เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 493

ม่านลูกปัดพลันถูกเปิดออก ยามที่เห็นว่าตนเองกำลังถูกอุ้มเข้าไปในมุ้งนั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงคว้าผ้าม่านเอาไว้แน่น ทว่า แรงที่จะจับนั้นหาได้มีไม่

ขณะที่เซียวอวี้ค่อย ๆ ก้าวเดินไปข้างหน้านั้น ม่านก็ค่อย ๆ หลุดจากมือนางไปเรื่อย ๆ

ยามที่เห็นม่านค่อย ๆ ทยอยปิดเข้าหากัน นัยน์ตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนจึงเต็มไปด้วยความโกรธเล็กน้อย..

เซียวอวี้อุ้มนางมายังข้างเตียง ก่อนจะช่วยนางปลดปิ่นปักผมไม้และผ้าคาดหัวลงมาด้วยความระมัดระวัง

ผมสีดำราวน้ำหมึกจึงค่อย ๆ ล่วงตกลงมา นิ้วเรียวยาวของเซียวอวี้พลันลอดผ่านเส้นผมไปจับที่ท้ายทอยของเฟิ่งจิ่วเหยียน

ดวงตาของเซียวอวี้พลันเต็มไปด้วยร่องรอยอารมณ์มากมาย

“วันนี้เราตั้งใจจะคุยกับเจ้าดี ๆ

“หากว่าเจ้ารักษาสัญญาจะจากเราไปเมื่อครบสัญญาหนึ่งปี เราก็คงมิต้องโมโหเช่นยามนี้

“แต่เจ้ากลับไม่ฟังคำเรา ทั้งยังยึดถือในวิถีของตนเองยิ่งนัก

“เราจึงได้แต่จำเป็นจักต้องใช้วิธีการของเราเอง เพื่อบังคับให้เจ้ารักษาสัญญา”

เฟิ่งจิ่วเหยียนใช้แรงกัดริมฝีปากของตนเองเอาไว้ เพื่อให้ตนเองได้สติอยู่เสมอ

เซียวอวี้ที่มองออกว่านางจักทำอันใดนั้น จึงเอ่ยเตือนขึ้นมาว่า

“เรามิได้บอกแล้วหรือ หากเจ้ายังฝืนใช้กำลังภายในอีก ร่างกายของเจ้ามีแต่จะอ่อนแอลงเท่านั้น”

ขณะที่เซียวอวี้พูดนั้น เรียวนิ้วของเขาก็เกี่ยวเข้าที่เข็มขัดของนาง...

หลังจากที่อาภรณ์ถูกปลดออกแล้วนั้น ผิวของนางราวกับถูกไอความเย็นฉาบเอาไว้ในทันที

เฟิ่งจิ่วเหยียนได้แต่หลับตาพร้อมทั้งขมวดคิ้วเอาไว้

พลันมีน้ำเสียงทุ้มลึกของชายหนุ่มดังขึ้นมาที่ข้างหูว่า

“เจ้าเคยแนะนำเราให้เรียนรู้สิ่งที่เป็นประโยชน์ เราเรียนรู้มันแล้ว แต่มิรู้ว่าเราจะเรียนรู้ได้ดีมากแค่ไหนกัน”

เพียงแค่เซียวอวี้ใช้แรงที่มือ เรียวคิ้วของเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันขมวดแน่นเป็นปมมากกว่าเดิมเสียอีก

จู่ ๆ เซียวอวี้พลันพลิกตัว พร้อมทั้งกดนางลงบนผ้าห่ม รอบดวงตาพลางเป็นสีแดงก่ำ สื่อถึงความไม่ยอม รวมไปถึงความพยายามที่จะต่อต้านอย่างสุดความสามารถ

ริมฝีปากบางของเซียวอวี้เขยิบเข้ามาชิดที่ลำคอระหง ก่อนจะค่อย ๆ ขยับไปที่ใบหู พลางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงกระซิบแผ่วเบาว่า “เจ้าอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเรา...”

ภายในใจของเฟิ่งจิ่วเหยียนเต็มไปด้วยความแน่วแน่

นางมิเชื่อว่าตนเองมิอาจฝ่าฟันอุปสรรคนี้ไปได้

เฟิ่งจิ่วเหยียนรู้สึกว่ากำลังภายในของนางค่อย ๆ เพิ่มขึ้นมาทีละน้อยแล้ว

ในขณะเดียวกัน เปลวไฟแห่งอารมณ์พลันลุกโชนขึ้นมาในดวงตาของเซียวอวี้ในทันที ราวกับปีศาจร้ายที่พยายามจะเด็ดดวงจันทร์ให้เข้ามาอยู่ในความมืดมิดของตนเอง

……

ก่อนจะรับสำรับกลางวันนั้น เหลียนซวงจึงเข้ามาหา

ยามที่เข้ามาในตำหนักในนางพลันรู้สึกว่าภายในตำหนักเงียบผิดปกติยิ่งนัก

ราวกับมิมีผู้ใดอยู่ข้างใน

ทำเอาเซียวอวี้นึกประหลาดใจยิ่งนัก

นางไปเอาพลพกำลังมาจากไหนกัน?

ทว่า ภาพที่เห็นตรงหน้า ผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงของนาง พร้อมทั้งริมฝีปากที่แดงฉานราวกับเลือด...

มันคือเลือดจริง ๆ !

เซียวอวี้พลันนึกขึ้นมาได้ในทันที นางมิยอมฟังคำเขาลอบรวบรวมกำลังภายใน!

เฟิ่งจิ่วเหยียนฉวยโอกาสเพียงช่วงระยะเวลาสั้น ๆ รวบรวมสติของตนเองไว้ เข็มเงินที่ฝั่งเข้าไปในร่างของนางก็ถูกขับออกมาด้วยความรุนแรงในทันที

ฉึก!

เข็มเงินเจาะไปที่เสาเตียงในทันที เกือบแทงเข้าไปในเสาจนมิด

ในขณะเดียวกัน ยามที่เฟิ่งจิ่วเหยียนนั่งอยู่บนเอวของเซียวอวี้นั้น นางมิได้สนใจแววตาที่เต็มไปด้วยความตกใจของเซียวอวี้เลยแม้แต่น้อย ก่อนจะรีบหยิบเสื้อผ้าอาภรณ์ของตนเองที่อยู่ด้านข้างมาใส่ลงบนตัว พร้อมทั้งเลือดที่ค่อย ๆ ไหลออกมาจากมุมปากของนางตกลงบนหน้าอกของเซียวอวี้

จากนั้นไม่นาน ร่างของเฟิ่งจิ่วเหยียนก็ล้มฟุบลงไป

ดวงตาของเซียวอวี้เบิกโพลงไปด้วยความสั่นเทา

เขารู้จักนางมากขึ้นไปอีกหนึ่งขั้นแล้ว

ก่อนที่เซียวอวี้จะยกมือขึ้นมาโอบกอดนางเอาไว้ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่า

หรือว่า เขาจะมิอาจฉุดรั้งนางเอาไว้ได้จริง ๆ...

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย