เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 630

“ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น!” เฟิ่งจิ่วเหยียนตกใจอย่างมาก

แม้นหมอจะบอกว่า เวลาของต้วนไหวซวี่เหลือไม่มากแล้ว แต่อย่างน้อยก็ยังเหลือเวลาอยู่อีกหลายวัน

นางยังไม่ทันได้เตรียมใจ——เขากำลังจะลาจากโลกนี้ไปแล้ว

เฟิ่งจิ่วเหยียนรีบกลับไปที่จวนหนานซานอ๋อง

เมื่อเปิดประตูเข้าไป เห็นเพียง

ต้วนไหวซวี่นอนอยู่บนเตียง ลมหายใจเริ่มโรยรินขึ้นเรื่อย ๆ ความมีชีวิตชีวาบนใบหน้าหล่อเหลานั้นค่อย ๆ เลือนหายไป

ต้วนเจิ้งคุกเข่าอยู่ข้างเตียง กุมมือของเขาไว้แน่น

“ท่านพี่ ท่านพี่! ท่านอย่าหลับนะ! กว่าเราจะช่วยท่านออกมาได้…ท่านพี่!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนเดินเข้าไปทีละก้าวอย่างแข็งทื่อ จ้องมองต้วนไหวซวี่แน่นิ่ง นัยน์ตาทอแววเวทนา

“ไหวซวี่…”

ผ้าปูเตียงเปื้อนไปด้วยเลือดสด ๆ ของเขา เขามองมาที่นาง ด้วยแววตาอ่อนโยน ราวกับว่าไม่อยากให้นางกังวลและกลัว

“อาเหยียน ข้าไม่เป็นอะไร” เขาพยายามยิ้มออกมา

เฟิ่งจิ่วเหยียนกำหมัดแน่น

นางรู้ว่าร่างกายของเขาต้องแบกรับความเจ็บปวดมากแค่ไหน

มากถึงขนาดที่ว่า ทุกครั้งที่หายใจ เหมือนถูกลงโทษประหารแล่เนื้อ

การมีชีวิตอยู่สำหรับเขา ไม่ได้สบาย

ในวินาทีนี้ นางปล่อยวางแล้ว

ดังนั้นนางจึงนั่งลงข้างเตียง บอกเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ข้าจะดูแลอาเจิ้งอย่างดี พรรคเทียนหลงถูกกำจัดแล้ว จะไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีก เจ้าไม่ต้องห่วง”

มือของต้วนไหวซวีถูกต้วนเจิ้งจับเอาไว้ จึงส่งสายตาอบอุ่นเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักมาให้นาง

“อาเหยียน อาการปวดศีรษะของเจ้ายังกำเริบอยู่หรือไม่? ขอโทษนะ ที่ไม่สามารถทำยาให้เจ้าได้อีกแล้ว ไม่มีโอกาสได้จัดงานแต่งงานยิ่งใหญ่ให้เจ้า ไม่มีโอกาสสร้างครอบครัวกับเจ้า…ไม่มีโอกาสได้ทำหน้าที่เป็นสามี…ที่รอเจ้ากลับบ้านในยามค่ำคืน

“ข้าขอโทษ…นะ

“ข้าอยากอยู่กับเจ้า…ไปจนแก่เฒ่าจริง ๆ

“ข้าทนไม่ไหวมานานแล้ว แต่ข้าก็ยังคิดว่า ถ้าเกิด ถ้าเกิดได้เจอเจ้าก่อนตาย เช่นนั้นก็คง…นับเป็นเมตตาจากสวรรค์

“ช่างดีเหลือเกิน ที่ข้ารอเจ้าจนมา”

ดวงตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนแสบร้อน น้ำตาเอ่อคลอข้างใน

เรื่องราวที่ค่อย ๆ เลือนลางจางหายไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กลับฉายซ้ำเข้ามาในหัวอีกครา

เขาในแรกพบสวมใส่อาภรณ์สีขาว มีนัยน์ตายิ้มแสนอ่อนโยน

เขาที่เสี่ยงไปเก็บสมุนไพรมาให้นาง ถูกนางด่าไปยกใหญ่ แต่ก็ยังหอบประคองสมุนไพรนั้นไว้ พร้อมส่งยิ้มให้กับนาง

ความรู้สึกของเซียวอวี้คือการเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย คือความกึกก้องยิ่งใหญ่

แต่ความรู้สึกที่ต้วนไหวซวี่มอบให้นาง กลับเป็นการดูแลอย่างเงียบ ๆ เป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิต

นางเสียงแหบพร่า ส่ายหน้า “เจ้าไม่ได้ทำอะไรผิดต่อข้า”

“แต่ข้าหวังว่า พวกท่าน…จะอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า

เดิมเซียวอวี้อยากมาดูว่าทำไมต้วนไหวซวี่ยังไม่ตาย แต่ตอนนี้กลับตกตะลึงด้วยคำพูดของเขา ทั้งยังเกิดความรู้สึกผิดในใจอย่างแปลกประหลาด

ต้วนไหวซวี่ใกล้จะตายอยู่รอมร่อ แต่ยังปกป้องความบริสุทธิ์ของเฟิ่งจิ่วเหยียน

แต่กลับไม่เคยรู้ความจริงว่าเขากับนางมีความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยาแล้ว ทั้งยังอยู่ในสถานะที่ไม่ชัดเจน

เมื่อมองเช่นนี้ เขาจะดูเป็นคนควบคุมตัวเองไม่ได้ ไม่เคยคิดว่าในภายภาคหน้านางจะเป็นอย่างไรหรือเปล่านะ…

เมื่อเฟิ่งจิ่วเหยียนได้ยินคำพูดเหล่านั้นของต้วนไหวซวี่ พลันนึกถึงวันวานของทั้งสองคน ยามเจอกันครั้งแรก เขาเพ้อฝันว่า—— “การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เป็นหน้าที่ของหมอ แม่ทัพน้อย ข้าไม่กลัวอันตราย ได้โปรดให้ข้าได้ร่วมเดินทางไปข้างหน้ากับเจ้า!”

ตอนตกลงปลงใจ แสงจันทร์สาดกระทบลงบนตัวเขา เขายิ้มอย่างใสซื่อราวเด็กน้อย —— “อาเหยียน ข้าดีใจจริง ๆ”

ตอนลองใส่ชุดก่อนแต่งงาน พอเขาเห็นนางใส่ชุดแต่งงาน พลันน้ำตาไหล —— “อาเหยียนของข้า ทำไมข้าถึงได้คู่ควรกับเจ้านะ”

เมื่อเห็นเขาหายใจออกรุนแรงหายใจเข้าโรยริน น้ำตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันร่วงออกมา

เขาเป็นคนดีมาก

แต่อนิจจา สวรรค์กลับมอบชีวิตแสนทุกข์ทรมานให้เขา

ต้วนเจิ้งคุกเข่าอยู่ข้างเตียง น้ำตาไหลอาบหน้า ร้องไห้ตัวโยน เหมือนเด็กที่ยังไม่โต

“ท่านพี่——”

“อาเจิ้ง เป็นเด็กดีนะ” ต้วนไหวซวี่พูดถ้อยคำนี้ด้วยรอยยิ้มเสร็จ แขนก็หลุบลงอย่างหมดแรง สิ้นลมหายใจในที่สุด

ต้วนเจิ้งนิ่งอึ้ง เขาแทบไม่อยากจะเชื่อภาพเบื้องหน้า

“ท่านพี่!!!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย