เฟิ่งจิ่วเหยียนรินน้ำชาให้ตงฟางซื่อ
“สีหน้าโศกเศร้า ทำใจสละตำแหน่งผู้นำพันธมิตรไม่ได้หรือ”
สายตาตงฟางซื่อ กลับมายิ้มแย้มบ้าง
“เป็นไปได้อย่างไร เจ้าก็รู้ ข้าไม่เคยอยากที่จะเป็นผู้นำพันธมิตรอะไร
“ก็เหมือนอย่างที่เจ้าพูด ยามนั้นข้าถูกคนบีบบังคับไปอยู่ตำแหน่งนั้น
“ยามนี้เป็นเช่นนี้ก็ดี ถือว่าได้อิสระกลับมาอีกครั้งแล้ว
“ข้าคิดถึงยามที่พวกเราหลายคนบุกยุทธภพมาตลอด
“เรื่องของพรรคเทียนหลง เราสืบกันเอง”
เฟิ่งจิ่วเหยียนผงกศีรษะ
“สืบเองนั้นถูกต้องแล้ว คนพวกนั้นพึ่งพาไม่ได้”
ตงฟางซื่อพูดขึ้นมาอย่างอ่อนโยน “พวกเขาถูกปิดบังความจริงไปชั่วขณะ อย่าโทษพวกเขา”
แววตาเฟิ่งจิ่วเหยียนเมินเฉย
“ข้าก็รู้อยู่แล้ว เมื่อเรื่องบานปลายถึงขนาดนี้ จะต้องเป็นพรรคเทียนหลง คอยขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลังอย่างแน่นอน
“ทว่าหากพวกเขาไม่มีความคิดส่วนตัว ก็จะไม่ถูกยุแหย่
“พรรคจำนวนมากในยุทธภพ ส่วนมากจะมิชอบถูกผูกมัดด้วยระเบียบวินัย
“พรรคเทียนหลง เพียงแค่ฉีกเปิดช่องว่างนี้ และขยายให้กว้างขึ้น
“ข้าไม่มีความเมตตาเหมือนอย่างเจ้า สำหรับข้า พวกเขาไม่น่าสงสาร”
ตงฟางซื่อหรี่ตายิ้ม กลับคืนมามีพลังอีกครั้ง
“ซูฮ่วน ยังไงเจ้ากับข้าก็ไม่เหมือนกัน
“ยามที่พวกเขากล่าวหาว่าข้าฆ่าประมุขพรรคชิงอวี่ ข้าคิดแต่ว่าจะหาหลักฐาน เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของข้า
“หลายวันนั้น สิ่งที่ข้าทำก็คือเรื่องนี้
“ดังนั้นข้าจึงไม่เคยคิด ว่าเรื่องราวจะกลายเป็นใหญ่โตเช่นนี้
“เจ้ากลับไม่เหมือนกัน พวกเขากล่าวหาเจ้า เจ้ากลับขี้เกียจที่จะอธิบาย
“บางที เจ้าเหมาะสมที่จะเป็นผู้นำพันธมิตรอู่หลินมากกว่าข้า”
ในฐานะผู้นั่งตำแหน่งสูง ไม่เพียงต้องมีความเมตตา ยิ่งต้องมีพลังสยบ
หลายปีมานี้ ยุทธภพสงบสุข แทบจะทำให้ความเฉียบขาดของเขาราบเรียบ
เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ต่อ
จิตใจคน ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
แม้กระทั่งคนในยุทธภพที่พูดว่าเป็นคนชอบธรรมเหล่านั้น ก็ยังต้านทานการล่อลวงหรือสิ่งทดสอบต่าง ๆ ไม่ได้
และการล่อลวงนั้น เพียงแค่ขยายความปรารถนาของพวกเขาให้ใหญ่ขึ้น
“พูดเรื่องจริงจัง ที่ข้าพาเจ้ามายังเมืองหลวง อย่างแรกเพราะในเมืองหลวงมีเบาะแสของคนพรรคเทียนหลง อย่างที่สอง ข้าเป็นห่วงพรรคชิงอวี่ ตลอดจนคนในยุทธภพที่ไม่พอใจเจ้าตั้งแต่แรกตามมาฆ่าเจ้า”
คนพวกนั้นหวาดกลัวราชสำนัก
เมืองหลวงอยู่ใต้อำนาจปกครองของบุตรแห่งสวรรค์ พวกเขาไม่กล้าก่อเรื่องอะไรในเมืองหลวง
ตงฟางซื่อยิ้มหัวเราะ
ผู้พิทักษ์ลุกขึ้นมา เงาร่างสูงทอดยาวอยู่บนผนัง เทียนแกว่งไหวรุนแรงเนื่องจากลมพัด
เขาพูดสั่งอย่างเยือกเย็นชา
“ต้องฆ่าตงฟางซื่อกับซูฮ่วน และอย่าลืมว่า ร่องรอยเมิ่งสิงโจวก็ต้องตามหาต่อไป”
“ขอรับ นายท่าน!”
“นอกจากนี้ก็ควรจบเรื่องได้แล้ว ให้พวกคนโง่ที่คิดว่าตนเป็นคนดี ต้องมาทำประโยชน์ให้กับพวกเรา”
“ขอรับ!”
ในยุทธภพ ไม่มีคำสั่งไล่ฆ่ามาหลายปีแล้ว
ยามนี้เมื่อมีขึ้นมา ก็เป็นการกำจัดอดีตผู้นำพันธมิตรอู่หลิน
พวกชาวบ้านในเมืองหลวงไม่รู้ความจริง ทว่าก็หยุดปากไม่ได้
“รางวัลนี้มากกว่ารางวัลนำจับของทางการอย่างมาก คนหนึ่งได้หนึ่งแสนตำลึง มีแต่คนอิจฉาตาร้อน!”
“อย่าว่าแต่หนึ่งแสนตำลึง ต่อให้สองแสน สามแสน ก็ต้องมีชีวิตอยู่เพื่อได้มา ตงฟางซื่อกับซูฮ่วนเป็นผู้ใดกัน? นั่นเป็นถึงยอดฝีมือก่อนอันดับสิบของยุทธภพ คนปกติไม่สามารถที่จะเข้าใกล้พวกเขาได้ !”
“แค่นี้มีอะไรกัน ข้าได้ยินมา พวกเขาสองคนคือจอมมาร ยามนั้นที่ใส่ร้ายป้ายสีพรรคเทียนหลง โชคดีที่มีความเปิดเผยแล้ว ยังมีฝานจิ้น ‘ฝ่ามือเหล็ก’ อะไรนั่น เป็นคนไร้ประโยชน์ที่กินยาอู๋ตู๋สาน การที่มีความแข็งแกร่งขนาดนั้น ก็เพราะยาอู๋ตู๋สานนั่น คนชั่วช้าพวกนี้ ฆ่าตายไปเสียก็ดี”
โต๊ะถัดไป คนยุทธภพสองคนขมวดคิ้วแน่น ฟังอยู่อย่างชัดเจน
“ศิษย์พี่ ตงฟางซื่อกับซูฮ่วน ซ่อนตัวอยู่ในเมืองหลวงจริงหรือ?”
“ข้าจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อซื้อข่าวนี้มา ไม่ผิดอย่างแน่นอน หลังจากตามหาคนเจอแล้ว ก็ให้ทำตามแผนของข้า”
“ได้ขอรับ ศิษย์พี่ ข้าเชื่อฟังท่าน”
ทั้งสองคนลุกไปจากโต๊ะ ทันใดนั้น ในหอสุราก็มีกลุ่มทหารบุกเข้ามา เทียบกับภาพวาด แล้วก็โอบล้อมสองคนนี้ไว้ทันที

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...