เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 622

ด้านนอกเจดีย์เก้าชั้น หนานซานอ๋องยังคงไม่ยอมตกลง

เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่เคยพบคนที่ดื้อรั้นถึงเพียงนี้มาก่อนเลย

ตงฟางซื่อกล่าว

“บรรพบุรุษของข้าใช้เจดีย์เก้าชั้นทับศิลาหยกเอาไว้ คิดดูแล้วปฐมจักรพรรดิคงไม่ต้องการให้ศิลาหยกได้ต้องแสงอีก”

เฉินจี๋ลงไปคุกเข่าเบื้องหน้าหนานซานอ๋อง ดวงตาแดงก่ำ

“ท่านอ๋อง! ท่านก็ได้ยินแล้วนี่พ่ะย่ะค่ะ! หากปฐมจักรพรรดิต้องการศิลาหยก เหตุใดพระองค์จึงฝังมันไว้ใต้ดินเล่า ควรจะนำมันมาเซ่นไหว้จึงจะถูก!”

“ดังนั้นท่านอย่าได้ลังเลอีกเลย! รีบทำลายเจดีย์เก้าชั้นทิ้งเถิดพ่ะย่ะค่ะ! !”

แววตาของหนานซานอ๋องเปลี่ยนไปมา ทว่าสุดท้ายก็ยังหันหลังไปอย่างไร้น้ำใจ

“โลหิตหงส์จะขาดไม่ได้”

หน้าที่ของเขาและเหล่าทหารคือการคุ้มครองโลหิตหงส์

เมื่อโลหิตหงส์ขาด พวกเขาก็ต้องตาย

แสงจันทร์ส่องสว่างลงบนใบหน้าของเฟิ่งจิ่วเหยียน ทำให้ดูเย็นชาและแฝงรังสีสังหาร

นางพูดกับหนานซานอ๋องด้วยท่าทางที่เอาจริงเอาจังเป็นอย่างมาก

“ในเมื่อหยางเหลียนซั่วกล้าที่จะเข้าไปในเจดีย์เก้าชั้น เขาต้องมีวิธีออกมาแน่ หากตอนนี้ยังไม่ทำลายเจดีย์เก้าชั้นอีก จะช้าจะเร็วย่อมต้องถูกทำลายลงด้วยมือของหยางเหลียนซั่วอยู่ดี ไม่ต้องพูดถึงศิลาหยกที่จะต้องตกไปอยู่ในมือของเขาแน่ ถึงเวลานั้นแผ่นดินก็จะตกอยู่ในความวุ่นวาย นี่เป็นสิ่งที่ท่านอยากเห็นอย่างนั้นหรือ!”

หนานซานอ๋องยังคงหันหลังให้กับทุกคน ทว่าคิ้วกลับขมวดแน่น และกำลังคิดพิจารณาอย่างรอบคอบ

ต้วนเจิ้งที่อยากจะช่วยพี่ชายตะโกนด่าด้วยความโกรธ

“ไอ้เฒ่าสิ้นคิด! โลหิตหงส์ขาดไม่ได้ แล้วเชื้อพระวงศ์ตระกูลเซียวขาดได้หรือไม่เล่า?

“วันนี้ข้าต้วนเจิ้งขอสาบานไว้ตรงนี้! หากเจดีย์เก้าชั้นไม่ถูกทำลาย พี่ข้าออกมาไม่ได้ ข้าจะฆ่าคนตระกูลเซียวให้หมด เขาจะได้ไม่มีใครได้ขึ้นครองราชย์อีก!”

สีหน้าของหนานซานอ๋องตกตะลึงไปครู่หนึ่ง

“เจ้ากล้ารึ!”

ต้วนเจิ้งหัวเราะ “เจ้าคิดว่าข้ากล้าหรือไม่เล่า! ไอ้เฒ่าสิ้นคิด ข้าฆ่าเจ้าก่อนก็แล้วกัน!!”

ทันใดนั้นเฟิ่งจิ่วเหยียนก็ขวางต้วนเจิ้งเอาไว้

ต้วนเจิ้งพลันหยุดชะงักแล้วมองไปที่นางอย่างอดไม่ได้

“เจ้ารีบคิดวิธีเข้าสิ! ขาดอีกเพียงก้าวเดียวเท่านั้น อีกก้าวเดียวพี่ของข้าก็จะออกมาได้แล้ว! ”

หนานซานอ๋องพูดประโยคหนึ่งที่มีความหมายอย่างลึกซึ้งว่า

“ต่อให้ข้าเห็นด้วย ทหารเหล่านั้นก็จะขัดคำสั่งและปกป้องด้วยชีวิตอยู่ดี”

สำหรับกองทัพคุ้มกันเมืองของเขาอวี้หลิงแล้ว การปกป้องโลหิตหงส์ถือเป็นเกียรติของพวกเขา เป็นสิ่งที่พวกเขาสาบานว่าจะปกป้องด้วยชีวิต

เฟิ่งจิ่วเหยียนมองออกแล้วว่าหนานซานอ๋องไม่ได้ไม่เห็นด้วยที่จะลงมือ เขาเพียงต้องการเหตุผลมาโน้มน้าวตัวเขาและเหล่าทหารใต้บังคับบัญชา อีกทั้งเหตุผลนี้ยังต้องเพียงพอที่จะให้คำอธิบายแก่ใต้หล้าได้ด้วย

หนานซานอ๋องตกตะลึงไปครู่หนึ่ง

“ท่านว่าท่านคือผู้ใดนะ?”

เฉินจี๋รีบขึ้นมาเป็นพยาน

“ไม่ผิด! นางคืออดีตฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ!”

หนานซานอ๋องไม่อยากจะเชื่อ

ตงฟางซื่อตะลึงจนมองตาไม่กระพริบ

นี่ซูฮ่วนคงพูดโกหกกระมัง!

เขาจะเป็นอดีตฮองเฮาไปได้อย่างไรกัน!

เฟิ่งจิ่วเหยียนกลับมาพูดด้วยเสียงจริงของนาง “ข้าหย่ากับฝ่าบาทแล้ว ตำแหน่งหงส์ว่างเปล่า โลหิตหงส์ขาดสิ้น นี่ไม่ใช่ความผิดของท่านและผู้ใต้บังคับบัญชาของท่าน”

หนานซานอ๋องชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ราวกับเขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขาหันหลังแล้วตะโกนเสียงดังก้อง

“ฮ่องเต้ฮองเฮาทรงหย่ากันแล้ว! โลหิตหงส์ย่อมขาดสิ้น!!”

เฉินจี๋ไม่รู้ว่านี่หมายถึงอะไร

เฟิ่งจิ่วเหยียนรำคาญที่เขาทึ่ม จึงลากเขาเข้ามาแล้วตวาด “ยังจะนิ่งอยู่อีก! ระเบิดภูเขาสิ!!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย