เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 584

คนชุดคลุมดำเคยพูดไว้ นางมิรู้ว่าต้วนไหวซวี่ตายอย่างไร ดูเหมือนว่า การตายของเขาคงมิใช่เพราะพิษวารีสวรรค์ธรรมดาเท่านั้น

อีกทั้งยังพูดอีกว่า ต้วนไหวซวี่ใช้ตนเองแลกกับอายุขัยห้าปีของนาง

จนบัดนี้เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ยังไม่มีเบาะแส ถึงขั้นเคยสงสัยว่า นี่เป็นคำโกหกที่คนชุดคลุมดำทำให้นางหวั่นไหว

ทว่าตอนนี้ ต้วนเจิ้งก็พูดอย่างมีความหมายอื่นแฝงอยู่ในคำพูดเช่นกัน

นางจักต้องพยายามถามให้กระจ่าง!

“เรื่องของพี่ชายเจ้า เจ้ารู้สิ่งใดกันแน่”

ทว่า ต้วนเจิ้งใบหน้าดูหม่นหมอง พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

“เจ้า มิสมควรรู้”

ทันทีที่เอ่ยจบ มีดสั้นเล่มหนึ่งก็จ่ออยู่บนคอของเขา

ต้วนเจิ้งแทบมิอยากเชื่อ

“เจ้าต้องการจะสังหารข้า? เฟิ่งจิ่วเหยียน เจ้าเสียสติไปแล้วหรือไม่!”

แววตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนเย็นชา

“อย่าเรียกชื่อข้ามั่ว ๆ ทางที่ดีเจ้าควรจะเชื่อฟังข้า”

หลังจากได้ตื่นเต้นกับการพบกันอีกครั้ง ก็กลับมาตั้งสติ

ต้วนเจิ้งในตอนนี้ เป็นคนของพรรคเทียนหลงไปนานแล้ว

การปรากฏตัวของเขาในคราวนี้ แน่นอนว่ามิได้มาเพื่อพบกับนางแบบสหาย

อีกอย่างเขากับคนชุดคลุมดำก็อาศัยต้วนไหวซวี่ทำให้จิตใจของนางปั่นป่วนอยู่หลายครั้ง จักต้องระแวดระวังตัว

หลังจากควบคุมเขาได้แล้ว เฟิ่งจิ่วเหยียนก็รีบมองไปโดยรอบ

มิพบการซุ่มโจมตีใด ๆ อีก

ต้วนเจิ้งเห็นสภาพเช่นนี้ ก็หัวเราะด้วยความโกรธ

“เจ้าสงสัยว่าข้าจะจัดฉากซุ่มทำร้ายเจ้า?

“หากข้าต้องการทำให้เจ้าพินาศย่อยยับ ก็คงบอกพวกโง่เขลาของพรรคเทียนหลงเหล่านั้นไปนานแล้วว่า เจ้ามิใช่แค่เมิ่งสิงโจว ยังเป็นซูฮ่วนด้วย และข้าก็คงเปิดเผยตัวตนของเจ้าให้ทุกคนรู้แต่แรกแล้ว!

“เจ้าไม่เชื่อใจข้า...อ๊า!”

ก่อนที่เขาจะเอ่ยจบ เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ใช้สันมือฟาดลงไปทันทีหนึ่งครั้ง จนทำให้เขาหมดสติไป

ชายหนุ่มกลอกตาขาวขึ้นบน และล้มลงบนไหล่ของนาง

ก่อนที่เขาจะหมดสติไป เขามีอยู่ความคิดเดียว---หญิงอสรพิษ! เขาควรจะลงมือก่อน!

เฟิ่งจิ่วเหยียนก้มมองเขาอยู่แวบหนึ่ง

อายุเพิ่มขึ้นแล้ว ตัวสูงขึ้นแล้ว นิสัยยังคงเหมือนเด็ก

เขาพูดพร่ำไม่หยุด พาไปจากที่นี่ก่อนค่อยว่ากัน

เขาประสบพบเจอสิ่งใด ปิดบังสิ่งใด นางต้องการรู้ให้กระจ่างทีละเรื่อง

ต้วนไหวซวี่ก่อนตายฝากฝังต้วนเจิ้งไว้กับนาง นางจึงต้องรับผิดชอบเขา

เขาหลงผิด นางจึงยิ่งมิอาจทอดทิ้งเขาไปได้

ต้นไม้ที่คดเคี้ยวจะสามารถยืดตรงได้หรือไม่ ก่อนจะตัดลงก็จักต้องตัดแต่งสักครั้ง

......

เมื่อต้วนเจิ้งฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่าตนเองถูกมัดติดกับเก้าอี้

เขาดิ้นรนอยู่หลายครั้ง เชือกนั้นก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นเพราะแรงดิ้นของเขา

เฟิ่งจิ่วเหยียนมิอาจให้เซียวอวี้และคนของเขารู้ตัวตนของต้วนเจิ้ง

ดังนั้น นางจึงจ่ายเงินเช่าบ้านพักหลังหนึ่ง และนำต้วนเจิ้งมาที่นี่

ต้วนเจิ้งขู่ตะคอก ใบหน้าหล่อเหลาของเขาบูดเบี้ยว

“ปล่อยข้าไป! เฟิ่งจิ่วเหยียน เจ้าคิดจะทำสิ่งใดกับข้า!!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนผลักประตูเข้ามา ในเงามืด สายตากลับคมกริบ

“โวยวายอะไร”

แววตาของต้วนเจิ้งดุร้าย ราวกับหมาป่าตัวหนึ่งที่พร้อมจะกัดคอของนางให้ขาดได้ทุกเมื่อ

“หญิงอสรพิษ! พี่ชายข้ามิควรช่วยชีวิตเจ้า!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนเดินมาข้างหน้าเขา เท้าข้างหนึ่งเหยียบอยู่ระหว่างขาทั้งสองข้างของเขา เขาหุบปากลงในทันที

นางก้มมองลงมาที่เขาด้วยสายตาเยือกเย็น

“ก่อนหน้านี้เจ้าคิดจะสังหารข้าอยู่สองครั้ง บัญชีแค้นนี้ก็เสมอกันไป

“ตอนนี้ ตอบคำถามของข้าดี ๆ

“เรื่องของพี่ชายเจ้า เจ้ารู้มากน้อยเพียงใดกันแน่”

ต้วนเจิ้งเอียงหัว “ต่อให้ข้ารู้ ก็จะไม่บอกเจ้า!”

เหตุใดนางถึงกล้าทำกับเขาเช่นนี้!

เฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ต้วนเจิ้ง เจ้าควรรู้เอาไว้ว่า พรรคเทียนหลงคือฆาตกรที่สังหารพี่ชายเจ้า

“ถึงแม้เจ้าจะเป็นน้องชายแท้ ๆ ของต้วนไหวซวี่ หากเจ้ายังหลงผิดไม่สำนึก ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี และทำเพื่อศัตรู เช่นนั้น...ข้าก็ยังคงจะสังหารเจ้า”

นางจะไม่มีทางปล่อยคนที่ต้องการชีวิตของนางอยู่ทุกเมื่อทุกเวลา และจะไม่มีทางเอาชีวิตของคนข้างกายมาเดิมพัน

ครั้งแรกที่ต้วนเจิ้งยิงสังหารนาง ก็เป็นเซียวอวี้ที่เข้ามาขวางลูกธนูดอกนั้นแทนนาง

ครั้งนั้น เขาได้ก้าวผ่านประตูนรกมาได้

ทุกเรื่องล้วนมีเส้นตาย

เมื่อต้วนเจิ้งได้ยินว่านางจะสังหารตนเอง ในแววตาเผยให้เห็นความรู้สึกที่แปลกไป เหมือนกับว่า...พ่อแม่ที่รอคอยมานานกลับมาแล้ว แต่กลับพูดว่า “หากเจ้าไม่เชื่อฟัง พวกเราจะไม่ต้องการเจ้าแล้ว”

กำปั้นของเขากำแน่นเสียงดังกร๊อบแกร๊บ ภูเขาไฟในใจปะทุขึ้น

สตรีผู้นี้มีสิทธิ์อะไร!

ขณะที่เขากำลังจะระเบิดอารมณ์ คนตรงหน้าก็โน้มตัวลงมาในระดับสายตาเดียวกับเขา นัยน์ตามีความอ่อนโยนและความคาดหวัง

“แต่ข้าเชื่อว่า อาเจิ้งของเราเป็นเด็กดีที่มีจิตใจงดงามและซื่อตรง จะไม่บังคับให้ข้าต้องสังหารเจ้าด้วยมือข้าเอง ใช่หรือไม่?”

นางใช้น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยคำพูดโหดร้ายเช่นนั้นได้อย่างไร!

สีหน้าของต้วนเจิ้งถึงร้อนผ่าวขึ้นมาทันที

เมื่อในอดีตเคยมีอยู่หลายครั้งที่เขาไม่ยอมกินยา นางก็จะ “เกลี้ยกล่อม” เขาเช่นนี้---“อาเจิ้งของเราเป็นเด็กดีที่กล้าหาญ จะไม่บังคับให้ข้าตีเจ้าใช่หรือไม่?”

จากนั้น เขาก็พยักหน้าอย่างหมดหนทาง และดื่มยาอึกอึกเข้าไปจนหมด ทั้งยังดีใจเพราะขนมชิ้นนั้นที่นางป้อนให้

เขาหันหน้าหนี รู้สึกอับอายและโกรธแค้นต่อความทรงจำนั้น

“หญิงอสรพิษ! อย่าเข้ามาใกล้ข้า!”

หลังจากเงียบไปนาน

ปากของต้วนเจิ้งก็กระตุกเบา ๆ

“หญิงอสรพิษ ฟังให้ดี ข้าจะพูดแค่ครั้งเดียว

“พี่ชาย...ยังมีชีวิตอยู่”

ม่านตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันสั่นไหวในทันที

เขายังมีชีวิตอยู่หรือ? เป็นไปได้อย่างไร!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย