เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 581

หลังจากพักฟื้นอยู่สองสามวัน เฟิ่งจิ่วเหยียนก็พอจะลงมาเดินบนพื้นได้

ทว่าร่างกายของฝานจิ้นกลับยิ่งแย่ลง

ตงฟางซื่อจึงหารือกับนาง และคิดจะหาตัวยาบางอย่างมาทดแทน เพื่อบรรเทาความเจ็บปวดของฝานจิ้น

หลังจากฝานจิ้นรู้เรื่องก็เป็นฝ่ายปฏิเสธก่อน

“มิต้อง เหล่าฝานอย่างข้าจะต้องผ่านพ้นไปได้!”

เขาจะมิยอมแพ้และประนีประนอมเด็ดขาด

บ่ายวันนั้น ตงฟางซื่อมาที่ห้องของเฟิ่งจิ่วเหยียน และนำภาพเหมือนแผ่นหนึ่งมาให้นางดู

“นี่ก็คือศิษย์หญิงของสำนักหลิงซาน--- จางเสวี่ย”

เฟิ่งจิ่วเหยียนมองภาพเหมือนนั้นอย่างละเอียด แววตาพลันหม่นหมองลงทันที

“สตรีที่สวมหน้ากากในคืนนั้น มิใช่คนผู้นี้”

มิใช่แค่คิ้วและดวงตาที่เผยออกมาภายนอก รูปร่างนี้ก็แตกต่างเช่นกัน

ตงฟางซื่อม้วนภาพเก็บ

“ดูเหมือนว่า สตรีผู้นั้นจะหลอกเจ้าแล้ว ทว่านางก็ช่วยเจ้าไว้ ข้าแยกแยะมิออกจริง ๆ ว่า คนผู้นี้เป็นศัตรูหรือเป็นมิตร”

เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ตกอยู่ในห้วงความคิด

ในตอนค่ำ เซียวอวี้ก็มาถึงตามเวลา

ทันทีที่เขาเอ่ยปากก็เป็นความกังวลถึงอาการบาดเจ็บของเฟิ่งจิ่วเหยียน

เฟิ่งจิ่วเหยียนตอบว่า: “ที่จริงก็ดีขึ้นมากแล้ว”

ในเวลาเดียวกับที่เซียวอวี้คลายกังวล ก็รู้สึกเสียใจอยู่บ้าง

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงมิอาจกอดนางได้อีก

แสงจันทร์งดงาม สามคนกำลังกินอาหารอยู่ตรงลานกว้าง โดยมิสนใจสิ่งอื่นใด

ขณะเพิ่งจะเริ่มกิน ด้านนอกก็มีคนมาเคาะประตู

เฉินจี๋เดินหน้าไปเปิดประตู หลังจากเห็นคนที่มาก็ถึงกับหยุดชะงัก

“ซินเฟย?!”

เหลียนซวงยืนอยู่นอกประตู ยังลังเลมิเข้ามาด้านใน

สายตาของนางมองเข้าไปด้านใน และหยุดลงที่ตัวเซียวอวี้

ในเวลาเดียวกัน เซียวอวี้ก็มองเห็นนางเช่นกัน พร้อมทั้งขมวดคิ้วเล็กน้อย

เขาถามด้วยน้ำเสียงเย็นชาขึ้นมาทันที

“เจ้าตามมาที่นี่ได้อย่างไร”

เหลียนซวงก็มิอยากมาเช่นกัน เป็นไทฮองไทเฮาที่บีบบังคับนาง จักต้องให้นางมาเชิญฮ่องเต้เสด็จกลับวังให้ได้

นางจึงจำเป็นต้องทำ...

“ฝ่าบาท หม่อมฉัน เชิญท่านเสด็จกลับวังเพคะ”

ตุ้บ!

เนื้อที่เฟิ่งจิ่วเหยียนคีบขึ้นมาหล่นลงบนโต๊ะ

ตงฟางซื่อมองไปทันที ก็เห็นนางมองไปทางคนนอกประตูด้วยแววตาเหม่อลอย

เขารู้สึกแปลกใจ: เด็กหนุ่มผู้นี้ คงมิถูกใจสตรีของฮ่องเต้เข้าแล้วกระมัง!

สีหน้าของเฟิ่งจิ่วเหยียนเรียบเฉย ในใจกลับประหลาดใจอย่างหาที่เปรียบมิได้

เหลียนซวงเป็นสนมของเซียวอวี้ตั้งแต่เมื่อใด?

ในขณะนี้เซียวอวี้ก็กลุ้มใจจนหัวแทบจะระเบิดเช่นกัน

ตอนแรกที่เขาแต่งตั้งเหลียนซวงเป็นสนม หนึ่งเป็นเพราะความโมโหวู่วาม สองเป็นเพราะต้องการจะอาศัยเหลียนซวงเป็นข้ออ้าง เพื่อจะได้ไปค้างคืนที่ตำหนักหย่งเหออย่างเปิดเผย

สถานการณ์ตอนนี้กลับมิส่งผลดีต่อเขา

เขามองเฟิ่งจิ่วเหยียนโดยมิรู้ตัว ทั้งลุกขึ้นยืนในทันที

“เราจะไปพูดกับนางสักหน่อย”

เขาเดินก้าวเท้ายาว ๆ ออกไปนอกบ้าน

เฟิ่งจิ่วเหยียนกลับมาที่เรือนหลักนานแล้ว ด้วยท่าทางเฉยเมย

ตอนกลางดึก มีคนผลักประตูห้องของนางให้เปิดออก

ลมพัดกลิ่นสุราโชยมา นางก็รู้แล้วว่าคนผู้นี้เป็นผู้ใด

ตามที่คิดไว้ อาศัยจากแสงจันทร์ นางมองเห็นเซียวอวี้ที่ก้าวเดินโซซัดโซเซ

เขาเมาแล้ว ทว่ากลับเดินมาที่เตียงของนางได้อย่างแม่นยำ

หากมิใช่เฟิ่งจิ่วเหยียนหลบได้ไว ก็คงจะถูกเขาล้มทับไปแล้ว

นางถอยไปด้านข้าง และมองดูร่างกายเกินครึ่งตัวของบุรุษที่นอนคว่ำอยู่บนเตียงของนาง พร้อมขมวดคิ้วจนเป็นปม

คนผู้นี้หลังจากตื่นนอนกลางดึก ก็เดินเข้าห้องผิดด้วยอาการสะลึมสะลือ

นางยื่นมือไปผลักเขา

ทว่าทันทีที่แตะต้องเขา ก็ถูกเขาตำหนิ

“อย่าแตะต้องเรา!”

นางต้องการจะดึงมือกลับ ทว่าก็ถูกเขาคว้ากลับไป และวางแนบกับทรวงอกของเขา

“ฮองเฮา...เจ้ากลับมาแล้วใช่หรือไม่

“เรา เราทุกข์ใจ เราจึงดื่มมากไป

“เจ้าอย่าตำหนิเรา เราสาบาน เรามิเคยมีใจต่อสาวใช้ผู้นั้นของเจ้าเลยแม้แต่น้อย...เราเพียงแค่ มิอยากถูกผู้อื่นหัวเราะเยาะ และพูดว่าเรายากจะลืมรักครั้งเก่าได้

“ทว่า...ทว่าตอนนี้เรามิกลัวแล้ว เรายังลืมเจ้ามิได้!”

ฝ่ามือของเฟิ่งจิ่วเหยียนร้อนผ่าว

นางสงบสติอารมณ์ลงทันที “ท่านเข้าห้องผิดแล้ว”

ต่อจากนั้น นางก็ลงจากเตียง และดึงเขาขึ้นมา

หลังจากที่เขาลุกขึ้นมา นางก็ถูกเขาโอบเอวไว้ในทันที

จากนั้น บนริมฝีปากนางก็สัมผัสถึงความนุ่มนวล...

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย