เฟิ่งจิ่วเหยียนจ้องมองเซียวอวี้อย่างสงบแล้วเอ่ยถาม
“เหตุใดท่านต้องหลอกข้าว่าท่านชอบบุรุษด้วย”
ดวงตาสีดำสนิทของเซียวอวี้ลึกล้ำและเด็ดเดี่ยว
“เป็นเจ้าที่เข้าใจเราผิดก่อนว่าเราชอบบุรุษ เราก็แค่เอาคืนเจ้า”
เมื่อฟังคำตอบเฟิ่งจิ่วเหยียนก็อยากจะกัดเขาให้ตาย
เอาคืน?
ทำไมเขาถึงใจแคบขนาดนี้!
ไม่รู้หรือว่านางอกสั่นขวัญหายมาตลอดทาง เอาแต่วิตกกังวลอยู่ตลอดเวลา!
ทว่าโชคดีนักที่เขาไม่ได้ชอบบุรุษจริง ๆ
เซียวอวี้กลับถามอีกครั้งว่า
“ว่าแต่เจ้าชอบสตรีจริง ๆ รึ?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนพยักหน้าทันที “ใช่”
เซียวอวี้มองสังเกตนางทั้งร่าง
“หร่วนฝูอวี้ตามติดเจ้ามาหลายปีขนาดนี้ ก็ไม่เห็นเจ้าจะสู่ขอนาง หรือเจ้าจะไม่ไหว?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนตอบเขาอย่างใจเย็น
“ยุทธภพยังไม่สงบ จะสร้างครอบครัวได้อย่างไร”
เซียวอวี้ตอบอย่างเคร่งขรึมว่า
“นี่มันสลับกันแล้ว จะสร้างตัวสร้างฐานะต้องมีครอบครัวก่อนจึงจะถูก”
เฟิ่งจิ่วเหยียนพูดอย่างสงบว่า
“สำหรับข้าแล้วการมีครอบครัวเป็นเรื่องยุ่งยาก”
ตอนนี้นางตัวคนเดียวก็ดีอยู่
เซียวอวี้แก้คำพูดนางอย่างผู้มีประสบการณ์
“เจ้าไม่เคยแต่งงานย่อมไม่เคยรับรู้ถึงรสชาติของการแต่งงาน หยินหยางผสมผสาน บุรุษกับสตรี สตรีกับบุรุษ ล้วนเป็นการบำรุงอย่างดี”
คิ้วของเฟิ่งจิ่วเหยียนขมวดขึ้นเล็กน้อย
เขาที่ยังบริสุทธ์ มาพูดหยินหยางผสมผสานอะไรอีก?
นางพูดต่อทันที
“ในเมื่อเป็นการบำรุง ทำไมอดีตฮองเฮาถึงยังจากไปอีก?”
เซียวอวี้ : ก็นั่นยังไม่ได้บำรุงยังไงล่ะ
สีหน้าของเขาทั้งเคร่งขรึมทั้งจริงจัง
“เรื่องระหว่างเรากับอดีตฮองเฮานั้นซับซ้อนมาก”
ยามที่พูด เขาทำเป็นมองไปที่นางเหมือนไม่รู้เรื่องรู้ราว
“ฝ่าบาท คุณชายซู ข้างหน้าก็คือเมืองหลวงแล้วเพคะ!”
เจินเจินที่พูดเตือนขึ้นมากะทันหัน ได้ขัดจังหวะการพูดคุยของคนทั้งสองลง
นางส่งคนทั้งสองจนถึงเมืองหลวง โดยพารถม้ามาหยุดตรงจุดที่อยู่ห่างออกไปจากตัวเมืองตามความต้องการของเซียวอวี้
จากนั้นเซียวอวี้ก็อุ้มเฟิ่งจิ่วเหยียนลงมา
เจินเจินเห็นพวกเขาจะจากไปเช่นนี้ก็อดถามไม่ได้
“ฝ่าบาท ไม่ทรงเสด็จกลับวังหรือเพคะ?”
เซียวอวี้ไม่ตอบนาง
เขาต้องส่งเฟิ่งจิ่วเหยียนกลับไปก่อน ถึงจะกลับวังอย่างวางใจได้
จากนั้นไม่นาน
ภายในบ้านพักที่คุ้นเคย
เฉินจี๋มารออยู่ที่นี่นานแล้ว เมื่อเห็นฝ่าบาทเสด็จกลับมาอย่างปลอดภัย ใจที่กังวลก็สงบลงจนได้
“ฝ่าบาท กระหม่อมทำงานผิดพลาด!”
“พ่ะย่ะค่ะ”
เฉินจี๋จากไปพร้อมเซียวอวี้ เขาหันกลับมามองเฟิ่งจิ่วเหยียน เหมือนอยากพูดอะไรบางอย่างแต่ก็พูดไม่ออก
ภายในห้อง
ตงฟางซื่อถามอย่างกังวลเล็กน้อย
“ไม่ได้บาดเจ็บหนักจริง ๆ หรือ?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนพูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
“อืม พักฟื้นซักระยะหนึ่งก็หายแล้ว เจ้าล่ะ? เมื่อคืนวานกลับมาอย่างไร?”
“เดินกลับมาน่ะ ไม่ได้โชคดีอย่างเจ้าที่มีคนตั้งใจเข้าไปช่วย”
คำพูดนี้ของตงฟางซื่อฟังดูอิจฉาอยู่หน่อย ๆ
เฟิ่งจิ่วเหยียนขมวดคิ้ว
“ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเจ้าถูกหมากินไปแล้วรึ?”
เมื่อคืนวานใครกันที่ไปช่วยเขา?
ตงฟางซื่อเองก็รู้ตัวว่าหลุดปากพูดไป ทว่าความหมายของเขาไม่ใช่เรื่องนี้
“ข้าหมายถึงฝ่าบาท
“เป็นถึงผู้นำแคว้น ถึงกับเสี่ยงอันตรายเช่นนี้
“ได้ยินคนที่ชื่อ ‘เฉินจี๋’ นั่นบอกว่า เมื่อคืนวานวิหารลัทธิเต๋าไฟไหม้รุนแรงมาก ฝ่าบาททรงไม่สนใจความปลอดภัยของพระองค์เองพุ่งเข้าไปในกองไฟ...”
เฟิ่งจิ่วเหยียนฟังถึงตรงนี้ สองมือก็กำแน่นขึ้น
เซียวอวี้เขาโง่ไปแล้วหรือไร
เพียงเพื่อช่วย ‘สหายของอดีตฮองเฮา’ ถึงกับเสี่ยงอันตรายโดยไม่สนใจชีวิตเช่นนี้
นางนึกถึงคำพูดในรถม้าขึ้นมาอีกครั้ง รักมั่นต่อนาง...
ใจของเฟิ่งจิ่วเหยียนราวกับถูกอะไรบางอย่างทำให้รู้สึกอัดอั้น กลัดกลุ้มยิ่ง หนักอึ้งยิ่ง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...