เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 548

การรักใครสักคนจริง ๆ นั้น ริมฝีปากของนาง มือของนาง ท่าทางการร่ำสุราของนาง ท่าทีเหม่อลอยของนาง คำพูดที่นางมักจะเอ่ยออกมานั้น... เขาล้วนแต่คุ้นเคยกับมันเป็นอย่างยิ่ง

ฮองเฮาของเขา แม่ทัพน้อยของเขา เขามั่นใจว่าต้องเป็นนางอย่างแน่นอน

ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา เซียวอวี้แย้มยิ้มออกมาด้วยความขมขื่น

นางหลอกลวงเขาได้เจ็บแสบยิ่งนัก

นางมิได้เป็นเพียงท่านแม่ทัพน้อยเมิ่งที่ฟาดฟันศัตรูในสนามรบเท่านั้น ยังเป็นซูฮ่วนจอมยุทธพันธมิตรอู่หลินแห่งยุทธภพอีก

ป้ายทองไว้ชีวิตนั้น แต่แรกจนถึงตอนนี้ล้วนแต่เป็นการขอไว้เพื่อตัวนางเอง

มิแปลกใจเลยที่นางจะไม่ชอบอยู่ในวังหลวง

สิ่งที่นางเคยพบเห็นนั้น มิได้มีเพียงดินแดนอันกว้างใหญ่ของชายแดนเหนือ ทั้งยังมียุทธภพที่กว้างใหญ่อีก

นางที่มีอายุเพียงสิบสามก็โลดแล่นอยู่ภายในยุทธภพแล้ว

วังหลวงของเขา เล็กเกินไปสำหรับนาง

เสมือนกับปลาในแม่น้ำและทะเล หากนำพวกมันมาเลี้ยงเอาไว้ในอ่างเล็ก ๆ ไม่นานก็ย่อมตายไปด้วยความหดหู่

เมื่อได้มาเห็นนางร้องเพลงและเต้นรำกับผู้คนในหมู่บ้านเสิ่นเจียอู่คืนนี้แล้วนั้น เขาถึงได้รู้ว่านางชอบวันเวลาแบบไหนกันแน่

คนที่เขาเพียรคิดถึงคะนึงหาอยู่ตรงหน้าทั้งที เซียวอวี้กลับรู้สึกสับสนและรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมาก

เขามิอาจเปิดเผยตัวตนของนางออกมาได้ กลัวว่านางจะเตลิดหนีเขาไปอีก

ในเมื่อนางตั้งใจที่จะปกปิดตัวตนเช่นนี้ เช่นนั้นเขาก็จะแสร้งทำเป็นไม่รู้ต่อไป

มิเช่นนั้น เขากลัวว่านางจักไม่ยอมให้เขาหาตัวเจออีก

เช้าวันรุ่งขึ้น

องค์หญิงน้อยพลันลุกขึ้นมาแต่เช้า

นางมาเคาะประตูห้องของเฟิ่งจิ่วเหยียนด้วยเสียงหวาน

“พี่ชายใหญ่ พวกเราจะไปเมืองหลวงกันแล้ว!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนเปิดประตูแล้วออกมา พร้อมทั้งอาการปวดหัว

อาจจะเป็นเพราะเมื่อคืนร่ำสุราเข้าไป ทำให้เฟิ่งจิ่วเหยียนนอนไม่ค่อยหลับ

เพียงแค่นางหลับตานั้น ก็พลันเห็นดวงตาที่โศกเศร้าของเซียวอวี้ลอยเข้ามา พร้อมกับคำพูดที่เขาบอกว่าคิดถึงนางมาก...

ตงฟางซื่อที่ยังคงเมามายยังไม่ฟื้นคืนจากฤทธิ์สุรานั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงได้แต่เขียนจดหมายฝากเขาเอาไว้

ก่อนจะพากันออกจากหมู่บ้านเสิ่นเจียอู่ไป

เฟิ่งจิ่วเหยียนรู้ดีว่า หลังจากการก่อกบฏภายในเมืองเซวียนนั้น พรรคเทียนหลงต้องรู้ถึงการมีตัวตนของนางอย่างแน่นอน

ดังนั้น นางจึงเปลี่ยนเป็นหน้ากากพื้น ๆ ธรรมดา จากที่ขี่ม้าก็เปลี่ยนมานั่งรถม้าแทน เพื่อป้องกันมิให้ฮ่องเต้และองค์หญิงน้อยถูกไล่ล่าตามสังหาร

เมื่อมีเพียงรถม้าคันเดียวนั้น เฉินจี๋จึงมีหน้าที่เป็นคนบังคับรถม้า พร้อมทั้งอีกสามคนที่นั่งอยู่ด้านใน

องค์หญิงน้อยร่าเริงยิ่งนัก

“ พี่ชายใหญ่ ในที่สุดพวกเราก็ได้นั่งรถม้าด้วยกันแล้ว!”

พูดจบ นางพลันหยิบไพ่ใบไม้ออกมาจากห่อผ้าสัมภาระของตนเอง “พวกเรามาเล่นอันนี้กันเถอะ! ผู้ที่แพ้จะถูกตีที่ฝ่ามือ!”

ของเล่นเด็ก ๆ เช่นนี้ เซียวอวี้หาได้นึกสนใจไม่

ทว่า การเดินทางนั้นนับว่าน่าเบื่อยิ่งนัก

หลังจากเกมแรกจบไป เป็นเฟิ่งจิ่วเหยียนที่พ่ายแพ้

องค์หญิงน้อยจึงมอบไม้ตีให้เซียวอวี้จัดการ ทว่า ดวงตากลับเต็มไปด้วยความเป็นห่วง

“พี่ชายฮ่องเต้ ท่านจักต้องอ่อนโยนกับพี่ชายใหญ่ของข้านะ”

เฉินจี๋ที่กำลังบังคับรถม้าอยู่นั้น จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงร้องไห้อย่างน่าสงสารดังออกมา ก่อนจะกระชากบังเหียนม้าในทันที

เกิดอะไรขึ้นกัน?

ภายในรถม้า

องค์หญิงน้อยโยนตัวเองเข้าไปสู่ในอ้อมแขนของเฟิ่งจิ่วเหยียนด้วยท่าทีน่าสงสาร มือเล็ก ๆ ของนางเกิดอาการบวมแดงขึ้นมาในทันที ดวงตาเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตามากมาย พร้อมยังหลั่งไหลออกมาไม่มีหยุด

มืออีกข้างพลันจับชายเสื้อของเฟิ่งจิ่วเหยียนเอาไว้แน่น ใบหน้าเล็ก ๆ ซุกเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของนาง ก่อนจะยกมือขึ้น พลางตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้งว่า

“ข้าไม่อยากเล่นแล้ว! ข้าเกลียดท่านพี่ฮ่องเต้! ฮือฮือ…”

เฟิ่งจิ่วเหยียนมองดูเซียวอวี้อย่างเงียบ ๆ

เขาหาได้คิดว่าตนเองมีความผิดไม่

เขาใช้แรงเพียงแค่หนึ่งส่วนเท่านั้น อีกทั้ง มิใช่เป็นนางงั้นหรือที่บอกให้ตั้งใจเล่น ผู้ใดจักไปคิดกันว่าจะไม่อาจแตะต้องนางได้เช่นนี้

องค์หญิงน้อยพลันร้องไห้ไปไม่นานก็ผล็อยหลับไป

เฟิ่งจิ่วเหยียนที่มิได้นอนเลยทั้งคืน ไม่นานนักนางก็หลับไปตาม ๆ กันโดยไม่รู้ตัว

ดวงตาของเซียวอวี้จับจ้องไปที่พวกนาง

คนตัวใหญ่กับเด็กน้อยตัวเล็กพิงกันเช่นนี้ ทำให้เขาที่มองดูรู้สึกสงบใจยิ่งนัก

เขาอดที่จะคิดขึ้นมาไม่ได้ว่า หากว่าเขาและเฟิ่งจิ่วเหยียนมีลูกด้วยกันแล้วนั้น บรรยากาศคงจะเป็นเช่นนี้อย่างแน่นอน...

จู่ ๆ รถม้าก็หยุดชะงักไปในทันที

ดวงตาของเซียวอวี้พลันเจือไปด้วยความเย็นชา เขาใช้มือประคองทั้งสองคนไม่ให้ถลาล้มไปข้างหน้า

“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ ถนนข้างหน้าถูกปิดกั้นเอาไว้!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย