ตกเย็น เซียวอวี้และคณะได้เข้าพักในโรงเตี๊ยม โดยที่เฟิ่งจิ่วเหยียนเฝ้าอยู่บนหลังคาห้องขององค์หญิงน้อย
สายลมราตรีพัดผ่านร่างกายของนางจนหนาวสะท้าน ที่เอวของนางห้อยขวดสุรา เพื่อใช้อุ่นร่างกายได้ทุกเมื่อ
ในตำแหน่งที่นางมิอาจมองเห็นนั้น——เซียวอวี้สวมชุดคลุมผ้าสีดำ ยืนอยู่ในลานกว้างด้านหลัง พลางจ้องมองนางโดยไม่ไหวติง
“ฝ่าบาท จดหมายลับจากรุ่ยอ๋องพ่ะย่ะค่ะ” เฉินจี๋เพิ่งจะเดินเข้ามา และได้เห็นฉากนี้พอดี
เขามองไปที่ฮ่องเต้ ก่อนจะหันไปมองดูเงามืดที่อยู่บนหลังคาอีกครั้ง พลันเกิดความงุนงงชั่วขณะหนึ่ง
ฝ่าบาทดูใส่พระทัยซูฮ่วนมากเกินไปหรือไม่?
ทันใดนั้นก็จำได้ คำพูดของตงฟางซื่อเมื่อเมามายในราตรีนั้น ซูฮ่วนชอบบุรุษ...
เฉินจี๋รีบสะบัดศีรษะแรง ๆ
ไม่ เป็นไปไม่ได้
แม้ว่าซูฮ่วนจะมีรสนิยมชื่นชมบุรุษ ทว่าฝ่าบาทไม่ใช่!
ฝ่าบาททรงโปรดปรานสตรีอย่างแท้จริง!
พวกเขาจึงมิอาจบ่มเพาะความรู้สึกต่อกันได้!
เซียวอวี้รับจดหมายลับนั้นมา โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า เฉินจี๋ที่ดูซื่อ ๆ แท้จริงในหัวใจกำลังสับสนอลหม่านอย่างหนัก
ในจดหมายลับจากรุ่ยอ๋อง ได้กล่าวถึง “พรรคเทียนหลง”
เขาได้พบสัญลักษณ์ของพรรคเทียนหลงในคุกเทียนเหลา
กล่าวอีกนัยหนึ่ง คนชุดคลุมดำสามารถแหกคุกได้สำเร็จ เป็นการช่วยเหลือจากพรรคเทียนหลง...
ดวงตาของเซียวอวี้เย็นชา และดึงตนเองออกจากความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงทันที
“เร่งเดินทาง กลับเมืองหลวงโดยเร็ว”
เฉินจี๋ยกมือน้อมรับคำสั่ง “พ่ะย่ะค่ะ!”
ทว่าสิ่งที่เขาไม่เข้าใจก็คือ มิใช่ควรเป็นเช่นนั้นอยู่แล้วหรือ?
ฝ่าบาทควรเสด็จกลับพระราชวังโดยเร็วที่สุด
……
กระนั้น คนคำนวณมิสู้ฟ้าลิขิต
องค์หญิงน้อยประชวร
ในคืนวันนั้นนางมีไข้สูง และหมดสติไป
เฉินจี๋เชิญหมอท้องถิ่นมา เพื่อวินิจฉัยอาการของนาง
ครั้นหมอตรวจชีพจรของนางแล้ว ใบหน้าพลันตื่นตระหนก
“นี่ นี่เป็นโรคไข้หวัดชนิดรุนแรง!”
เซียวอวี้นั่งอยู่นอกม่านเตียง ด้วยใบหน้ามืดครึ้ม
เขามิได้ประหลาดใจ กับอาการป่วยขององค์หญิงน้อยเลย
เฉินจี๋ก็ทราบข้อมูลเบื้องลึกเบื้องหลังเช่นกัน เมื่อส่งหมอกลับไปแล้ว เขาจึงมาเตือนอยู่ด้านข้าง
“ฝ่าบาท อาการประชวรขององค์หญิงน้อย หมอทั่วไปรักษาไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ”
เซียวอวี้เดินเข้ามาใกล้เตียง พลางมองดูองค์หญิงน้อยที่ริมฝีปากเขียวคล้ำ ใบหน้าเล็ก ๆ บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด และกำหมัดเล็ก ๆ ไว้แน่น
“ให้ซูฮ่วนเข้ามา”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
เพียงไม่นาน เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ปรากฏตัว
นางเฝ้ารออยู่ในสถานที่ลับ เมื่อครู่นี้ได้เห็นหมอเดินเข้าเดินออกห้องขององค์หญิงน้อยเช่นกัน เพียงแต่คิดว่าเป็นอาการป่วยทั่วไป
ทว่าในตอนนี้ เมื่อได้เห็นใบหน้าซีดเซียวของเด็กหญิง หัวใจของนางพลันบังเกิดลางสังหารณ์ที่ไม่ดี
เซียวอวี้ถามนางอย่างตรงไปตรงมา
“ข้าได้ยับยั้งโรคให้นางชั่วคราวเท่านั้น แต่ในระยะยาว เด็กหญิงคนนี้...เกรงว่าจะมีอายุขัยไม่ถึงยี่สิบปี”
เฟิ่งจิ่วเหยียนมองไปที่คนบนเตียง ด้วยสายตาจริงจัง
องค์หญิงน้อยดูมีชีวิตชีวาและแข็งแรงเช่นนี้ กลับมีอายุขัยสั้นเสียได้
เซียวอวี้เล่า? เขารู้เกี่ยวกับอาการขององค์หญิงน้อยหรือไม่?
ในเวลานี้ เซียวอวี้ดูเฉยเมย ไร้การตอบสนองต่อคำพูดของหมอเทวดา
“เฉินจี๋ จ่ายค่ารักษาด้วย”
หมอเทวดารีบโบกมือปัด “ข้าทำงานให้กับคุณชายซู จึงไม่ต้องจ่ายค่ารักษา”
พูดจบแล้วเขาก็เดินออกไปทันที
เซียวอวี้สั่งให้เฉินจี๋คอยคุ้มกัน
จากนั้น เขาผุดลุกขึ้นยืน และเอ่ยกับเฟิ่งจิ่วเหยียนอย่างค่อนข้างเคร่งขรึม
“ขอบคุณมาก ทว่า เราไม่ต้องการให้คนอื่นล่วงรู้เรื่องนี้”
เฟิ่งจิ่วเหยียนพยักหน้า
“กระหม่อมเข้าใจแล้ว”
ต่อจากนั้น นางโค้งคารวะให้เซียวอวี้แล้วจากไป
ครั้นเดินออกไปข้างนอกโรงเตี๊ยม นางก็เห็นคนชุดคลุมสีขาวสิบกว่าคน
พวกเขากระจายตัวปิดกั้น ไปทั่วทั้งหลังคาโดยรอบ
ผู้นำของคนชุดคลุมสีขาวดูค่อนข้างสูงวัย “ซูฮ่วน เจ้าควรซ่อนตัวให้ดี ๆ ซ่อนให้ดีกว่านี้...”
ตั้งแต่ที่เฟิ่งจิ่วเหยียนตัดสินใจติดต่อกับสายลับของพันธมิตรอู่หลิน ก็เตรียมพร้อมจะถูกพรรคเทียนหลงค้นพบอยู่แล้ว
เพียงแต่ไม่คาดคิดว่า พวกเขาจะมาเร็วขนาดนี้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...