ความนุ่มนวลจากการจูบ ราวกับถูกปกคลุมด้วยขนนก ทั้งทะนุถนอม ดูเหมือนกลัวว่าจะทำให้นางเจ็บ เพียงสัมผัสแรกก็แยกออกจากกัน
เซียวอวี้มีความสามารถในการดื่มสุราอย่างมาก
ในฐานะฮ่องเต้ ขาดมิได้ที่จะต้องดื่มสุราในงานเลี้ยงภายในวัง
หากไม่มีความสามารถในการดื่มเพียงใดก็ไม่เมา ก็คงจะถูกผู้คนหัวเราะเยาะได้
สุราเพียงเล็กน้อยในคืนนี้ ยังมิเพียงพอที่จะทำให้เขาขาดสติ
ในเวลานี้ เขาออกแรงโอบกอดนางไว้ในอ้อมแขน โดยแสร้งทำเป็นขาดสติจากการมึนเมา
เฟิ่งจิ่วเหยียนตกใจกับจูบเมื่อครู่นี้ จึงรีบผลักเขาออกไป และถอยหนี จนแผ่นหลังชนเข้ากับผนัง ฝ่ามือใหญ่ของบุรุษวางทับอยู่บนแผ่นหลังของนาง ภายใต้การปกป้องของมือ นางจึงมิได้รับแรงกระแทกมากเกินไป
แม้กระทั่งความร้อนจากฝ่ามือของเขายังทะลุผ่านอาภรณ์ และส่งต่อมายังผิวหนังของนาง หากเทียบกับการจูบเมื่อครู่ที่ราวกับแมลงปอบินแตะน้ำนั้น ร้อนแรงกว่ามาก ทำให้นางตัวสั่นอยู่พักหนึ่ง
นางชะงักงันอย่างกะทันหัน
เซียวอวี้มือหนึ่งเลื่อนมาหลังศีรษะนาง และก้มหัวลงมาตรงซอกคอของนางพร้อมหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ทั้งค่อย ๆ โน้มตัวลง ราวกับว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเขาสูญเสียพละกำลังทั้งหมด
“เรา...เสียใจมาก
“ทว่าเราจักต้องปล่อยเจ้าไป
“ฮองเฮา...ฮองเฮาของเรา...”
เขาดูเหมือนดื่มจนมึนเมา และจำคนผิด
เฟิ่งจิ่วเหยียนผลักเขาออกไปอย่างมิลังเล
การหายใจของนางไม่เป็นจังหวะ ในม่านตาเผยให้เห็นความหม่นหมอง
ไม่เหลือความอาลัยอาวรณ์ใด ๆ นางลากเซียวอวี้ออกไปทันที
จากนั้นก็มีเสียงปิดประตูดัง “ปัง”
ด้านในประตู
นางยืนนิ่งอยู่ที่นั่นเป็นเวลานานด้วยอาการเหม่อลอย
ด้านนอกประตู
สายตาของเซียวอวี้กลับมาแจ่มชัดในชั่วพริบตา
เฉินจี๋เข้ามาประคองเขา แต่ถูกเขาผลักออกไป
จนกลับมาถึงเรือนด้านข้าง เขานั่งลงบนเตียง และนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ตรงริมฝีปากดูเหมือนยังมีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่
......
เช้าวันรุ่งขึ้น
เซียวอวี้ดูเหมือนจะจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนที่ผ่านมามิได้เลย
เขาบอกลาเฟิ่งจิ่วเหยียนราวกับว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
ดวงตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนภายใต้หน้ากากเยือกเย็นและเฉยเมย
หลังจากฮ่องเต้เสด็จกลับ ตงฟางซื่อบอกกับนางว่า
“ราชสำนักจับกุมศิษย์จากสำนักต่าง ๆ อย่างเหิมเกริม กากเดนของพรรคเทียนหลงหากมิถูกคุมขัง ก็ถูกส่งไปสร้างหอคอย
“ว่ากันว่าผู้พิทักษ์กับคนใกล้ชิดยังคงหลบหนี ราชสำนักจึงได้ปิดประกาศจับ”
เฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยอย่างเคร่งขรึม “คนเจ้าเล่ห์จะมีที่หลบซ่อนอยู่หลายแห่ง พวกเราจักต้องจับตัวพวกเขาให้ได้โดยเร็วที่สุด”
นางใช้แส้เปิดผ้าม่านรถม้าขึ้นอย่างระแวดระวัง จากนั้นก็มองเห็น ภายในรถม้าคันนั้นนอกจากฝานจิ้นที่หมดสติอยู่ ก็ยังมีคนอีกคนหนึ่งด้วย
นั่นคือชายชุดขาวก่อนหน้านี้ที่ต้องการสังหารนาง
เขาสวมหน้ากาก ดวงตาทั้งคู่จับจ้องมาที่นาง พร้อมกับแผ่ไอสังหาร
ทว่าสิ่งที่น่าแปลกคือ เขาฉีกอาภรณ์ของฝานจิ้น และแทงเข็มเงินลงไปบนตัวเขา
แววตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนชะงักค้าง
นั่นคือ...เข็มเชียนอวี่!
ในเวลาเดียวกับที่นางรู้สึกคาดไม่ถึง จิตใจก็เริ่มสั่นไหว
ในเวลานั้นเอง ชายชุดคลุมขาวก็หนีออกจากรถม้าไปอย่างรวดเร็ว
เฟิ่งจิ่วเหยียนไล่ตามเขาไปทันที
ในป่าแห่งหนึ่ง นางไล่ตามเขาทันแล้ว และแฉลบตัวมาขวางทางเขา
“เจ้าคือผู้ใด!”
เขารู้ว่าต้วนไหวซวี่เขียนจดหมายถึงนาง และยังรู้จักใช้เข็มเชียนอวี่ด้วย
คนผู้นี้เป็นผู้ใดกันแน่!
หัวใจของเฟิ่งจิ่วเหยียนราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบเอาไว้ มันเจ็บปวด
บุรุษยังหยุดอยู่ที่เดิม และมองนางด้วยสายตาเคร่งขรึม
หลังจากนั้น เขาก็ถอดหน้ากากออกอย่างมิรีบร้อน...

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...