กลางดึกนั้น ไทฮองไทเฮาต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคกระเพาะอาหาร พระนางได้แต่คร่ำครวญออกมาด้วยความเจ็บปวด
หมอหลวงถูกเรียกตัวไปแล้ว ฝั่งของฝ่าบาทเองสมควรที่จะทราบสถานการณ์เช่นกัน
ในเมื่อเป็นเรื่องเร่งด่วนเช่นนี้ หลิวซื่อเหลียงจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากต้องเข้าไปรายงานสถานการณ์ด้านในตำหนัก
เมื่อเห็นว่าประตูกั้นด้านในตำหนักถูกปิดสนิทนั้น ยามที่กำลังจะเอื้อมเอามือผลักเข้าไปด้านใน จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงที่ทำให้ใจตนเองเต้นรัวและใบหน้าของตนเองต้องเผลอแดงก่ำออกมา
พระเจ้า!
ด้านในนั้น...
หลิวซื่อเหลียงก้าวถอยไปสองสามก้าวโดยไม่รู้ตัว และรีบหันกายวิ่งหนีไปทันที
สตรีที่อยู่ภายในห้องบรรทมนั้น มาจากที่ใด ? !
ยามที่หลิวซื่อเหลียงวิ่งออกมานั้น เขาบังเอิญเจอเข้ากับเฉินจี๋
เมื่อเห็นเสื้อผ้าอาภรณ์ที่อยู่ในมือของเฉินจี๋แล้ว หัวใจของหลิวซื่อเหลียงพลันเกิดอาการเต้นแรงขึ้นมา
นี่ นี่ นี่... นี่มันอาภรณ์ของบุรุษ!
เมื่อครู่ หากเขาได้ยินไม่ผิดไปละก็ หรือว่า ผู้ที่คอยปรนนิบัติฝ่าบาทอยู่ด้านในนั้น หาใช่สตรีไม่ แต่เป็นบุรุษเช่นนั้นหรือ? !
จบกัน!
เหตุใดฝ่าบาทถึงเลอะเลือนเช่นนี้ได้กัน!
เฉินจี๋ที่มิรู้ว่าหลิวซื่อเหลียงคิดสิ่งใดอยู่นั้น เขากลับสัมผัสได้ว่าราตรีนี้ชักแปลกพิกล
ภายในตำหนักใน
ในอ่างอาบน้ำนั้น
เซียวอวี้ที่ได้ทำตามใจของตัวเองแล้วนั้น
ยามที่อยู่ชายแดนใต้ในครานั้น เขาเอาตัวมาบังลูกธนูให้กับนาง ทั้งนางและเขาต่างก็อยู่ในบ่อน้ำด้วยกัน เพื่อให้เขาประคองสติต่อไปได้ ในครานั้นเขาก็อยากจะทำเช่นนั้นกับนางเหมือนกัน
ผิวน้ำแกว่งสั่นไหวไปมาอย่างรุนแรง ทั้งยังกระเพื่อมออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เซียวอวี้ยังคงทำต่อไปอย่างไม่หยุดพัก
การกรากกรำในคราวนี้ ทำเอาเฟิ่งจิ่วเหยียนเหนื่อยล้ายิ่งนัก
ทว่า ในอ่างน้ำสบายตัวยิ่งนัก
นางปล่อยร่างของตนเองให้จมลงไปอยู่ในนั้นอย่างไม่รู้ตัว
ภาพตรงหน้าพลันค่อย ๆ พล่ามัว
ยามที่เซียวอวี้อุ้มนางขึ้นมาจากน้ำนั้น นางยังพอมีสติอยู่บ้าง
ทว่า ไม่นานก็ผล็อยหลับไป
หากแต่นางมิรู้เลยว่า หลังจากที่เซียวอวี้อุ้มนางมาวางไว้บนเตียงนั้น พลางเช็ดตัวและผมเผ้าให้นางเสียจนแห้งสะอาด ก่อนจะกอดนางเอาไว้
เฟิ่งจิ่วเหยียนที่ผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็วนั้น ไม่นานนักนางก็ตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็วเช่นกัน
หลังจากผ่านไปได้หนึ่งชั่วยาม นางก็ฟื้นขึ้นมา
ภายในห้องบรรทมหาได้มีผู้ใดอยู่ไม่ นอกจากนางคนเดียว
ยามที่เฟิ่งจิ่วเหยียนเลิกผ้าห่มขึ้นมานั้น นางหาได้มีอาภรณ์สิ่งใดอยู่บนตัวไม่ ทว่า กลับมีร่องรอยสีกุหลาบอยู่เต็มไปทั่วร่าง
อีกทั้ง ยังมีอาการไม่สบายเล็กน้อยระหว่างขาอีกด้วย
ข้างเตียง มีชุดเสื้อผ้าที่ถูกพับเก็บเอาไว้อย่างเรียบร้อยและหน้ากากของนาง
……
เมื่อเซียวอวี้กลับมาจากตำหนักวั่นโซ่วนั้น บนเตียงก็มิมีใครอยู่แล้ว
เขานึกใจหายไปครู่หนึ่ง
หลิวซื่อเหลียงที่เอ่ยรายงานตัวอยู่ด้านนอกตำหนักนั้น
“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ รุ่ยอ๋องเสด็จมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“พูดจบแล้วหรือ?”
ต้วนเจิ้งกัดฟันกรอดออกมา เขาอยากจะสังหารฮ่องเต้สุนัขผู้นั้นยิ่งนัก
ทั้งยังนึกเกลียดชังเฟิ่งจิ่วเหยียนอีกด้วย
“มันยังไม่จบ! เจ้าที่ไปมีความสัมพันธ์กับฮ่องเต้สุนัขเช่นนั้น เคยคิดบ้างหรือไม่ว่า หากช้าไปสักก้าวเดียว พี่ชายของข้าจักต้องทนทุกข์ทรมานมากยิ่งขึ้น! เจ้าช่างเห็นแก่ตัวยิ่งนัก!”
เฟิ่งจิ่วเหยียนตอบโต้กลับไปโดยหาได้รู้สึกผิดไม่
“การจากไปในครานี้ ย่อมมีเป็นหนทางตายที่มากกว่าทางรอด ในเมื่อข้าจักตายแล้ว เหตุใดตนเองถึงจะมิคิดหาความสุขใส่ตัวเองก่อนตายไม่ได้เล่า”
ต้วนเจิ้งที่ยังเด็กเกินไป เขาย่อมรับไม่ได้ที่จะได้ยินวาจาเช่นนี้
ความสุขอะไรกัน?
พวกเขากำลังเจรจาสงบศึกงั้นหรือ!
“เจ้า...เจ้ามันคนเสเพล!”
แววตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันมืดครึ้มลง
“เจ้าควรรู้เอาไว้ ร่างกายนี้เป็นของข้า หาได้เป็นของบุรุษคนใดไม่ ลิ้นของเจ้าก็อยู่ในปากของเจ้า ฉะนั้นข้ามิอาจไปควบคุมอันใดเจ้าได้ ทว่า หากเจ้ายังกล้าเอ่ยวาจาไร้สาระออกมาอีก ข้ามิคิดลังเลที่จะตัดมันทิ้งไปแม้แต่น้อย”
ต้วนเจิ้ง:! ! !
สตรีอสรพิษผู้นี้!
เห็นได้ชัดว่าเป็นความผิดของนางแท้ ๆ นางยังมิยอมให้เขาพูดอันใดอีก!
วังหลวงในยามนี้
ห้องทรงพระอักษร
ใบหน้าของรุ่ยอ๋องเต็มไปด้วยความตกตะลึง พลางยื่นมือออกไปเกลี้ยกล่อม
“ฝ่าบาท พระองค์คิดไตร่ตรองอีกครั้งเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...