เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 571

เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่รู้ว่าตนสลบไปนานแค่ไหนแล้ว ยามที่ลืมตาอีกครั้ง นางกับเซียวอวี้ยังคงอยู่ในเส้นทางนั้น

ทว่านางเห็นแสงสว่างอยู่ด้านหน้าราง ๆ

คาดว่าคงจะใกล้ทางออกมากขึ้นเรื่อย ๆ

ในเวลาเดียวกันนี้เอง

ภายในวิหารลัทธิเต๋า

ท้องฟ้าสว่างแล้ว

เฉินจี๋และกลุ่มองครักษ์ยังไม่ได้จากไป

ไฟไหม้ใหญ่เมื่อคืนวาน เกือบจะทำลายวิหารลัทธิเต๋าทั้งหมดไปเสียแล้ว

ความโชคดีเพียงหนึ่งเดียวก็คือกลไกนั่นแข็งแกร่งมาก ไฟจึงไหม้ไปไม่ถึงใต้ดิน

เฉินจี๋มั่นใจว่าฝ่าบาทจะต้องปลอดภัยเป็นแน่

เพียงแต่กำแพงอิฐที่ใช้ควบคุมกลไกถูกไฟเผาจนพังทลายไปแล้ว ยามนี้จะช่วยฝ่าบาทออกมา ก็ทำได้แต่ขุดพื้นเท่านั้น

เขาสั่งการให้องครักษ์เหล่านั้นลงมือทันที

ส่วนทางด้านวังหลวง เขาทำได้เพียงปิดเรื่องนี้ไว้ก่อนเท่านั้น

ไม่เช่นนั้นย่อมเกิดความโกลาหล

......

เซียวอวี้พาเฟิ่งจิ่วเหยียนออกจากเส้นทางที่ทั้งแคบและยาวนั้นจนมาถึงมุมหนึ่งของหุบเขา

สองฝั่งเป็นเขาสูงชะลูดที่เต็มไปด้วยอันตรายและลำธารใสกระจ่างที่ส่งกลิ่นหอมหวาน

เขานำเฟิ่งจิ่วเหยียนไปวางไว้ข้างต้นไม้ จากนั้นก็ตรวจดูบาดแผลที่ขา

เฟิ่งจิ่วเหยียนห้ามเขาทันที

“ข้าใส่ยาเองแล้ว”

ยามนี้นางฟื้นฟูพลังกายกลับมาได้บางส่วน ทว่าน้ำเสียงยังคงแหบแห้ง

เซียวอวี้รู้ว่านางยังไม่อยากเปิดเผยตัวตน

ในเมื่อใส่ยาแล้ว คงไม่ได้เป็นอะไรมาก

เขามองนางด้วยแววตาสงบนิ่ง หน้ากากที่ทำจากเงินนั้นเลอะคราบเลือด ที่คางเองก็เช่นกัน

เขายื่นมือออกไปเช็ดให้โดยไม่รู้ตัว

เฟิ่งจิ่วเหยียนตกตะลึงอยู่ชั่วขณะ จากนั้นนางก็หลบมือของเขาทันที

“ข้าติดค้างน้ำใจท่าน วันหน้าต้องตอบแทนท่านแน่”

เซียวอวี้บีบคางของนางให้หันกลับมา ใช้แรงบังคับเช็คคราบเลือดให้นาง

บนร่างของเขาเองก็มีคราบเลือดไม่น้อยเช่นกัน

อีกทั้งใบหน้าที่หล่อเหลางามสง่าก็เต็มไปด้วยความอ่อนล้า

ทว่าหาได้กระทบต่อความน่าเกรงขามของเขาไม่ เขามองนางอย่างระอาแล้วกล่าว

“หากนับกันจริง ๆ เป็นเราที่ติดค้างเจ้ากับตงฟางซื่อ

“อีกอย่างเจ้าก็เป็นเพื่อนสนิทของเรา

“การที่เราช่วยเจ้าไม่ใช่เรื่องสมควรหรอกหรือ”

ลมหายใจของเฟิ่งจิ่วเหยียนออกจะแผ่วเบาอยู่บ้าง

“นี่ท่าน...ท่านตั้งใจมาช่วยพวกเราอย่างนั้นหรือ?”

เซียวอวี้ถามกลับ “ไม่เช่นนั้นเล่า? หรือดึกดื่นค่อนคืนเราควรมาเดินเล่นที่วิหารลัทธิเต๋ารึ?”

สตรีผู้นี้ ถึงยามนี้แล้วยังจะถามคำถามเช่นนี้อีก

ทว่าเมื่อย้อนคิดดู ยามนั้นเขาไม่ได้คิดจะเอาชีวิตมาทิ้งที่วิหารลัทธิเต๋านี้ ทั้ง ๆ ที่เขาบอกตัวเองไม่หยุดว่าเขาเป็นฮ่องเต้ เขาจะตายไม่ได้ ทว่ายามที่เห็นประตูกลไกจะปิดลง เมื่อคิดว่านางอาจจะตายอยู่ในนี้ สมองของเขาก็ว่างเปล่าไปหมด แล้วพลันกระโดดลงมาอย่างควบคุมไม่ได้

เป็นเขาที่บุ่มบ่ามเกินไป

ทว่า...

เขาจ้องมองไปที่คนตรงหน้านิ่งแล้วลอบถอนหายใจกับตัวเอง

ครั้งนี้โชคดีที่เขาบุ่มบ่าม

ยามนี้เฟิ่งจิ่วเหยียนรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก นางประหลาดใจยิ่งกว่าเมื่อคืนวานที่เห็นเซียวอวี้ปรากฎตัวในห้องลับเสียอีก

นางคิดว่าเป็นความบังเอิญที่เขาอยู่ที่นั่นพอดี หรือเขาอาจจะถูกนักฆ่าของพรรคเทียนหลงล่อเข้ามา

เขาบ้าไปแล้วจริง ๆ!

ยามนี้นางเป็นบุรุษนะ!

“เรารู้ว่าสิ่งนี้ขัดกับจารีตประเพณี

“ดังนั้นเราจึงไม่อาจเอ่ยออกไปได้

“แต่ก่อนเราไม่ได้เป็นเช่นนี้ แต่ก่อนเรา...ชอบสตรี ทว่าหลังจากถูกสตรีทำร้ายจิตใจอย่างรุนแรง เราก็ไม่อาจสนใจสตรีได้อีก

“ตั้งแต่เราร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันที่เมืองเซวียน เราก็พบว่าทุกครั้งที่เราเข้าใกล้เจ้า เราจะใจเต้นรัว...”

“พอแล้ว ท่านอย่าพูดอีกเลย”

เฟิ่งจิ่วเหยียนรู้สึกกลัวเขาจนแทบจะหลีกหนีไม่ทัน

นางทำอะไรไม่ถูกไปครู่หนึ่ง

ด้านหนึ่งเพราะรู้สึกตื่นตะลึงจากคำสารภาพที่ตรงไปตรงมาของเซียวอวี้

อีกด้านหนึ่ง นางรู้สึกกระดากใจอยู่บ้าง

หากเป็นอย่างที่เขาว่าจริง เช่นนั้นนางก็เป็นสาเหตุของเรื่องนี้

เพราะการหย่ากันไปกระตุ้นเขาเข้า ทำให้เขาไม่ชอบสตรีอีกต่อไป เปลี่ยนมาชอบบุรุษเสียนี่

ภายในระยะเวลาสั้น ๆ เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่รู้จะจัดการความคิดของตัวเองอย่างไรดี

รวมกับที่นางบาดเจ็บอยู่ ยิ่งทำให้ไม่อยากเผชิญหน้ากับปัญหาที่ยุ่งยากเช่นนี้

มุมปากที่ยกขึ้นเป็นวงโค้งของเซียวอวี้พลันถูกเขากดมันลง

น้อยครั้งนักที่นางจะรู้สึกตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูกเช่นนี้

ทันใดนั้นเขาก็คว้ามือของนาง

“โชคดีที่ท่านก็ชอบบุรุษ เหตุใดจึงไม่ลองกับเราดูเล่า?”

เฟิ่งจิ่วเหยียน : !!

ลอง...ลองอะไร?

นางอยากจะชกเขาซักหมัด ให้เขามีสติเสียทีจริง ๆ!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย