เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 494

เมื่อเฟิ่งจิ่วเหยียนฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ก็เป็นช่วงบ่ายแล้ว

เหลียนซวงที่คอยอยู่ข้างกายนาง แววตาเต็มไปด้วยความกังวลใจมากมาย

“ฮองเฮาเพคะ ท่านเป็นเช่นไรบ้างเพคะ?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนลุกขึ้นนั่ง พร้อมทั้งพยายามรวบรวมพละกำลังของตนเองอีกครั้ง

กำลังภายในของนางฟื้นคืนมาแล้ว ทว่า ร่างกายกลับอ่อนแอยิ่งนัก

ริมฝีปากของเฟิ่งจิ่งเหยียนซีดเผือด พร้อมแววตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย

“ฮองเฮาเพคะ ฮูหยินเฟิ่งเข้ามาในวังเพคะ”

การมาของฮูหยินเฟิ่งในครานี้ เพื่อมาเกลี้ยกล่อมเฟิ่งจิ่วเหยียน

ฮูหยินในยามนี้ดูจะแก่ลงมากนัก ทั่วร่างของนางคล้ายกับอ่อนแรงเต็มที

“สถานะของเจ้า ฝ่าบาททรงล่วงรู้หมดแล้ว

“พระองค์ยังเรียกตัวบิดาของเจ้าเข้ามาในวังอีก ทั้งยังเล่าเรื่องของเจ้าอีกด้วย

“เหตุใดลูกถึงสะเพร่าโง่เง่าเช่นนี้

“ในเมื่อเจ้าแต่งให้กับฝ่าบาทแล้ว เหตุใดจึงอยากจากไปเล่า?

“ฝ่าบาทมีพระเมตตา ไม่คิดถือสาหาความใดกับตระกูลเฟิ่งและตระกูลเมิ่งเรื่องโทษหลอกลวงเบื้องสูง ทั้งยังร่วมเซ็นสัญญาเป็นระยะเวลาหนึ่งปีกับเจ้าอีก เจ้าลองคิดดู หากเรื่องสัญญาถูกเผยแพร่ออกไปเมื่อใด ผู้คนหาได้ต่อว่าฝ่าบาทเป็นคนผิดในเรื่องนี้ไม่……”

เฟิ่งจิ่วเหยียนมิคิดเลยว่าเซียวอวี้จะบอกเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้นายท่านเฟิ่งฟัง

ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความเย็นชา บนใบหน้าหาได้มีร่องรอยอารมณ์ใด ๆ ไม่

เห็นได้ชัดว่านางมิได้ฟังคำพูดของฮูหยินเฟิ่งเลยสักนิด

เมื่อฮูหยินเฟิ่งมิอาจทำอันใดกับนางได้นั้น

หากเป็นเวยเฉียงละก็ นางจักต้องฟังคำมารดาของตนเองอย่างแน่นอน

ฮูหยินเฟิ่งมองดูรอยสีกุหลาบบนคอของเฟิ่งจิ่วเหยียน ก่อนจะลอบถอนหายใจออกมา

“ฝ่าบาทรู้สึกกับเจ้าเช่นนี้ นั่นเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ร้องขออ้อนวอนเช่นไรก็มิอาจได้มา

“เจ้าจักดื้อดึงไปเพื่ออะไรกัน?

“ในฐานะสตรีนั้น ถึงอย่างไรก็ต้องแต่งงานมีลูก

“เจ้าที่สู้รบมานานหลายปี เจ้าอยากจะออกรบไปตลอดชีวิตเลยงั้นหรือ?

“ทั้งข้ากับบิดาของเจ้าเพียงแค่หวังว่าเจ้าจักมีชีวิตรอดปลอดภัยเท่านั้น”

“เจ้าอย่าได้สร้างปัญหาให้กับฝ่าบาทได้หรือไม่?”

ดวงตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนเต็มไปด้วยความสงบเงียบ

“เขาให้ท่านมาเอ่ยเรื่องพวกนี้ใช่หรือไม่?”

ฮูหยินเฟิ่งพลันตกตะลึงไปในทันที

“เจ้าหมายถึงฝ่าบาทเช่นนั้นหรือ?

“ฝ่าบาท พระองค์...เพียงขอให้ข้ามาอยู่พูดคุยเป็นเพื่อนกับเจ้าเท่านั้น”

เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงหยิบของบางอย่างออกมา ก่อนจะยื่นให้กับฮูหยินเฟิ่ง

“ท่านมิต้องเป็นกังวล เรื่องของข้า ข้ามิมีทางลากตระกูลเฟิ่งเข้าไปข้องเกี่ยวด้วยอย่างแน่นอน”

ฮูหยินเฟิ่งพลันรับมาก่อนจะเปิดมันออกด้วยท่าทีงุนงงไปในทันที เมื่อเห็นคำว่า “ตัดสายสัมพันธ์บิดาและบุตรี” นั้น สีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึงไปในทันที

“จิ่วเหยียน! เจ้า... เจ้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร!

“หรือว่า แม้แต่มารดาเช่นข้า เจ้าก็มิอยากจะนับญาติด้วยแล้วหรือ?”

ฮูหยินเฟิ่งพลันอารมณ์ขึ้น ก่อนจะใช้มือกุมไปที่หน้าอกของตนเองด้วยความเจ็บปวดใจยิ่งนัก ราวกับตนเองหายใจไม่ออก

ใบหน้าอันหล่อเหลาของเซียวอวี้พลันเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า

“เราเพิ่งกลับมาจากจวนตระกูลเฟิ่ง

“มารดาของเจ้าร่ำไห้ออกมาด้วยความเสียใจมากยิ่งนัก หลังจากที่บิดาของเจ้าเห็นหนังสือตัดความสัมพันธ์นั้น โรคหัวใจพลันกำเริบ... ฮองเฮา พวกเขาทั้งหมดล้วนแต่เป็นคนในครอบครัวของเจ้า เจ้ามิควรทำกับพวกเขาเช่นนี้”

เซียวอวี้พลันวางถ้วยยาในมือลง ก่อนจะกุมมือของนางเอาไว้

“เราชอบใครสักคนเป็นครั้งแรก มิรู้ว่าตนเองควรจะทำเช่นไร

“หลังจากที่รู้ว่าเจ้าจักจากไปนั้น เราอาจจะมีหุนหันโมโหไปบ้าง

“เราจักไม่ขอให้เจ้ายกโทษให้ ขอเพียงแค่เจ้าให้โอกาสเราสักครั้ง

“เรารู้ดีว่าเจ้าเป็นคนที่มีความสามารถ การกักขังเจ้าเอาไว้ในวังหลวงเช่นนี้ หาได้ยุติธรรมกับเจ้าไม่ ทว่า เรา...ชอบเจ้าจากใจจริง ฉะนั้นเราถึงได้พยายามรั้งเจ้าเอาไว้ด้วยความเห็นแก่ตัวของตนเองเช่นนี้”

แววตาอันสงบนิ่งของเฟิ่งจิ่วเหยียนหาได้มีคลื่นความรู้สึกใด ๆ ออกมาไม่

เฟิ่งจิ่วเหยียนพลันหันไปมองเขา ก่อนจะเอ่ยถามออกมา

“หม่อมฉันอยากฟังความจริง หากครบสัญญาหนึ่งปีแล้ว ท่านจักยอมให้หม่อมฉันจากไปจริง ๆ หรือไม่เพคะ?”

เซียวอวี้ราวกับมีก้อนเนื้ออะไรบางอย่างกระจุกอยู่ในลำคอไปในทันที

หลังจากที่ขบคิดดูแล้วนั้น เขาจึงตัดสินใจเอ่ยความจริงออกมา

“ไม่มีทาง

“ยามที่เรากำหนดเวลาหนึ่งปีนั้น คือขีดจำกัดความอดทนของเราต่างหาก

“ในระยะเวลาหนึ่งปีนี้ เราจักไม่บังคับเจ้า…”

เพล้ง!

เฟิ่งจิ่วเหยียนสะบัดมือของตนเอง พร้อมทั้งถ้วยชาที่กระเด็นไปโดนหัวเตียงในทันที

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย