่อนหน้านี้

ที่แท้ ฝ่าบาทหาได้เป็นฮ่องเต้โง่เง่าที่สังหารขุนนางผู้ภักดีไม่

ที่แท้ เมิ่งเฉียวม่อต่างหากที่เป็นคนโกหก!

คนเช่นนี้มิคู่ควรจะถูกฝังอยู่ในสุสานวีรบุรุษด้วยซ้ำ!

“ฝ่าบาทปราดเปรื่องยิ่งนัก! เมิ่งเฉียวม่อสมควรตาย!”

บรรดาขุนนางข้าราชบริพารมากมายต่างพากันโค้งกายทำความเคารพ

“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ พวกกระหม่อมมิคิดเลยว่าพระองค์จักมีเมตตาห่วงใยในขุนนางเช่นนี้! กระหม่อมยังคิดไปเองว่าท่านพยายามปกปิดความผิดทุกสิ่งของตนเองเอาไว้ กระหม่อมสมควรตายเสียจริง!”

“ที่แท้ฝ่าบาทก็พยายามที่จะช่วยปกป้องท่านแม่ทัพน้อยเมิ่งที่ปลีกตัวไป ช่างเป็นฮ่องเต้ที่เปี่ยมล้นไปด้วยคุณธรรม!”

“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ หลายวันที่ผ่านมาพระองค์คงทุกข์ทรมานใจไม่น้อย! กระหม่อมนึกละอายใจยิ่งนัก กระหม่อมมิรู้เลยว่า... ตนเองจักไปมีหน้าพบกับอดีตฮ่องเต้ได้อย่างไร!”

แต่เขามิเข้าใจเลยว่า ในเมื่อท่านแม่ทัพน้อยเมิ่งยังชีวิตอยู่เช่นนี้ เหตุใดยังต้องให้เขาใส่ชุดเกราะปลอมตัวในเทศกาลบูชาเพธิดาบุปผาเช่นนี้ด้วย?

เมื่อบรรยากาศเข้าสู่ช่วงพลบค่ำนั้น

นั่นจึงเป็นสัญญาณว่าเทศกาลบูชาเทพธิดาแห่งบุปผาก็ใกล้จะจบลงแล้วเช่นกัน

เหล่าผู้คนที่เลือกราชาแห่งบุปผานั้น เป็นดอกบัวเจ็ดสีดอกหนึ่งที่บัณฑิตผู้หนึ่งได้เพาะเลี้ยงเอาไว้

“บุปผาเงินทอง” ที่มิได้ถูกรับเลือกนั้น จึงเผยท่าทีกรุ่นโกรธออกมา

“ฮึ่ม! เห็นได้ชัดว่าดอกไม้ของข้าดีกว่า!”

มุมบนสูงนั้น

เซียวอวี้ใช้สายตากวาดตามองผู้คนรอบด้านมากมาย

“คืนนี้เหล่าราษฎรจักพากันไปปล่อยโคมลอยที่ริมแม่น้ำข้างเมือง ฮองเฮาอยากจะไปเที่ยวเล่นกับเราหรือไม่?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนที่คิดอยากจะปฏิเสธออกไปนั้น จู่ ๆ เซียวอวี้พลางกล่าวขึ้นมาอีกว่า

“การปล่อยโคมลอยก็ถือเป็นการอวยพรให้กับบุคคลที่ล่วงลับไปแล้วเช่นเดียวกัน”

พูดจบ สายตาของเซียวอวี้จึงเจือไปด้วยความมืดครึ้มในทันที

เพื่อให้ฮองเฮาตกปากรับคำ เขาจำเป็นต้องใช้ขออ้างคนตายมาช่วยก่อน!

ทว่า เฟิ่งจิ่วเหยียนกับตอบกลับมาด้วยท่าทีเฉยเมยว่า

“หม่อมฉันไม่เชื่อเรื่องพรรค์นี้”

เซียวอวี้พลางเอ่ยแกมบังคับออกมา “เราเชื่อ เราจักปล่อยโคมลอยแทนเจ้า เจ้าต้องไปกับเรา!”

ยังไงซะ นางก็ต้องไปด้วย!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย