เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 526

เมื่อออกมาจากเมืองเสี่ยวหลิน ก็มุ่งไปทางทิศใต้นั่นก็คือเมืองตงซิ่น

พันธมิตรอู่หลินอยู่ในหมู่บ้านเสิ่นเจียอู่ภายในเมืองตงซิ่น

ดูเผิน ๆ อาจจะเหมือนหมู่บ้านทั่วไป แต่เป็นสถานที่ตั้งสำนักใหญ่ของพันธมิตรอู่หลิน ในนั้นมียอดฝีมือแห่งยุทธภพมากมายจนนับไม่หวาดไม่ไหว

หน้าทางเข้าหมู่บ้านมีหินก้อนใหญ่ตั้งอยู่ บนนั้นสลักชื่อไว้หลายคน

บุรุษสองพาสาวน้อยมาด้วยหนึ่งคน ทั้งยังใส่หน้ากาก จึงทำให้คนระแวงอย่างเลี่ยงไม่ได้

คนเฝ้าหมู่บ้านเข้ามาขวางทางทั้งสามคน เอ่ยถามว่า

“มาจากไหน ไปแห่งหนใด”

อู๋ไป๋ตัดสินได้อย่างมีประสบการณ์ สิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้คือตอบรับสัญญาณลับ

ดังนั้น เขาจึงหันไปมองแม่ทัพน้อย

เฟิ่งจิ่วเหยียนก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว คารวะตามขนบชาวยุทธภพอย่างเคร่งครัด

ต่อมานางก็กล่าวด้วยพลังเต็มเปี่ยม

“มาจากปรโลก หวนคืนสู่ปรโลก! มิตรภาพแน่นแฟ้นร่วมมีเกียรติร่วมเสื่อมเสีย จับมือสร้างตำนานแห่งยุทธภพ! คารวะ! ผู้นำพันธมิตรทรงอำนาจ!”

“พรืด——”

อู๋ไป๋หลุดขำอย่างอดไม่ได้

สัญญาณลับนี้…ฟังดูเชยอย่างยิ่ง!

คนอย่างแม่ทัพน้อย ทนรับได้อย่างไรกันนะ?

หลังจากที่เฟิ่งจิ่วเหยียนพูดจบ สีหน้าก็แข็งทื่อเล็กน้อย

ตงฟางซื่อเฮ็งซวยนี่…

พูดได้เลยว่า หากไม่ใช่เพราะหมดทางเลือก นางก็คงไม่มาที่พันธมิตรอู่หลิน

“คารวะ! ผู้นำพันธมิตรทรงอำนาจ!” แม่นางน้อยนามว่า “เซี่ยวเซี่ยว” พูดเลียนแบบ เสียงสดใสน่ารัก ทำให้รู้สึกอุ่นวาบในใจ

เมื่อคนเฝ้าหมู่บ้านเห็นว่าเป็นคนของตัวเอง ก็ปล่อยให้เข้าไปแต่โดยดี

ตลอดทาง เฟิ่งจิ่วเหยียนเงียบเป็นพิเศษ

……

เห็นครั้งแรกหมู่บ้านเสิ่นเจียอู่ก็เป็นหมู่บ้านธรรมดาทั่วไป

อู๋ไป๋เพิ่งเคยมาพันธมิตรอู่หลินเป็นครั้งแรก ไม่คิดเลยว่า สำนักใหญ่แห่งยุทธภพที่ยิ่งใหญ่ จะตั้งอยู่ในสถานที่ธรรมดาไร้ความพิเศษเช่นนี้

ในจินตนาการ ควรที่จะเป็นหมู่บ้านกลางหุบเขา มีความเป็นเอกลักษณ์ ลูกศิษย์เฝ้าประตูล้วนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าและเครื่องประดับเหมือนกัน…ผลกลับกลายเป็นว่าสิ่งของเหล่านี้ไม่มีเลย

ไม่นานหลังจากนั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนก็พาพวกเขามาเคาะประตูเรือนชาวนาหลังหนึ่ง

ชายฉกรรจ์ร่างบึกบึนออกมาเปิดประตู ทันทีที่เห็นนาง พลันเผยรอยยิ้มซื่อ ๆ อย่างหาเจอได้ง่ายออกมา

“สหายซู ก่อนหน้านี้ได้รับจดหมายจากเจ้า พอรู้ว่าเจ้าจะมา พวกข้าก็ตั้งตารอคอยอยู่เนิ่นนาน! รีบเข้ามาก่อน!”

ต่อมาอู๋ไป๋ถึงได้รู้ว่า ชายฉกรรจ์ผู้นี้คือฝานจิ้น “ฝ่ามือเหล็ก” ที่มีชื่อเสียงโด่งดังและน่าเกรงขาม

ฝานจิ้นเหลือบมองเซี่ยวเซี่ยวที่อยู่ข้างกายเฟิ่งจิ่วเหยียน “ลูกสาวเจ้าหรือ? โตขนาดนี้แล้ว? น้องสะใภ้มาด้วยหรือไม่?”

มุมปากของเฟิ่งจิ่วเหยียนกระตุกสองสามที

“เก็บได้ระหว่างทางน่ะ”

“พี่ชาย เราจะกลับกันเมื่อไร?”

เพิ่งมาถึง ก็อยากกลับแล้ว คงเพราะรู้สึกว่าคนพวกนี้ไม่ได้เรื่อง

เฟิ่งจิ่วเหยียนพูดเสียงต่ำ “กินข้าวก่อน”

ฝานจิ้นกล่าวอย่างลำพองใจ

“สหายซู กินเยอะ ๆ นะ อาหารเหล่านี้ล้วนเป็นผักและไก่ที่หมู่บ้านเสิ่นเจียอู่ปลูกและเลี้ยงเอง ไม่มีสารปนเปื้อน ไม่เป็นอันตรายแน่นอน!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนคีบเนื้อไก่ขึ้นมา อดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้

ตอนนั้นตงฟางซื่อกล่าวว่า——“เราต้องพึ่งพาตัวเอง จะให้คนภายนอกเข้ามาควบคุมไม่ได้” ที่แท้ก็คือการพึ่งพาตัวเองแบบนี้นี่เอง

คนที่อยู่ภายในบ้าน ส่วนใหญ่เป็นคนที่ซูฮ่วนเคยรู้จัก และมีคนอายุน้อยจำนวนหนึ่ง ที่ไม่รู้จักนาง แต่ก็เคยได้ยินเรื่องของนางมาบ้าง เพื่อปฏิบัติในฐานะคนรุ่นหลัง จึงทยอยเข้ามาคารวะนางด้วยจอกสุรา

“การที่รองผู้นำพันธมิตรกลับมา นับเป็นเรื่องน่ายินดีอันยิ่งใหญ่ของพันธมิตรอู่หลิน!”

“รองผู้นำพันธมิตร ข้าน้อยอยากเรียนวิชากระบี่กับท่าน ได้โปรดรับข้าน้อยเป็นศิษย์ด้วย!”

“รองผู้นำพันธมิตร ข้าน้อยเลื่อมใสศรัทธาในตัวท่านมานานหลายปี ในที่สุดวันนี้ก็ได้เจอท่าน ข้าน้อย…ฮือ ๆ…”

เมื่อเฟิ่งจิ่วเหยียนเห็นคนอ่อนวัยตรงหน้าจู่ ๆ ก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมา พลันนิ่งอึ้งไปเล็กน้อย ๆ

“เจ้า ร้องไห้เสร็จก่อนค่อยดื่มดีไหม?”

สิ้นคำพูดได้ไม่ทันไร ก็มีคนเข้ามา

ฝานจิ้นส่งเสียงตะโกน “ผู้นำพันธมิตรกลับมาแล้ว!”

อู๋ไป๋สงสัยเป็นอย่างมาก ผู้นำพันธมิตรแห่งพันธมิตรอู่หลิน เป็นจอมยุทธ์แบบไหนกัน

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย