เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 597

เซียวอวี้มิอยากพบหน้าเฟิ่งจิ่วเหยียนในตอนนี้

เขารู้ดีว่า การที่นางมาขอเข้าพบตนเองเช่นนี้ จักต้องเป็นเพราะต้วนไหวซวี่อย่างแน่นอน

เนื่องจากเบาะแสที่มีอยู่ในมือของนางไม่เหลือแล้ว จึงต้องการความช่วยเหลือจากเขา

ดวงตาของเซียวอวี้พลันเจือไปด้วยความมืดมน

หัวใจของมนุษย์นั้นสร้างมาจากเลือดเนื้อตัวเอง หากว่าเลือดเนื้อนี้ถูกทำลายจนได้รับบาดเจ็บ ก็ย่อมตกตายไป

เมื่อคืนนี้ หลังจากที่เขารู้ว่านางทิ้งความปลอดภัยของเมืองหลวงและเลือกที่จะไปช่วยต้วนไหวซวี่นั้น เขาก็หมดความหวังในตัวนางแล้ว

การปล่อยนางไป ถือเป็นสิ่งที่เขาสมควรทำในตอนนี้ หากนางต้องการให้เขาช่วยเหลือนางอีกละก็ เขาคงไม่อาจทำเพื่อนางได้อีก

“บอกไปว่าเราไม่ว่าง”

เซียวอวี้มิต้องการเจอนาง ทั้งยังพยายามบีบให้นางต้องล่าถอยไปเอง

ส่วนความสัมพันธ์ในอนาคตระหว่างนางกับต้วนไหวซวี่จักเป็นเช่นไรนั้น หาได้เกี่ยวข้องอันใดกับเขาไม่

ในยามนี้ เรื่องราวที่เขาจักต้องจัดการอยู่ภายในมือมีอยู่มากมายนัก

ทั้งพรรคเทียนหลงและเซียวจั๋ว

เรื่องราวเหล่านี้มีสิ่งใดมิสำคัญไปมากกว่าการช่วยนางตามหาต้วนไหวซวี่กัน?

ตกกลางคืน เซียวจั๋วถูกเรียกตัวเข้าวังในทันที

เขาเองก็ได้รับบาดเจ็บไปไม่น้อย ทว่า หาได้มีสิ่งใดขัดขวางไม่ให้ทำความเคารพต่อฝ่าบาท

“น้อมพบฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”

เซียวอวี้จ้องมองเขาอย่างเย็นชา “เหตุใดท่านถึงทำเช่นนี้?”

แสร้งทำเป็นร่วมมือกับพรรคเทียนหลง แต่จริงแล้ววางแผนตลบหลังพวกเขา

หากแต่แผนการเช่นนี้ของเขา ทำให้ศัตรูบาดเจ็บเป็นพันและพรรคพวกของตนเองต้องบาดเจ็บเป็นร้อย

เมื่อคืนกองทัพของหวงปั้วต่างก็ตกตายไปมากกว่าครึ่ง

“หากท่านต้องการทำลายพรรคเทียนหลงจริง ๆ เช่นนั้นก็บอกกับเรามาตามตรงก็ย่อมได้ เราจักได้จัดทัพไปล้อมกบฏเหล่านั้นไว้ เช่นนี้ไม่ดีกว่าหรือ?”

เซียวจั๋วที่กระทำทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวเช่นนี้เพราะต้องการเป็นวีรบุรุษเช่นนั้นหรือ?

เซียวจั๋วที่มีใบหน้าซีดเซียวนั้น

“ปีนั้น ในยามที่ข้ายังเป็นองค์รัชทายาท พรรคเทียนหลงเคยมาเข้าเฝ้าข้าครั้งหนึ่ง

“ข้าปฏิเสธคำเชิญชวนของพวกเขาไป ไม่นานนัก ก็มาเกิดเรื่องกับราชครูเฉินเข้า

“หลังจากนั้นไม่นาน ข้าก็ถูกใส่ร้ายและถูกปลดออกจากตำแหน่งองค์รัชทายาท

“ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น พรรคเทียนหลงล้วนแต่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด”

นัยน์ตาของเซียวอวี้พลันหรี่ลง

เขานึกแปลกใจที่พรรคเทียนหลงเพ่งเล็งเซียวจั๋วมานานแล้วเช่นนี้

เซียวจั๋วพลันหัวเราะเยาะให้กับตัวเอง

“ข้าทูลกล่าวเรื่องนี้กับเสด็จพ่อแล้ว ทว่า เสด็จพ่อหาได้เชื่อในคำของข้าไม่”

“ไม่มีผู้ใดเชื่อข้า

“ทุกคนที่อยู่รอบตัวข้า ต่างก็ต้องตกตายไปเพราะพรรคเทียนหลง ยังมีเสด็จแม่ของข้าด้วย พระนางสิ้นใจไปโดยมิรู้เลยว่าข้าเป็นผู้บริสุทธิ์ของเรื่องราวทั้งหมด

“ฝ่าบาท ข้าเหลืออยู่ตัวคนเดียวแล้ว

“ตามจริง ข้าหาได้ยิ่งใหญ่และเก่งกาจอย่างที่เจ้านึกจินตนาการเอาไว้ไม่ ข้าเพียงแค่เห็นแก่ตัวเท่านั้น ต้องการรู้ความจริง ต้องการแก้แค้น เรื่องทุกอย่างก็มีเพียงนั้น”

ใบหน้าของเซียวอวี้พลันเปลี่ยนเป็นความเย็นชา

“ในเมื่อท่านได้ทำตามความปรารถนาของตนเองแล้ว เพียงเพื่อความแค้นของตนเอง ทำให้มีผู้คนมากมายต้องมาตกตายไปเช่นนี้ ท่านพอใจแล้วหรือไม่?”

เซียวจั๋วพลางเล่าเรื่องต่อไปด้วยท่าทีจริงจัง

“ข้าเข้าหาคนจากพรรคเทียนหลง ก็เพื่อต้องการสืบหาฆาตกรตัวจริง

“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ ข้าต้องการบอกกับพระองค์ เรื่องนี้หาได้จบลงแต่เพียงเท่านี้ไม่

“การที่พรรคเทียนหลงก่อกบฏขึ้นมานั้น เพียงเพื่อสนับสนุนให้ข้าขึ้นไปสู่อำนาจเช่นนั้นหรือ?

“พวกเขาหาใช่คนดีขนาดนั้นไม่”

ดวงตาของเซียวอวี้พลันเจือไปด้วยความลึกล้ำและมืดมน

“เรื่องราวของพรรคเทียนหลง เราย่อมตรวจสอบทุกอย่างให้กระจ่างแจ้ง

“ทว่า โทษทัณฑ์ของเจ้าหาได้มีน้อยไม่

“เข้ามา นำตัวเซียวจั๋วไปขังไว้ที่คุกเทียนเหลาเสีย!”

เซียวจั๋วหาได้มีท่าทีขัดขืนใด ๆ ไม่ ทั้งยังมิยอมรับผิดหรือร้องขอความเมตตาแต่อย่างใด

เขาคิดเอาไว้แล้วว่าจักต้องมีวันนี้

ถึงแม้ว่าจะสามารถกำจัดกลุ่มกบฏพรรคเทียนหลงออกไปได้แล้วนั้น ทว่า เพื่อดึงดูดกองทัพมนุษย์โอสถออกมาได้ เขาก็เสียสละเหล่าทหารผู้บริสุทธิ์ไปเป็นจำนวนมากด้วยเช่นกัน

ก่อนจักถูกนำตัวไปนั้น เซียวจั๋วพลางเอ่ยอะไรบางอย่างออกมาว่า

“ข้าพอจะเข้าใจแล้วว่า เพราะเหตุใดฮ่องเต้องค์ก่อนถึงได้มอบบัลลังก์นี้ให้กับเจ้า”

ในฐานะฮ่องเต้ของแว่นแคว้นนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการตัดสินใจอย่างเฉียบขาด

ยามที่นางเงยหน้าขึ้นมานั้น เขาพลันเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าภายในดวงตาของนางได้ในทันที

เขาเห็นปิ่นปักผมบนหัวของนาง เป็นอันเดียวกันกับที่เขามอบให้

หากแต่เขาก็รู้ดี ว่านางเพียงแค่มีไว้เพื่อปกป้องตัวเอง

เขาผลักนางออกไป ก่อนจะหันหลังให้เฟิ่งจิ่วเหยียนพลางเอ่ยออกมาด้วยความเย็นชาว่า

“เมืองอวี่ ภูเขาอวี้หลิง”

“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนที่กำลังจะลุกจากไปนั้น จู่ ๆ เซียวอวี้พลางกล่าวขึ้นมาว่า

“เจดีย์เก้าชั้นนั้น เข้าได้แต่ออกไม่ได้ หากเจ้าจักไปที่เจดีย์เก้าชั้นจริง ย่อมต้องตายอย่างแน่นอน เช่นนี้แล้วเจ้ายังอยากไปช่วยคนผู้นั้นอยู่หรือไม่?”

“พ่ะย่ะค่ะ”

นางเคยได้ยินมาว่า เจดีย์เก้าชั้นนั้น มีเหล่าผู้มีวรยุทธ์สูงส่งดั่งมารร้ายเฝ้าระวังภัยอยู่ มีเพียงผู้ชนะเท่านั้นที่จักสามารถเข้าไปได้

พวกคนเหล่านั้น ต่างก็เป็นผู้มากยุทธ์เช่นเดียวกันกับประมุขพรรคเทียนหลง

นางเพียงผู้เดียว หากต้องมาต่อกรกับคนเช่นนี้นับสิบนั้น เป็นไปได้ยากที่จะได้ชัย

เซียวอวี้ยิ้มเยาะออกมาอย่างเย็นชา

นางช่างทุ่มเทให้กับคนเช่นต้วนไหวซวี่เสียจริง

เขานึกโล่งใจยิ่งนักที่รู้ว่านางยังคงมีหัวใจที่แข็งแกร่งดั่งหินผาเช่นนี้

เซียวอวี้พลันกระตุกป้ายหยกข้างเอวของตนเองออกมายื่นให้กับนาง

“เอาไป ไม่แน่ว่าคนพวกนั้นอาจจะยอมให้เจ้าเข้าไปบ้าง”

เฟิ่งจิ่วเหยียนหยิบป้ายหยกขึ้นมา พร้อมด้วยความรู้สึกหายใจไม่ออก

“ยังไม่ไปอีกหรือ?” เซียวอวี้ขมวดคิ้วเป็นปม

เมื่อมองดูนางเพิ่มขึ้นอีกครั้ง เขากลัวว่าตนเองจะอดใจไม่ไหวที่จะสังหารต้วนไหวซวี่

เฟิ่งจิ่วเหยียนหยิบป้ายหยกขึ้นมา ก่อนจะหันกายจากไป

เซียวอวี้กำหมัดแน่น ราวกับว่ากำหัวใจของตนเองที่กำลังเจ็บปวด

ทว่า จู่ ๆ คนที่เพิ่งออกไปได้ไม่นานก็เดินกลับมา

“เจ้ายังต้องการ...”

ยามที่เขาจะเอ่ยคำว่า “อะไร” ออกมานั้น จู่ ๆ เฟิ่งจิ่วเหยียนก็คว้าปกเสื้อผ้าของเขาขึ้นมา พลางถอดหน้ากากของตนเองลง พร้อมเขย่งเท้าขึ้นมาประทับริมฝีปากของเขา...

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย