เฟิ่งจิ่วเหยียนได้รับความนิยมในหมู่สาว ๆ มากนัก ทำเอานางดื่มสุราไปมากมายหลายจอกแล้ว
ยามที่แม่นางน้อยผู้หนึ่งยื่นสุรามาให้นั้น ตงฟางซื่อก็รีบมารับไปแทนเฟิ่งจิ่วเหยียนในทันที
“แม่นางทุกท่าน ถึงแม้ว่ารองผู้นำพันธมิตรซูของพวกเราจักดีมากเท่าใด ทว่า ภายในพันธมิตรอู่หลินของพวกเรายังมีคนอีกมากที่ยังมิได้ตกแต่งออกไปนะ!”
พร้อมทั้งเสียงหัวเราะจากฝูงชนที่ดังตามมา
“ไม่ได้! ท่านผู้นำก็ยังมิแต่งงานเลย! แม่นางทุกท่านยังมิรีบส่งจอกสุราให้กับท่านผู้นำพันธมิตรอีกหรือ?”
สิ่งที่ยากที่สุดคือการรับน้ำใจจากสาวงามนั่นเอง
ตงฟางซื่อจึงยอมลงโทษตนเองด้วยการยกจอกสุราขึ้นดื่มไปสองสามจอกก่อน
หลังจากนั้นเขาก็นั่งอยู่ข้าง ๆ เฟิ่งจิ่วเหยียน พลางเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มว่า
“วันพรุ่งนี้เจ้ายังต้องออกเดินทางต่อ รีบเข้าไปพักผ่อนเสียเถอะ ตรงนี้หาได้เป็นอันใดไม่”
เฟิ่งจิ่วเหยียนมิได้สนใจอันใด
นานแล้วเหมือนกันที่นางมิได้ผ่อนคลายแบบนี้
หมู่บ้านเสิ่นเจียอู่เป็นเสมือนกับสวนดอกท้อที่พันธมิตรอู่หลินคอยปกป้องดูแลอยู่
เมื่อนางมาเยือนที่แห่งนี้ ราวกับว่าทั่วร่างที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหารฆ่าฟันถูกชำระล้างออกไป
ในขณะเดียวกัน พลันมีคนโห่ร้องขึ้นมา
“ท่านผู้นำพันธมิตร ท่านกับท่านรองผู้นำพันธมิตรก็ลุกขึ้นมาเต้นด้วยกันเถิด!”
“ใช่แล้ว มาเต้นรำกันเถอะ! ยังไงซะพวกท่านก็เป็นบุรุษทั้งคู่!”
ตงฟางซื่อที่ชอบความรื่นเริงนั้น จึงรีบลุกขึ้นยืนในทันที
“เช่นนั้นมาเต้นกัน!”
เล่นเป็นเล่น ก่อเรื่องเป็นก่อ เฟิ่งจิ่วเหยียนพยายามวางตัวให้เหมาะสม
ขณะที่นางกำลังจะเอ่ยปฏิเสธตงฟางซื่อนั้น จู่ ๆ พลันมีเงาดำร่างใหญ่ทาบเข้ามาที่นาง
เมื่อเงยหน้าขึ้นมองนั้น กลับเห็นว่าเป็นเซียวอวี้
เซียวอวี้มายืนบังอยู่ด้านหน้าเฟิ่งจิ่วเหยียน สายตาพลางมองดูตงฟางซื่อด้วยความเฉียบแหลม
“ที่ผู้นำตงฟางก็ยังมิได้แต่งภรรยานั้น เป็นเพราะยังมิมีสตรีที่ตนเองชมชอบใช่หรือไม่?”
เมื่อเจอกับคำถามเช่นนี้ตงฟางซื่อถึงกับตกตะลึงไปในทันที
“ข้า……”
จู่ ๆ เขาก็ร่ำไห้ออกมา
บุรุษร่างใหญ่เช่นเขารีบวิ่งหนีออกไปร้องไห้ในทันที ! !
เซียวอวี้:? ?
เมื่อเซียวอวี้หันกลับมามองนั้น ราวกับเห็นสายตามามากมายมองมาที่เขาด้วยความตำหนิ
เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงวางกลองลง ก่อนจะลุกขึ้นยืนกล่าวว่า
“ภรรยาของเขาสิ้นใจตายไปนานแล้ว ท่านมิสมควรไปสะกิดแผลใจของเขาออกมาเช่นนี้”
เซียวอวี้พลันตัวแข็งค้างไปในทันที ทั้งยังมิรู้ว่าตนเองควรจะทำตัวเช่นไร
พลางลุกขึ้นมานั่งกลางดึก ก่อนจะเอ่ยกับตนเองว่า “เราสมควรตายยิ่งนัก”
เพื่อป้องกันมิให้ตงฟางซื่อเอ่ยไร้สาระออกมาอีก นางจึงเรียนคนให้มาพยุงตงฟางซื่อกลับไปพักผ่อน
หลังจากนั้น ที่แห่งนี้จึงเหลือเพียงเฟิ่งจิ่วเหยียนกับเซียวอวี้เท่านั้น
นางเหลือบมองไปที่เซียวอวี้ที่มีท่าทีเมาเล็กน้อย
บัณฑิตต้องหลีกหนีจากสถานที่อันตราย ยามที่เฟิ่งจิ่วเหยียนลุกขึ้นยืนเตรียมจะขอตัวลานั้น จู่ ๆ เซียวอวี้พลางเอ่ยออกมาด้วยความยากลำบากว่า
“เรา คิดถึงนางมาก”
เฟิ่งจิ่วเหยียนที่ยืนอยู่ตรงนั้น พลางมองดูชายหนุ่มที่ยังเมามายอยู่ตรงหน้าด้วยความสับสน
เซียวอวี้รินดื่มคนเดียว ราวกับว่าต่อให้มีสุรามากกว่านี้ก็ยังมิอาจเติมเต็มความว่างเปล่าภายในใจของเขาได้
“หลังจากที่นางจากไปแล้ว เราอยากลืมนางเหลือเกิน
“รองหัวหน้าพันธมิตรซู เจ้ามีคนที่มิอาจหลงลืมไปได้หรือไม่”
เซียวอวี้พลางเงยหน้าขึ้นมา ด้วยแววตาที่นิ่งลึกราวกับหุบเหว
เฟิ่งจิ่วเหยียนมิได้เอ่ยตอบเขา ก่อนจะหันไปกล่าวกับเฉินจี๋
“ฝ่าบาทเมาแล้วพยุงเขากลับไปเถิด”
พูดจบ เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงเดินจากไปในทันที
เซียวอวี้จ้องมองดูแผ่นหลังของนาง ก่อนจะกำหมัดเอาไว้แน่น
นางประเมินเขาต่ำไปหรือไม่?
การรักใครสักคนนั้น เหตุใดเขาจักจำไม่ได้...

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...