เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 492

เมื่อเหลียนซวงเดินเข้ามาด้านในตำหนักนั้น พลันเห็นฉากกั้นล้มลงไปอยู่กับพื้นในทันที

“ฮองเฮาเพคะ ท่านอยากจะไปจากที่นี่จริง ๆ หรือเพคะ?”

น้ำเสียงของเฟิ่งจิ่วเหยียนเต็มไปด้วยความทุ้มลึก

“ใช่ ส่วนคดีของตระกูลเฉินนั้น ข้าจักจำเอาไว้”

คนชุดคลุมดำผู้นั้นก็มีส่วนร่วมในการสังหารราชครูเฉินเช่นเดียวกัน

ใบหน้าของเหลียนซวงเต็มไปด้วยความกังวลมากมาย

“ฮองเฮาเพคะ บ่าวเกรงว่าฝ่าบาท…”

“เขาจักเข้าใจมันได้เอง” ดวงตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันหม่นแสงลง

หากว่ามิอาจหลีกเลี่ยงได้แล้วไซร้ นางก็มิอยากจะก่อเรื่องจนทำให้ทุกคนรับรู้เรื่องราวทั้งหมดเช่นเดียวกัน

คืนนั้น เซียวอวี้นอนไม่หลับทั้งคืน

ภายในใจราวกับมีเพลิงสุมอยู่ในอก

เขาคิดว่าตัวเองจักสามารถมีเวลาอยู่กับฮองเฮาอีกหนึ่งปีมาโดยตลอด

แต่นางกลับลอบเปลี่ยนจากหนึ่งปีเป็นครึ่งปี!

เขาที่มั่นใจว่าตนเองจักสามารถค่อย ๆ พิชิตใจนางได้นั้น แต่นางกลับวางแผนที่จะหนีหายไปจากเขามาตั้งแต่แรก!

ในใต้หล้า เหตุใดถึงมีสตรีไร้ใจเช่นนางได้กัน!

วันรุ่งขึ้น

หลังจากที่เซียวอวี้ว่าความยามเช้าเสร็จแล้วนั้น เขาก็เสด็จมาที่ตำหนักหย่งเหอในทันที

เหล่าทหารองครักษ์ต่างพากันเฝ้าเวรยามด้วยความเข้มงวด ราวกับว่าที่แห่งนี้เป็นคุกหลวงหาใช่ตำหนักของฮองเฮาไม่

ภายในตำหนักใน

เมื่อเดินผ่านประตูไม้การบูรเข้าไปแล้วนั้น เซียวอวี้จึงจัดแจงเสื้อผ้าอาภรณ์ของตนเอง ทั้งยังพยายามเก็บสีหน้าของตนเองเอาไว้

เมื่อเห็นเฟิ่งจิ่วเหยียนนั้น นางเพียงสวมใส่อาภรณ์ที่เรียบง่าย เครื่องหัวหาได้ปักปิ่นอันใดไม่ มีเพียงปิ่นไม้ธรรมดาเท่านั้น

นางโค้งกายทำความเคารพเซียวอวี้เฉกเช่นขุนนางคำนับกษัตริย์

เซียวอวี้จึงก้าวขึ้นไปข้างหน้า พลางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงกว่าเมื่อคืนนี้เสียหลายส่วน

“เจ้ารับสำรับเช้าแล้วหรือยัง?”

การแสดงออกของเฟิ่งจิ่วเหยียนยังคงเหมือนเดิม “เพคะ”

“เราได้ส่งคนไปไล่ตามคนชุดคลุมสีดำแล้ว คิดว่าอีกไม่นานคงจะได้ยินข่าวดีเร็ว ๆ นี้”

พูดจบ ยามที่เซียวอวี้ต้องการจะจับมือเฟิ่งจิ่วเหยียนนั้น ยังมิทันที่มือจะได้แตะมืองนาง เฟิ่งจิ่วเหยียนพลันรีบเบี่ยงตัวหลบออกไปเร็วไว

เซียวอวี้ถึงกับเกร็งลำคอของตนเอง พลางพยายามข่มกลั้นอารมณ์เอาไว้

“วันคืนที่ผ่านมา เจ้ามิได้รู้สึกกับเรา...”

ยังไม่ทันที่เซียวอวี้จะพูดจบ เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงเอ่ยตัดบทออกมาในทันที

“ไม่เพคะ”

เรื่องของความรู้สึกนั้น ไม่อาจเกิดความลังเลขึ้นมาได้เลยแม้แต่นิดเดียว

แม้ว่า...นางจักรู้สึกลังเลขึ้นมาก็ตาม

นางหาใช่คนใจแข็งดั่งหินผาไม่ ความรู้สึกที่เซียวอวี้มีให้กับนางนั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนรับรู้ได้เป็นอย่างดี

ถึงแม้เขาจักเป็นฮ่องเต้มากเผด็จการ ทว่า เขาเอาใจใส่ปากท้องราษฎรและเหล่าทหารมากนัก ทั้งยังเป็นฮ่องเต้ที่ทรงคุณธรรมเป็นอย่างยิ่ง หากเขาหลงชอบใคร ก็ย่อมสามารถกลายเป็นคนโง่ได้ ทั้งยังมิกลัวการถูกปฏิเสธ กลับคิดพยายามที่จะพิชิตใจ นางนับถือความจริงใจของเขาในจุดนี้ยิ่งนัก

เขามิได้ตั้งแง่ในความสามารถของนางในฐานะสตรีผู้หนึ่ง แค่จุดนี้เขาก็เหนือกว่าบุรุษคนอื่นมากมายแล้ว

เขายังมิคิดเอาเรื่องตระกูลเฟิ่งและตระกูลเมิ่งที่มีโทษฐานพากันปกปิดหลอกลวงเบื้องสูงอีก

เขายังเคยเอาตัวมาขวางธนูพิษให้นาง จนตนเองต้องทนทุกข์ทรมานเพราะพิษธนูจนเกือบตาย

ความตกใจพลันฉายขึ้นมาในม่านตาของเฟิ่งจิ่วเหยียน

พร้อมทั้งรู้สึกได้ถึงพละกำลังในร่างกายที่คล้ายจะถูกสะกดเอาไว้

เซียวอวี้ทำอะไรกับนางกัน!

เซียวอวี้พยุงนางเอาไว้ด้วยมือของหนึ่งข้าง ก่อนจะใช้มืออีกข้างลูบไล้ใบหน้าของนางเอาไว้ พลางก้มหน้าลงมาจุมพิตบนหน้าผากของนาง

ดวงตาเย็นชาสีดำขลับนั้น กลับเจือไปด้วยความอ่อนโยนเล็กน้อย

“ไม่ต้องกลัว เราเพียงแค่ใช้เข็มสะกดกำลังภายในของเจ้าเท่านั้น”

การหายใจของเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันเกิดอาการติดขัดไปในทันที นางมิอยากจะเชื่อเลย

พร้อมทั้งพยายามที่จะเดินกำลังภายในในร่างกายของตัวเอง ทว่า เหมือนกับพละกำลังของนางถูกอะไรบางอย่างกดเอาไว้ มิอาจใช้การได้...

เซียวอวี้จึงเชยคางของนางขึ้นมา พลางจ้องมองนางด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์

“เราควรจะดีใจสินะ ที่เจ้าคิดว่าเราเป็นฮ่องเต้มีคุณธรรม ถึงแม้ว่าตนเองคิดจะอยากออกไปจากวังหลวงก็ตาม แต่ก็ยังมีการคุยเรื่องนี้กับเราอย่างเปิดเผย หรือบางที เจ้าก็แค่อาจจะกลัวว่า หากเจ้าจากไปแล้ว เราจักมอบโทษทัณฑ์ให้กับตระกูลเฟิ่ง

“ทว่า ไม่ว่าจักอย่างไรก็แล้วแต่ ฮองเฮา เจ้ายังไม่เข้าใจจิตใจของมนุษย์มากพอ

“ว่ากันตามตรง เจ้ามิได้รู้ถึงความรู้สึกของเราที่มีต่อเจ้า

“เหตุใดเจ้าถึงคิดว่า เราต้องการท่านแม่ทัพน้อยผู้มีความจงรักภักดีจนถึงยอมผ่อนปรนให้กับเจ้าด้วยเล่า?

“ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ความอดทนและการตามใจของเรานั้น ทำให้เจ้าหลงลืมตาบอดไปเลยหรือว่า เราเป็นผู้ที่เจ้าสามารถบีบบังคับได้อย่างง่ายดายขนาดนั้น”

“...ปล่อยหม่อมฉัน!” เฟิ่งจิ่วเหยียนพยายามดิ้นรน หากแต่นางหาได้มีเรี่ยวแรงไม่ ทั่วร่างอ่อนแรงแม้แต่จะยืนยังเป็นปัญหาสำหรับนาง

เซียวอวี้เอ่ยเตือนนางออกมาด้วยความ “หวังดี”

“เข็มเงินเพิ่งจะเข้าสู่ร่างกายของเจ้าไปได้ไม่นาน เจ้าย่อมไม่คุ้น หากมิอยากมีอาการเช่นนี้ เจ้าอย่าได้ฝึกกำลังภายในพร่ำเพรื่อ มิเช่นนั้นอาจจะทำให้รู้สึกไม่ดี เหมือนเราในยามนี้… รู้สึกอึดอัด ”

พูดจบ เขาพลันก้มลงมาอุ้มขาทั้งสองข้างพร้อมยกตัวนางขึ้น ก่อนจะเดินไปที่เตียงนอนในทันที

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย