เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 549

เนื่องจากทางด้านหน้ามีการพังทลายของภูเขา ทำให้มิอาจเดินทางผ่านไปได้

ทางราชสำนักจึงส่งคนมาทำความสะอาดเศษดินเศษไม้ที่ล่วงหล่นลงมา

กลุ่มคณะของเฟิ่งจิ่วเหยียนจึงได้แต่ต้องเลือกสถานที่ค้างแรมแถวนี้

องค์หญิงน้อยที่มีจิตใจที่กว้างใหญ่ ยามนี้แย้มยิ้มออกมาเต็มหน้า พลางเอ่ยเรียกออกมาว่า “ท่านพี่ฮ่องเต้”

“ท่านพี่ฮ่องเต้ ต้องกางกระโจมหรือไม่? คืนนี้ข้าจักได้นอนกับพี่ชายใหญ่!”

ถึงแม้ว่าเซียวอวี้จะยอมตกลง หากแต่เฟิ่งจิ่วเหยียนหาได้เห็นด้วยไม่

ข้าง ๆ มีลำธารอยู่ใกล้ ๆ องค์หญิงน้อยที่อยากกินปลานั้น เซียวอวี้จึงสั่งให้เฉินจี๋ไปจับมันมา

เฉินจี๋มีฝีมือไม่เบาเลย ไม่นานเขาก็สามารถจับปลาตัวใหญ่ได้

เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงก่อไฟขึ้นมาด้วยความเชี่ยวชาญ ใช้กิ่งไม้ขึ้นมาต่อกันเพื่อให้สามารถย่างปลาได้ง่าย ๆ

เซียวอวี้นั่งอยู่บนก้อนหินอยู่ไม่ไกลนั้น มองดูนางอย่างเงียบ ๆ

องค์หญิงน้อยนั่งอยู่ด้านข้างเขา ก่อนจะใช้สองมือเท้าคางเอาไว้ พลางเอ่ยชื่นชมออกมาว่า

“พี่ชายใหญ่ใจดียิ่งนัก หากว่ามาเป็นเสด็จพี่สะใภ้ของข้าได้คงจะดีไม่น้อย!”

เซียวอวี้รู้ดีว่า เรื่องนี้มิอาจเป็นไปได้

นางมิเคยมีเขาอยู่ภายในใจ อีกทั้ง นางยังมิชื่นชอบวิถีชีวิตภายในวังหลวงอีกด้วย

พวกเขาทั้งสองมิได้ถูกกำหนดให้มาครองคู่กัน

ในเมื่อเขาปล่อยให้นางได้เป็นอิสระไปแล้ว ย่อมเป็นการยากที่จะฝืนใจบีบบังคับให้นางกลับมาอีก

ในยามนี้ เขาเพียงอยากเห็นใบหน้าของนางให้มากกว่าเดิมสักนิดเดียวก็พอแล้ว...

นี่มิต่างอันใดกับความฝัน หากเขากลับถึงเมืองหลวงเมื่อใดนั้น เขาก็จักได้เวลาตื่นขึ้นจากฝันนี้เสียที

เซียวอวี้ที่ได้สตินั้น ทั้งยังอยากจะปล่อยวางตัวเอง

เขาพลันลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินไปหยุดที่ข้างกายของเฟิ่งจิ่วเหยียน เพื่อช่วยนางเก็บของ

เฟิ่งจิ่วเหยียนพลันเห็นเขาใช้กิ่งไม้ทะลวงไปที่ท้องปลา “รองหัวหน้าพันธมิตรซูคงไม่เคยย่างปลามาก่อน เราจัดการเอง”

เฟิ่งจิ่วเหยียนมิเคยทำมาก่อนเลยจริง ๆ

นางรู้สึกว่ามันลำบากยิ่งนัก

การย่างปลาเป็นเรื่องยุ่งยากเกินไป

นางยอมแทะอาหารแห้งและกินผลไม้ป่ามากกว่าเสียอีก

ตราบใดที่ไม่หิวตาย ทุกอย่างหาได้เป็นปัญหาไม่

เรื่องนี้ ต้วนไหวซวี่เองก็เป็นเหมือนกับนางเช่นกัน

เขามิเสียแรงไปกับการหาของกิน อีกทั้งสองมือของเขามีไว้ใช้ในทางการแพทย์เท่านั้น เขาย่อมมิเคยลงครัวทำกับข้าว

สายตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนจ้องมองไปที่มือของเซียวอวี้โดยไม่รู้ตัว

มือของเขาหาได้ขาวสะอาดไม่ หากแต่มีรอยหนังด้าน ๆ โผล่ขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดเจน

นิ้วเรียวยาว หากแต่เต็มไปด้วยพละกำลัง

มองการย่างปลาของเขา คล้ายกับมองดูผู้คนกำลังรำดาบ สบายตายิ่งนัก

เซียวอวี้ที่เห็นว่านางจ้องมองมาที่มือของตนเองนั้น ถึงแม้ว่าเขาจักมิได้ส่งเสียงอันใดออกมา ทว่า มุมปากกลับยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย

แม้แต่ประกายไฟที่ปลิวเข้ามาเกาะที่หลังมือนั้น เซียวอวี้หาได้สังเกตเห็นไม่

ไม่นานนัก ก็มีกลิ่นหอมของปลาย่างลอยออกมา

องค์หญิงน้อยน้ำลายไหลออกมาในทันที

“ท่านพี่ฮ่องเต้ ท่านเก่งกาจยิ่งนัก! ผู้ใดแต่งให้ท่านนับว่าโชคดีเป็นอย่างยิ่ง!”

ยามที่เอ่ยออกมานั้น ราวกับกลัวว่าเฟิ่งจิ่วเหยียนจะไม่ยอมตอบตนเอง พลางเอ่ยถามว่า “พี่ชายใหญ่ ท่านว่าใช่หรือไม่เล่า?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนตกอยู่ในอาการพูดไม่ออกไปครู่หนึ่ง

องค์หญิงน้อยหาได้คิดจะปล่อยนางไปไม่ ยังเอ่ยถามขึ้นมาอีกว่า

“พี่ชายใหญ่?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงได้แต่ตอบกลับด้วยท่าทีเฉยเมยว่า “อืม”

เซียวอวี้รู้ดีว่านางเพียงแค่เอ่ยเออออไปกับเซียวหย่าเท่านั้น

หากนางคิดเช่นนั้นจริง ๆ นางคงมิคิดทิ้งเขาไปตั้งแต่แรก

องค์หญิงน้อยแย้มยิ้มออกมาอย่างมีความสุข พลางเอ่ยขึ้นมาอีกว่า

“ท่านพี่ฮ่องเต้ ข้าควรจะใส่อันไหนลงไปในปลาย่างดี?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนขมวดคิ้วเป็นปมไปในทันทีเมื่อเห็นคำว่าสารหนูเขียนอยู่บนนั้น

“องค์หญิงน้อย ท่านพกของพวกนี้มาทำไมกัน?”

องค์หญิงน้อยตอบกลับไปอย่างเป็นธรรมชาติว่า “เอามากินอย่างไรเล่า มีบางอันที่ให้ข้ากิน แล้วก็มีบางอันที่ให้ผู้อื่นกิน”

เห็นได้ชัดว่าสารหนูเอาไว้ให้ผู้อื่นกิน

สาวน้อยที่เกิดในตระกูลเชื้อพระวงศ์นั้น ช่างแตกต่างจากผู้อื่นเสียจริง

เซียวอวี้หยิบขวดเกลือออกมา ก่อนโรยลงไปบนปลาย่าง

จากนั้น เขาก็หยิบปลาขึ้นมา ก่อนจะข้ามองค์หญิงตัวน้อยที่ถือชามรออยู่ แล้วยื่นให้เฟิ่งจิ่วเหยียนแทน

เฟิ่งจิ่วเหยียนส่ายหัวไปมา

“ข้าไม่หิว ท่านกับองค์หญิงน้อยทานก่อนเลย”

แขนของเซียวอวี้ที่ลอยค้างอยู่นั้น เมื่อองค์หญิงน้อยเห็นทั้งสองคน พลางยื่นหน้าเข้ามาก่อนจะกัดลงไปที่ปลาย่างในทันที ราวกับแมวน้อยที่มาขโมยอาหารก็ไม่ปาน

เซียวอวี้:! !

หลังจากที่องค์หญิงน้อยกินข้าวเสร็จแล้วนั้น นางก็เลียมุมปากของตนเองในทันที

“พี่ชายใหญ่ อร่อยมาก! ปลาย่างที่ปรุงโดยพี่ชายฮ่องเต้นั้นอร่อยยิ่งกว่าที่แม่ครัวปรุงเสียอีก!”

ภายในใจของเซียวอวี้รู้สึกหดหู่ยิ่งนัก ก่อนจะโยนปลาย่างที่เหลืออยู่ลงในชามขององค์หญิงน้อย

พลางลุกขึ้นยืนเดินออกไปในทันที

“เราไม่หิว พวกเจ้ากินเถิด”

เฟิ่งจิ่วเหยียนมองไปที่แผ่นหลังของเขา ด้วยแววตาที่มิได้บ่งบอกอารมณ์

องค์หญิงน้อยที่กินอาหารในชามของตนเองนั้น ไม่ลืมที่จะเตือนเฟิ่งจิ่วเหยียน

“พี่ชายใหญ่ มันอร่อยจริง ๆ นะ หากท่านไม่กินละก็ พี่ชายฮ่องเต้จักต้องเสียใจอย่างแน่นอน แม่ครัวของข้าบอกว่า แค่ข้ากินอย่างมีความสุข ผู้ที่เป็นคนทำอาหารให้นั้นก็ย่อมมีความสุขตามไปด้วย”

เฟิ่งจิ่วเหยียนก็รู้สึกว่าตนเองมิควรปฏิเสธความหวังดีของผู้อื่น

ดังนั้น นางจึงเดินไปหาเซียวอวี้

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย