เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 595

หลังจากที่เกิดช่องว่างที่ประตูเมืองแล้วนั้น กองทัพมนุษย์โอสถที่ได้ยินเช่นนั้น ก็ทำการเคลื่อนไหวในทันที

พวกเขาพยายามทะลวงเข้ามาเรื่อย ๆ กองทหารรักษาการณ์ที่อยู่ด้านหลังประตุเมืองนั้น ทั้งสองฝ่ายต่างก็เข้าประจันหน้ากัน

เมื่อเห็นว่าฝ่าบาทกำลังตกอยุ่ในอันตรายนั้น รุ่ยอ๋องที่ยืนอยู่บนกำแพงเมืองจึงร้องตะโกนออกมาว่า

“คุ้มกันฝ่าบาท!”

เซียวอวี้จึงกระโดดหลบหนีเหล่ากองทัพมนุษย์โอสถในทันที

ก่อนจะได้มาเผชิญหน้ากับประมุขพรรคเทียนหลงแบบตัวต่อตัว

และยังมีเฟิ่งจิ่วเหยียน

เขานึกแปลกใจเล็กน้อยที่นางกลับมา

เป็นไปได้หรือไม่ว่า หลังจากที่นางช่วยเหลือต้วนไหวซวี่ได้แล้วนั้น ตนเองเกิดวางภาระหน้าที่ในฐานะท่านแม่ทัพน้อยเมิ่งไม่ลง จึงได้กลับมาช่วยกอบกู้เมืองหลวงเช่นนี้?

ถึงอย่างไร ย่อมมิใช่เพราะกลับมาช่วยเหลือเขาอย่างแน่นอน

นอกจากมนุษย์โอสถของพรรคเทียนหลงแล้วนั้น ยังมีลูกศิษย์ของพรรคเทียนหลงอีกไม่น้อยเลย

พวกเขายืนอยู่ข้างหลังของประมุขพรรค ก่อนจะเผชิญหน้ากับกองกำลังของเซียวอวี้อย่างไม่เกรงกลัว

ประมุขพรรคพุ่งตัวเข้าใส่เซียวอวี้พลางกล่าวว่า

“ในเมื่อฮ่องเต้ทรราชไร้เมตตา เช่นนั้นพวกเราจักสถาปนาฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นแทน!”

พูดจบ ประมุขพรรคเทียนหลงก็เตรียมลงมือสังหารในทันที

เซียวอวี้พลันสัมผัสได้ถึงกำลังภายในอันทรงพลัง เขาจึงพยายามรวบรวมพละกำลังที่ไร้รูปลักษณ์ของตนเพื่อต้านทานการโจมตีของคู่ต่อสู้

เฟิ่งจิ่วเหยียนที่เห็นเช่นนั้น จึงรีบมาที่ด้านหลังของเซียวอวี้ ก่อนจะใช้มือทาบไปที่ด้านหลังของเขาเพื่อช่วยส่งพลังให้อีกแรง

กำลังภายในที่เข้มแข็งของคนทั้งสอง เมื่อถูกรวบรวมเข้าด้วยกันแล้วนั้น แต่ก็ยังพอทำได้แค่พอเสมอกับประมุขพรรคเทียนหลงได้บ้าง

พวกเขากลับค่อย ๆ ถูกพละกำลังของฝ่ายตรงข้ามบีบให้ต้องล่าถอยออกมา

หากว่าพวกเขาจู่ ๆ ก็ถอนกำลังของตนเองในยามนี้ เกรงว่าอาจจะต้องได้รับแรงสะท้อนกลับของพลังของตนเองเป็นสองเท่าอย่างแน่นอน

เซียวอวี้พลางกล่าวออกมาด้วยท่าทีเคร่งขรึมว่า “ไป!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนหาได้จากไปไม่ มืออีกข้างยังยกขึ้นมาทาบไว้ที่หลังของเซียวอวี้ ราวกับว่าจักใช้กำลังภายในของตนเองทั้งหมดถ่ายเทไปที่เขา

บุรุษชุดคลุมสีเขียวที่ตามหลังมาเพื่อสังหารเฟิ่งจิ่วเหยียนนั้น กำลังถูกตงฟางซื่อขัดขวางเอาไว้

กลิ่นอายอันเข้มข้นจากดาบที่แผ่ไปทั่วของตงฟางซื่อที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้น ทำให้เขาสามารถแยกใบหน้าออกเป็นสองซีก โดยครึ่งหนึ่งซ่อนอยู่ด้านหลังดาบ

โดยปกติเขาจะยิ้มด้วยหรี่ตา แต่ตอนนี้หาได้มีรอยยิ้มไม่ มีเพียงเจตนาฆ่าเท่านั้น

“ยามที่ข้าบุกไปโจมตีพรรคเทียนหลงในปีนั้น หาได้สนุกสนามกับการสังหารไม่

“วันนี้ ความปรารถนาของข้าคงได้เป็นจริงแล้ว”

บุรุษชุดคลุมสีเขียวจ้องมองไปที่เฟิ่งจิ่วเหยียนที่กำลังส่งกำลังภายในให้กับฮ่องเต้นั้น พลันหันกลับมามองตงฟางซื่อที่กำลังขวางทางตนเองอยู่

ดูเหมือนว่า เขาจักต้องจัดการกับอุปสรรคที่อยู่ตรงหน้าเสียก่อน จึงจักทำการสังหารซูฮ่วนได้

ชิ่ง!

ทันทีที่คมดาบหลุดออกมาจากฝักแล้วนั้น ทั้งสองฝ่ายก็เข้าห้ำหั่นกันในทันที

บนกำแพงเมือง รุ่ยอ๋องมองดูสถานการณ์ตรงหน้าด้วยความวิตก “น้ำมันงาเล่า!”

ยามที่กลุ่มมนุษย์โอสถปรากฏตัวขึ้นเมื่อหนึ่งชั่วยามที่แล้ว ฝ่าบาทสั่งให้คนไปตระเตรียมน้ำมันเอาไว้ จนถึงตอนนี้น้ำมันก็หาได้มาถึงไม่ นี่มิใช่ทำให้ผู้คนนึกเป็นกังวลใจหรือ

กองทัพมนุษย์โอสถมากมายมารวมตัวกันที่ประตูเมือง หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่ช้าก็เร็วประตูเมืองจักต้องถูกเปิดออกมาอย่างแน่นอน

……

กำลังภายในของประมุขพรรคเทียนหลงนั้นแข็งแกร่งยิ่งนัก แม้แต่เฟิ่งจิ่วเหยียนและเซียวอวี้ก็ยังมิอาจเอาชัยเหนือเขาได้ เมื่อเห็นว่าตนเองล่าถอยออกมาได้มากกว่าหนึ่งจั้งแล้ว

เซียวอวี้จึงหันไปหาเฟิ่งจิ่วเหยียน

นางมิควรมาที่นี่

“ซูฮ่วน เราสั่งให้เจ้าออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!”

ทางด้านของตงฟางซื่อที่กำลังจัดการกับบุรุษชุดคลุมสีเขียวอยู่นั้น พลางตะโกนออกมา “ช้าก่อน!”

หวงปั้วตายแล้ว เซียวจั๋วจึงเป็นผู้นำทัพของกองกำลังของหวงปั้วเพื่อเข้าไปจัดการกับเหล่าลูกศิษย์ของพรรคเทียนหลงแทน จนสามารถทำให้พวกเขาล่าถอยกลับไปสิบจั้ง ทั้งยังค่อย ๆ บีบบังคับให้พวกเขาล่าถอยออกไปอีกเรื่อย ๆ

อีกด้านหนึ่ง ต้วนเจิ้งก็พยายามรีบพุ่งตัวออกมา ถึงแม้ร่างกายจักถูกลูกธนูยิงผ่านร่างมาแล้วก็ตาม ทั้งยังทิ้งก้อนเนื้อของตนเองเอาไว้บนต้นไม้ที่ยังมีลูกธนูตรึงเอาไว้อยู่

ต้วนเจิ้งพยายามอดทนต่อความเจ็บปวดของตนเอง ทว่า เมื่อออกเดินไปได้ไม่กี่ก้าวนั้น เขากลับรู้สึกเวียนหัวยิ่งนัก

เมื่อมองไปทางฝั่งของเฟิ่งจิ่วเหยียน เขาก็ถึงกับคุกเข่าลงบนพื้นด้วยเสียง “ตุ้บ” พร้อมร่างของตัวเองที่ล้มลงมา

เขาปวดแผลมาก!

ทว่า เขายังมิได้ช่วยพี่ชายตนเองเลย...

……

ท้องฟ้าสดใส ไก่ร้องออกขัน

หากแต่สถานการณ์ด้านนอกประตูเมืองกลับวุ่นวายยิ่งนัก มีศพที่ถูกไฟไหม้อยู่ไปทั่วทุกหนทุกแห่ง

พร้อมทั้งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งที่ลอยไปทั่ว

ชุดคลุมของประมุขพรรคเทียนหลงเละไม่มีชิ้นดี นัยน์ตาฉายแววแดงก่ำออกมา

ตรงข้ามของประมุขพรรคเทียนหลงนั้น ใบหน้าของเซียวอวี้ที่เต็มไปด้วยรอยเขม่าควัน เสื้อคลุมตัวนอกของเฟิ่งจิ่วเหยียนที่ขาดวิ่น มุมปากยังมีเลือดหยดออกมาเล็กน้อย เฉินจี๋เองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนถึงกับล้มลงไปกับพื้น

ดาบในมือของตงฟางซื่อพลันแตกออกเป็นสองชิ้น

บุรุษชุดคลุมสีเขียวที่บาดเจ็บหนักเช่นกัน พลันเดินมาอยู่เบื้องหน้าของประมุขพรรคเทียนหลง “ท่านประมุขขอรับ ข้าจักระวังหลังให้ท่าน!”

พูดจบ เขาถึงกับล้มลงไปกับพื้นด้วยความเหนื่อยล้า

ประมุขพรรคเทียนหลงพลางหัวเราะเยาะออกมาด้วยความเย็นชา

“พวกเจ้า เก่งกาจเสียจริง”

พูดจบ ประมุขพรรคเทียนหลงก็รวบรวมกำลังภายในขึ้นมาอีกครั้ง

เซียวอวี้จึงผลักเฟิ่งจิ่วเหยียนออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้าวขึ้นมาประจันหน้า

เฟิ่งจิ่วเหยียนและตงฟางซื่อเองก็ตามเขามาติด ๆ ก่อนจะช่วยส่งพลังให้เซียวอวี้จากทางด้านหลัง

ทั้งสามคนได้รับบาดเจ็บภายในไปไม่น้อย ทว่า หากพวกเขารวมตัวเข้าด้วยกันนั้น ไม่แน่ว่าอาจจะสามารถเอาชนะประมุขพรรคเทียนหลงไปด้วยกันได้

ทว่า ไม่รู้ว่าเบื้องหลังพวกเขาร่ายมนตร์ดำชนิดใดเอาไว้ เพียงพริบตาเดียวประมุขพรรคเทียนหลงก็มีพลังเพิ่มขึ้นมาเป็นเท่าตัว

ทั้งสามคนจึงถูกบังคับให้ล่าถอยอีกครั้ง

ผมเผ้าของประมุขพรรคเทียนหลงพลันแตกสยายออกมาราวกับราชสีห์ที่กำลังโกรธแค้น

“ผู้ใดขวางทางข้า จักต้องตาย!”

ประมุขพรรคเทียนหลงจึงเคลื่อนไหวเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมด้วยความตั้งใจที่จักทำให้ศัตรูแพ้พ่ายสิบส่วน และตนเองเจ็บหนักเพียงเจ็ดส่วน

ฝุ่นควันละอองทรายโดยรอบ ถูกกำลังภายในดูเข้าไป ก่อนจะพุ่งทะยานขึ้นไปบนฟ้า ราวกับทำให้ผู้คนต้องมนตร์

ในช่วงเวลาความเป็นความตายที่กำลังมาเยือนนั้น จู่ ๆ ประมุขพรรคเทียนหลงก็เกิดหมดแรง!

ยังมิทันที่ผู้คนจะทันเห็นว่าเกิดสิ่งใดขึ้นมานั้น เมื่อเหล่าลูกศิษย์หันหลังกลับไป ก็พบเจอเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้พวกเขาตกใจมากกว่าเดิม พลางเบิกตากว้างขึ้นมาด้วยความตกตะลึง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย