เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 577

แม้นในใจเซียวอวี้จะหงุดหงิดเพียงใด แต่เบื้องหน้ายังต้องแสร้งทำเป็นไม่มีอะไร

“พวกเจ้ากำลังดูอะไรกันอยู่หรือ?”

ตงฟางซื่อเงยหน้าขึ้นมา แล้วอธิบายว่า

“แผนที่น่ะ ซูฮ่วนอยากรู้ว่าเส้นทางไหนสามารถขุดจากเมืองหลวงไปถึงเมืองอานได้…”

เซียวอวี้: แค่ดูแผนที่ จำเป็นต้องใกล้กันขนาดนั้นเลยหรือ?

เขาเดินเข้าไป และนั่งลงที่ขอบเตียงเช่นกัน

“เราขอดูด้วย”

เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่ได้คิดอะไรมาก จึงชี้แผนที่ที่ทำสัญลักษณ์ไว้แล้วให้เขาดู

“เมื่อครู่พวกข้ากำลังถกประเด็นกัน จากวิหารลัทธิเต๋าถึงเมืองอาน คร่าว ๆ ต้องเริ่มจากทิศตะวันออก ผ่านเมืองร้าง ไปถึงหุบเขาหลิวหลี ยึดตามข้อมูลที่สอบถามมาได้ วิหารลัทธิเต๋าถูกปล่อยร้างเมื่อหลายปีก่อน บางทีอาจจะมีคนเริ่มขุดตั้งแต่ตอนนั้นก็ได้…”

เซียวอวี้ฟังนางพูดไปพลาง มองดูแผนที่

จากนั้น นิ้วมือเรียวยาวของเขาก็ชี้ไปยังมุมทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองหลวง

“ระยะช่วงแรกไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ระยะช่วงหลังมานี่ น่าจะขุดตรงไปทางทิศตะวันออกไม่ได้ ต้องหักเอียงไปทางทิศใต้แทน แล้วค่อยวกขึ้นเหนือ”

เมื่อเฟิ่งจิ่วเหยียนมองสถานที่ที่นิ้วมือของเขาชี้ หัวคิ้วก็ขมวดเล็กน้อย

“นั่นหมายความว่าต้องอ้อมป่าดงดิบผืนนี้น่ะสิ”

เซียวอวี้ค่อนข้างมั่นใจ

เพราะถึงอย่างไรเขาก็เคยผ่านเส้นทางนั้นมาก่อน

“คุณชายทั้งสอง ได้เวลากินข้าวแล้ว” นอกประตู มีสาวใช้คนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม

สาวใช้ผู้นี้เป็นคนที่เฉินจี๋หามา จึงสามารถไว้ใจได้

แต่นางไม่รู้ถึงตัวตนของเซียวอวี้ เพียงรู้สึกว่าอีกฝ่ายแต่งกายดูสูงศักดิ์เท่านั้น

……

เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่สามารถลงมาที่พื้นได้ สาวใช้จึงแยกอาหารของนาง ยกเข้ามาในห้องให้โดยเฉพาะ

ฝานจิ้นเองก็เช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ คนที่ต้องร่วมโต๊ะกินอาหารจริง ๆ จึงมีแค่เซียวอวี้กับตงฟางซื่อสองคน

ชายหนุ่มทั้งสองมองหน้ากัน ให้ความรู้สึกเงียบเหงาอยู่บ้าง

ตงฟางซื่อยิ้มตาหยีแล้วกล่าวว่า

“หมอบอกว่า ช่วงนี้ข้าไม่ควรดื่มสุรา คงต้องดื่มน้ำชาแทนสุรา คารวะท่านเสียแล้ว”

เซียวอวี้มีสีหน้านิ่งเฉย

“อืม”

หลังจากดื่มชาหมด ตงฟางซื่อก็ชวนคุย

“จริง ๆ แล้ว ฝ่าบาทไม่ต้องส่งสาวใช้มาให้ ข้าก็สามารถดูแลซูฮ่วนได้ บุรุษเช่นเขา คงเขินแย่หากให้สตรีมาคอยถอดเสื้อทายาให้…”

ปึ่ก!

เซียวอวี้วางจอกสุราลงอย่างแรง

หมายความว่าอย่างไร?

ไอ้พ่อหม้ายนี่คิดจะทายาให้เฟิ่งจิ่วเหยียนอย่างนั้นหรือ?

“เราคิดว่าไม่เห็นเป็นอะไรเลย อย่าลืมสิ ซูฮ่วนชอบบุรุษ เจ้าควรอยู่ให้ห่างจากเขาหน่อย”

ตงฟางซื่อเหมือนถูกพรากรอยยิ้มในดวงตาไป

เหตุใดเขาสัมผัสได้ถึงรังสีข่มขู่นิด ๆ ล่ะ?

ทันใดนั้น ภายในห้องข้าง ๆ พลันมีเสียงตะคอกดังขึ้น

“นั่นเสียงฝานจิ้น!” ตงฟางซื่อรีบผุดตัวลุกขึ้นวิ่งออกไป

เซียวอวี้กลับตรงไปที่ห้องหลัก

เป็นดั่งคาด เฟิ่งจิ่วเหยียนเองก็ได้ยินเสียงร้องนั้นเหมือนกัน

นางลืมตาขึ้น สบสายตากับดวงตาลุ่มลึกของเซียวอวี้

เขาเอ่ยว่า “ทนฟังไม่ได้ ก็ไม่ต้องไปฟัง”

นางไม่เข้าใจ แต่วินาทีต่อมา เขาก็อุ้มนางขึ้น เดินออกไปนอกประตู โผลตัวกระโดด ลอยตัวออกไปนอกเรือน

ไม่นาน เขาก็อุ้มนางขึ้นมาบนหลังคา

จากนั้นก็วางนางลง แล้วนั่งลงบนนั้นกับนาง

บนหลังคาสามารถมองเห็นทะเลดาวเต็มท้องฟ้า

“เหตุใดท่านพาข้าขึ้นมาบนนี้” เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่มีอารมณ์มาชมจันทร์ดูดาวเสียหน่อย

เซียวอวี้เองก็รู้ดี “หลบมาอยู่ในที่เงียบ ๆ”

จากนั้นเขาก็พูดว่า “เราจะบอกความลับให้เจ้าฟังอย่างหนึ่ง”

เฟิ่งจิ่วเหยียนหันไปมองเขา จึงเห็นใบหน้าหล่อเหลาของเขาปกคลุมไปด้วยความอาวร

“หลังจากที่มารดาของเราลาจากโลกไป เราไม่ปริปากพูดเลยเป็นเวลานาน เอาแต่นั่งดูดาวอย่างเดียว ดวงดาวสว่างไสวเหล่านั้น สามารถดูดเอาความรู้สึกกลัดกลุ้มทุกข์ใจที่เจ้ามีทั้งหมดออกไปได้

“หากเจ้าไม่เชื่อ ก็ลองนอนมองดูสิ”

ขณะที่พูด เขาก็เอนตัวนอนลงไปก่อน

เฟิ่งจิ่วเหยียนมีสีหน้าราบเรียบ ไม่นานหลังจากนั้น ก็เอนหลังนอนลงไป

ดวงดาวประดับประดาเต็มท้องฟ้า ทยอยกลายเป็นแสงสว่างเล็ก ๆ นำพาให้เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น พลันเลือนหายกลายเป็นความว่างเปล่า

ในเวลาเดียวกัน

บริเวณห่างไกล มีบุรุษชุดขาวยืนอยู่ท่ามกลางความมืด

ดวงตาทั้งสองข้างของเขาจดจ้องมาที่พวกเขา ค่อย ๆ ดึงสายธนูออกช้า ๆ

สายตาภายใต้หน้ากากทอแววคมกริบ แฝงความโกรธแค้น

แต่ต่อมา เขาก็ลดธนูลง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย