เพียงไม่นาน ในนอกร่วมมือกัน ในที่สุดก็ช่วยต้วนไหวซวี่ออกมาได้สำเร็จ
ชั่วพริบตาที่เห็นเขา เฟิ่งจิ่วเหยียนก็รู้สึกใจสั่น
เขาผอมลงมาก แขนข้างหนึ่งขาด ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าที่หล่อเหลางดงามไร้ชีวิตชีวา ราวกับเป็นศพ ริมฝีปากซีดเผือดแห้งผาก
“ท่านพี่!” ต้วนเจิ้งตื่นตระหนกจนน้ำตาไหล “ในที่สุด ในที่สุดก็หาท่านจนพบ!”
ลูกตาของต้วนไหวซวี่ขยับมองไปทางเฟิ่งจิ่วเหยียนที่ยืนห่างออกไปไม่ไกลนัก
ฝ่ายหลังรีบเข้ามาหา แทบจะลงไปคุกเข่าด้านหน้าเขาทันที “ไหวซวี่”
ต้วนไหวซวี่เผยรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยน ราวกับพระอาทิตย์ที่อบอุ่นสาดส่องลงมา
“อาเหยียน...”
“ฝ่าบาท!” เฉินจี๋ร้องอย่างตื่นตระหนก
เฟิ่งจิ่วเหยียนหันไปดูทันที ร่างกายวิ่งไปอย่างไม่อาจควบคุม
“ฝ่าบาทเป็นอะไรไปรึ!” นางถามอย่างร้อนรน ทว่าเพื่อความปลอดภัยของเซียวอวี้แล้วจึงไม่อาจเข้าไปใกล้เกินไปได้
เฉินจี๋กัดฟันกรอด “พื้นที่ปลอดภัยเกิดรูโหว่ขึ้น ฝ่าบาทถูกเศษหินกระแทกเข้าที่แขน!”
ยามนี้เองด้านล่างก็มีเสียงแหบสายหนึ่งดังขึ้น
“เราไม่เป็นไร...”
หนานซานอ๋องตะโกนเสียงดังอย่างร้อนใจ “รีบช่วยคนเร็วเข้า หากเสียสมดุลเมื่อไหร่ พื้นที่ปลอดภัยก็จะทรุดลงไปได้เช่นกัน!”
ถ้าหากพื้นที่ปลอดภัยทรุดลง ย่อมอันตรายอย่างไม่อาจจินตนาการได้
ต้วนเจิ้งไม่สนใจว่าฝ่าบาทจะเป็นหรือตาย เขาแบกต้วนไหวซวี่ขึ้นหลังแล้วพาไปยังจุดที่ปลอดภัย
เมื่อเขาเห็นรอบฝ่ามือบนใบหน้าของพี่ชายก็พลันโมโหจนตัวสั่น
“ท่านพี่ ใครตีท่าน!”
ก่อนหน้านี้ต้วนไหวซวี่หลับ ๆ ตื่น ๆ เขาจำได้ว่าถูกตบไปฝ่ามือหนึ่งจริง ๆ
ทว่าไม่สำคัญว่าเป็นใคร
เขาเป็นห่วงเพียงเฟิ่งจิ่วเหยียนเท่านั้น สายตาจับจ้องอยู่ที่ร่างของนางตลอด
ผ่านไปครู่หนึ่ง
ในที่สุดเซียวอวี้ก็ถูกช่วยออกมา
หนานซานอ๋องยังคงพูดกับตนเองเสียงเบา “ขอบคุณฟ้าขอบคุณดิน ได้รับความตกใจทว่าปลอดภัยดี”
ทว่าสภาพของเซียวอวี้ดูไม่ค่อยดีนัก
แขนของเขาถูกกดทับจนเสื้อผ้ากับเลือดติดกันจนมองไม่ออก
เฉินจี๋รู้สึกปวดใจ
นิ้วของเฟิ่งจิ่วเหยียนสั่นและเกร็งเล็กน้อย
นางก้มตัวลง ขนตาสั่นไหวเบา ๆ
“ขอบคุณมาก...ขอบคุณท่านมาก!”
ขอบคุณที่พวกเขาทั้งสองยังมีชีวิตอยู่...
เซียวอวี้ไม่สนใจฝูงชนที่อยู่ที่นั่น ทันใดนั้นเขาก็ยกมือข้างทีไม่ได้รับบาดเจ็บขึ้น แล้วคล้องหลังเอวของนาง นำนางเข้ามาในอ้อมกอด
เฟิ่งจิ่วเหยียนถูกบังคับให้ก้าวขึ้นไป สองมือวางอยู่บริเวณอกของเขา
ข้างหูมีเสียงที่แหบและอดกลั้นของเขา
“เราไม่ติดค้างเขาแล้ว”
ดวงตาสองคู่ประสานกัน นางมองเห็นความต้องการครอบครองอย่างแรงกล้าในดวงตาสีแดงฉานของเขา
ทันใดนั้นเขาก็ออกแรงกอดนาง แทบอยากจะนำนางเข้ามารวมไว้ในร่างกายให้ได้
เฉินจี๋: ! !
หนานซานอ๋อง: ?
หากไม่นับเป็นการทรยศ เขาก็อยากจะตบเจ้าทรราชนี่เสียเหลือเกิน!
เมื่อครู่ยังถูกฝังไว้ไม่ลึกพอหรือไร ยังมีอารมณ์มากอดอีก!
จะไม่ปวดใจได้อย่างไรกัน
......
จวนหนานซานอ๋องอยู่ในภูเขาอวี้หลิงนี้
ทุกคนพักค้างแรมในจวนของหนานซานอ๋องก่อน
ภายในลานบ้าน เมื่อตงฟางซื่อพบกับเฟิ่งจิ่วเหยียนเข้า เท้าก็หยุดเดินและถอนหายใจ
“ซูฮ่วน เจ้า...เฮ้อ!”
จากนั้นเขาก็เตือนนางอย่างเคร่มขรึม
“เจ้ารีบติดสินใจให้เด็ดขาดเสียแต่เนิ่น ๆ ดีกว่า”
จิตใจของเฟิ่งจิ่วเหยียนสับสนวุ่นวายอย่างยิ่ง
ผ่านไปพักหนึ่ง
นางยืนอยู่ที่ชายคาระเบียงอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี
ห้องของเซียวอวี้กับต้วนไหวซวี่ก็ดันเรียงติดกันอีก ดูเหมือนว่าไม่ว่านางจะไปที่ห้องไหนก่อนก็ไม่ดีทั้งนั้น
ยามนี้เองต้วนเจิ้งก็เดินออกมา
เขาคว้าแขนนางอย่างร้อนรน “พี่ข้ากระอักเลือดออกมาเต็มไปหมด!!”
เฉินจี๋ที่ยกยามาบังเอิญเห็นเฟิ่งจิ่วเหยียนเข้าไปในห้องของต้วนไหวซวี่พอดี
หลังจากเข้ามาในห้อง พอเขามองฝ่าบาทก็อดไม่ได้ที่จะพูด
“ฝ่าบาท กระหม่อมขอบังอาจพูดมากเสียหน่อย ท่านทำเช่นนี้ ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย ซูฮ่วนนาง...เมื่อครู่นางเข้าไปในห้องข้าง ๆ”
เซียวอวี้กลับใจกว้างยิ่ง
“ไม่เป็นไร”
ระหว่างที่พูด แววตาของเขาก็มืดครึ้ม
ถึงอย่างไรต้วนไหวซวี่นั่นก็อยู่ได้อีกไม่นานแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
มีเหรียญใช้ไม่ มาหลายวันแล้ว แก้ไขให้ด้วย...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...