เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 495

แววตาของเซียวอวี้พลันเต็มไปด้วยความมืดครึ้ม ก่อนจะกวาดสายตามองไปยังเศษกระเบื้องที่ตกลงบนพื้น ร่างสูงจึงลุกขึ้นยืนในทันทีพร้อมเงาร่างใหญ่ที่พาดผ่านลงมา

“เราคือฮ่องเต้

“ภายใต้อำนาจขององค์จักรพรรดินั้น หาได้มีอิสรภาพไม่

“ไม่ว่าเจ้าจะโกรธก็ดี ไม่พอใจก็ดี เจ้าก็มิอาจฝ่าฝืนมันไปได้

“หากเราเป็นเจ้า เราจักไม่มีทางใช้วิธีการที่โง่เง่าเช่นการท้าท้ายขีดจำกัดของฮ่องเต้เช่นนี้”

น้ำเสียงที่เรียบนิ่งของเซียวอวี้พลางเจือไปด้วยความองอาจที่มิอาจฝ่าฝืนไปได้

ความอ่อนโยนที่เกิดขึ้นยามที่อยู่ชายแดนใต้นั้น เป็นเพียงแค่ภาพลวงตาที่เขาทิ้งสถานะของฮ่องเต้เพียงชั่วครู่ เพื่อให้นางตายใจ

ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็ยังเป็นฮ่องเต้ผู้เลือดเย็นอยู่เช่นเดิม

เฟิ่งจิ่วเหยียนพลันหัวเราะเยาะเย้ยกับตัวเอง

“หม่อมฉินคิดว่า ท่านให้สิทธิ์หม่อมฉันได้เลือกเสียอีก”

ที่เขาโกรธนั้น หาใช่เพราะนางปรับเปลี่ยนสัญญาเป็นครึ่งปีไม่ แต่เป็นเพราะเขาไม่คิดที่จะปล่อยนางไปตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

เซียวอวี้เชยคางของนางขึ้นมา ก่อนจะใช้แววตาเฉียบคมก้มลงไปมอง

“มีสิ่งหนึ่งที่เจ้าสามารถวางใจได้

“เรื่องระหว่างเรากับเจ้านั้น เราไม่มีทางใช้ตระกูลเฟิ่งและชีวิตของผู้อื่นมาเป็นตัวประกันเพื่อข่มขู่เจ้าอย่างแน่นอน

“นั่นเป็นเพราะ เรามิชอบเห็นเจ้าใช้ความรู้สึกจอมปลอมกับเราเพื่อคนอื่น”

เฟิ่งจิ่วเหยียนกำหมัดแน่นไปในทันที

……

เมื่อเหลียนซวงเห็นฝ่าบาทเดินออกมานั้น นางพลันรีบก้มหน้าโค้งกายทำความเคารพในทันที

หลายวันที่ผ่านมานั้น กลิ่นอายของฝ่าบาทคล้ายกับว่าต้องการสังหารผู้ใดอยู่ตลอดเวลา ช่างน่ากลัวยิ่งนัก

แต่ในขณะเดียวกัน ในท้องพระโรงว่าความยามเช้าก็หาได้สงบเงียบไม่

เนื่องจาก “นิสัยเดิม”ของฝ่าบาทได้กลับมาอีกแล้ว

คดีที่เฉินอ๋องปล้นจี้ข้าวสารอาหารแห้งนั้นได้ถูกตัดสินออกมาแล้ว

เหล่าขุนนางที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ต่างก็ถูกตัดสินโทษประหารห้าม้าแยกร่างในทันที

แม้แต่เฉินอ๋องเองก็ยังถูกโทษตัดสินประหารชีวิตด้วยเช่นกัน

หลังจากที่ไทฮองไทเฮาทราบนั้น พระนางได้มีการร้องขอชีวิตของเฉินอ๋องเอาไว้

เซียวอวี้พลางเอ่ยออกมาด้วยความเย็นชา

“ในเมื่อลอบสั่งสมกำลังเพื่อที่จะแย่งชิงอำนาจของเรา เราย่อมมิมีทางปล่อยให้เขามีทางรอดกลับไป มิเช่นนั้นจักเป็นการปล่อยเสือกลับภูเขา!”

ภายในคุกเทียนเหลา

เฉินอ๋องมิคิดเลยว่าฝ่าบาทจักตัดสินใจประหารเขาเช่นนี้

“ไม่! ไม่! ข้าจักตายไม่ได้! ข้าต้องการเข้าเฝ้าฝ่าบาท ข้าผิดไปแล้ว...ฝ่าบาท!”

พร้อมทั้งสุราพิษที่ค่อย ๆ ถูกจับกรอกปากลงไป ไม่นานนัก ทั่วร่างของเฉินอ๋องพลันมีเลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด ก่อนจะสิ้นใจจากไปด้วยความเจ็บปวด

เหล่าลูกหลานภายในตระกูลต่างก็ถูกลดสถานะลงไปเป็นสามัญชนคนธรรดาทั้งหมดเช่นกัน

ช่วงเวลาหนึ่ง ภายในท้องพระโรงต่างก็เต็มไปด้วยความโกลาหลในทันที

ห้องทรงพระอักษร

เฉินจี๋พลันเดินเข้ามารายงานตัวด้านใน

ยามที่องค์หญิงใหญ่คิดจะเอ่ยอันใดออกมานั้น จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงดังขึ้นมาเสียก่อน

“บ่าวขอเข้าเฝ้าฝ่าบาทเพคะ!”

องค์หญิงใหญ่พลันหันกลับไปหาเซียวอวี้ในทันที พลางกล่าวว่า

“วันนี้แดดดียิ่งนัก ข้ากับฮองเฮาอยากจะพากันไปเดินเล่นที่อุทยานหลวง”

เซียวอวี้พลางเหลือบมองเฟิ่งจิ่วเหยียนด้วยสายตาเฉยเมย

“ได้” ร่างกายของนางยังมิฟื้นดี ย่อมมิอาจหนีไปไหนได้

องค์หญิงใหญ่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย พระนางมิคิดว่าฝ่าบาทจักยอมตกลงอย่างง่ายดายเช่นนี้

เฟิ่งจิ่วเหยียนพลางเหม่อมมองออกไปด้านนอกตำหนัก พร้อมทั้งกำมือเอาไว้แน่น

……

ภายในสวนอุทยานหลวง จู่ ๆ เฟิ่งจิ่วเหยียนพลันจับแขนขององค์หญิงใหญ่เอาไว้ ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกว่า

“องค์หญิง หม่อมฉันอยากไปที่ตำหนักวั่นโซ่วเพคะ”

องค์หญิงใหญ่จึงตอบรับคำขอของนางในทันที

หลังจากผ่านไปสองถ้วยชา

เมื่อเฟิ่งจิ่วเหยียนขอเข้าเฝ้าไทฮองไทเฮาได้แล้วนั้น

ทุกคนต่างพากันรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง ฮองเฮามิได้ถูกฝ่าบาทลงโทษให้ปิดตัวสำนึกตนอยู่ในตำหนักเช่นนั้นหรือ เหตุใดถึงมาหานางได้กัน?

ยามที่กำลังครุ่นคิดสงสัยอยู่นั้น ฮองเฮาพลางเอ่ยทำลายบรรยากาศความสงบเงียบขึ้นมาว่า

“ไทฮองไทเฮาเพคะ หม่อมฉันต้องการลงจากตำแหน่งเพคะ”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย