เมื่อเหลียนซวงเดินเข้ามาด้านในตำหนักนั้น พลันเห็นฉากกั้นล้มลงไปอยู่กับพื้นในทันที
“ฮองเฮาเพคะ ท่านอยากจะไปจากที่นี่จริง ๆ หรือเพคะ?”
น้ำเสียงของเฟิ่งจิ่วเหยียนเต็มไปด้วยความทุ้มลึก
“ใช่ ส่วนคดีของตระกูลเฉินนั้น ข้าจักจำเอาไว้”
คนชุดคลุมดำผู้นั้นก็มีส่วนร่วมในการสังหารราชครูเฉินเช่นเดียวกัน
ใบหน้าของเหลียนซวงเต็มไปด้วยความกังวลมากมาย
“ฮองเฮาเพคะ บ่าวเกรงว่าฝ่าบาท…”
“เขาจักเข้าใจมันได้เอง” ดวงตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันหม่นแสงลง
หากว่ามิอาจหลีกเลี่ยงได้แล้วไซร้ นางก็มิอยากจะก่อเรื่องจนทำให้ทุกคนรับรู้เรื่องราวทั้งหมดเช่นเดียวกัน
คืนนั้น เซียวอวี้นอนไม่หลับทั้งคืน
ภายในใจราวกับมีเพลิงสุมอยู่ในอก
เขาคิดว่าตัวเองจักสามารถมีเวลาอยู่กับฮองเฮาอีกหนึ่งปีมาโดยตลอด
แต่นางกลับลอบเปลี่ยนจากหนึ่งปีเป็นครึ่งปี!
เขาที่มั่นใจว่าตนเองจักสามารถค่อย ๆ พิชิตใจนางได้นั้น แต่นางกลับวางแผนที่จะหนีหายไปจากเขามาตั้งแต่แรก!
ในใต้หล้า เหตุใดถึงมีสตรีไร้ใจเช่นนางได้กัน!
วันรุ่งขึ้น
หลังจากที่เซียวอวี้ว่าความยามเช้าเสร็จแล้วนั้น เขาก็เสด็จมาที่ตำหนักหย่งเหอในทันที
เหล่าทหารองครักษ์ต่างพากันเฝ้าเวรยามด้วยความเข้มงวด ราวกับว่าที่แห่งนี้เป็นคุกหลวงหาใช่ตำหนักของฮองเฮาไม่
ภายในตำหนักใน
เมื่อเดินผ่านประตูไม้การบูรเข้าไปแล้วนั้น เซียวอวี้จึงจัดแจงเสื้อผ้าอาภรณ์ของตนเอง ทั้งยังพยายามเก็บสีหน้าของตนเองเอาไว้
เมื่อเห็นเฟิ่งจิ่วเหยียนนั้น นางเพียงสวมใส่อาภรณ์ที่เรียบง่าย เครื่องหัวหาได้ปักปิ่นอันใดไม่ มีเพียงปิ่นไม้ธรรมดาเท่านั้น
นางโค้งกายทำความเคารพเซียวอวี้เฉกเช่นขุนนางคำนับกษัตริย์
เซียวอวี้จึงก้าวขึ้นไปข้างหน้า พลางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงกว่าเมื่อคืนนี้เสียหลายส่วน
“เจ้ารับสำรับเช้าแล้วหรือยัง?”
การแสดงออกของเฟิ่งจิ่วเหยียนยังคงเหมือนเดิม “เพคะ”
“เราได้ส่งคนไปไล่ตามคนชุดคลุมสีดำแล้ว คิดว่าอีกไม่นานคงจะได้ยินข่าวดีเร็ว ๆ นี้”
พูดจบ ยามที่เซียวอวี้ต้องการจะจับมือเฟิ่งจิ่วเหยียนนั้น ยังมิทันที่มือจะได้แตะมืองนาง เฟิ่งจิ่วเหยียนพลันรีบเบี่ยงตัวหลบออกไปเร็วไว
เซียวอวี้ถึงกับเกร็งลำคอของตนเอง พลางพยายามข่มกลั้นอารมณ์เอาไว้
“วันคืนที่ผ่านมา เจ้ามิได้รู้สึกกับเรา...”
ยังไม่ทันที่เซียวอวี้จะพูดจบ เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงเอ่ยตัดบทออกมาในทันที
“ไม่เพคะ”
เรื่องของความรู้สึกนั้น ไม่อาจเกิดความลังเลขึ้นมาได้เลยแม้แต่นิดเดียว
แม้ว่า...นางจักรู้สึกลังเลขึ้นมาก็ตาม
นางหาใช่คนใจแข็งดั่งหินผาไม่ ความรู้สึกที่เซียวอวี้มีให้กับนางนั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนรับรู้ได้เป็นอย่างดี
ถึงแม้เขาจักเป็นฮ่องเต้มากเผด็จการ ทว่า เขาเอาใจใส่ปากท้องราษฎรและเหล่าทหารมากนัก ทั้งยังเป็นฮ่องเต้ที่ทรงคุณธรรมเป็นอย่างยิ่ง หากเขาหลงชอบใคร ก็ย่อมสามารถกลายเป็นคนโง่ได้ ทั้งยังมิกลัวการถูกปฏิเสธ กลับคิดพยายามที่จะพิชิตใจ นางนับถือความจริงใจของเขาในจุดนี้ยิ่งนัก
เขามิได้ตั้งแง่ในความสามารถของนางในฐานะสตรีผู้หนึ่ง แค่จุดนี้เขาก็เหนือกว่าบุรุษคนอื่นมากมายแล้ว
เขายังมิคิดเอาเรื่องตระกูลเฟิ่งและตระกูลเมิ่งที่มีโทษฐานพากันปกปิดหลอกลวงเบื้องสูงอีก
เขายังเคยเอาตัวมาขวางธนูพิษให้นาง จนตนเองต้องทนทุกข์ทรมานเพราะพิษธนูจนเกือบตาย
ความตกใจพลันฉายขึ้นมาในม่านตาของเฟิ่งจิ่วเหยียน
พร้อมทั้งรู้สึกได้ถึงพละกำลังในร่างกายที่คล้ายจะถูกสะกดเอาไว้
เซียวอวี้ทำอะไรกับนางกัน!
เซียวอวี้พยุงนางเอาไว้ด้วยมือของหนึ่งข้าง ก่อนจะใช้มืออีกข้างลูบไล้ใบหน้าของนางเอาไว้ พลางก้มหน้าลงมาจุมพิตบนหน้าผากของนาง
ดวงตาเย็นชาสีดำขลับนั้น กลับเจือไปด้วยความอ่อนโยนเล็กน้อย
“ไม่ต้องกลัว เราเพียงแค่ใช้เข็มสะกดกำลังภายในของเจ้าเท่านั้น”
การหายใจของเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันเกิดอาการติดขัดไปในทันที นางมิอยากจะเชื่อเลย
พร้อมทั้งพยายามที่จะเดินกำลังภายในในร่างกายของตัวเอง ทว่า เหมือนกับพละกำลังของนางถูกอะไรบางอย่างกดเอาไว้ มิอาจใช้การได้...
เซียวอวี้จึงเชยคางของนางขึ้นมา พลางจ้องมองนางด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์
“เราควรจะดีใจสินะ ที่เจ้าคิดว่าเราเป็นฮ่องเต้มีคุณธรรม ถึงแม้ว่าตนเองคิดจะอยากออกไปจากวังหลวงก็ตาม แต่ก็ยังมีการคุยเรื่องนี้กับเราอย่างเปิดเผย หรือบางที เจ้าก็แค่อาจจะกลัวว่า หากเจ้าจากไปแล้ว เราจักมอบโทษทัณฑ์ให้กับตระกูลเฟิ่ง
“ทว่า ไม่ว่าจักอย่างไรก็แล้วแต่ ฮองเฮา เจ้ายังไม่เข้าใจจิตใจของมนุษย์มากพอ
“ว่ากันตามตรง เจ้ามิได้รู้ถึงความรู้สึกของเราที่มีต่อเจ้า
“เหตุใดเจ้าถึงคิดว่า เราต้องการท่านแม่ทัพน้อยผู้มีความจงรักภักดีจนถึงยอมผ่อนปรนให้กับเจ้าด้วยเล่า?
“ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ความอดทนและการตามใจของเรานั้น ทำให้เจ้าหลงลืมตาบอดไปเลยหรือว่า เราเป็นผู้ที่เจ้าสามารถบีบบังคับได้อย่างง่ายดายขนาดนั้น”
“...ปล่อยหม่อมฉัน!” เฟิ่งจิ่วเหยียนพยายามดิ้นรน หากแต่นางหาได้มีเรี่ยวแรงไม่ ทั่วร่างอ่อนแรงแม้แต่จะยืนยังเป็นปัญหาสำหรับนาง
เซียวอวี้เอ่ยเตือนนางออกมาด้วยความ “หวังดี”
“เข็มเงินเพิ่งจะเข้าสู่ร่างกายของเจ้าไปได้ไม่นาน เจ้าย่อมไม่คุ้น หากมิอยากมีอาการเช่นนี้ เจ้าอย่าได้ฝึกกำลังภายในพร่ำเพรื่อ มิเช่นนั้นอาจจะทำให้รู้สึกไม่ดี เหมือนเราในยามนี้… รู้สึกอึดอัด ”
พูดจบ เขาพลันก้มลงมาอุ้มขาทั้งสองข้างพร้อมยกตัวนางขึ้น ก่อนจะเดินไปที่เตียงนอนในทันที

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...