ต้วนไหวซวี่ตายแล้ว
ที่จริงชีวิตเขาใกล้จะมอดดับไปนานแล้ว
หลายปีที่ผ่านมา เขาฝืนทนอยู่ได้ ก็เพื่อรักษาข้อตกลงห้าปีนั้น
ตอนนี้ เมื่อเห็นว่าอาเหยียนของเขามีความสามารถปกป้องตนเองได้ ข้างกายยังมีสหายและคนรัก รู้ว่านางมิจำเป็นต้องการตนอีกต่อไป เขาก็ปลดปล่อยพลังอย่างหมดสิ้น
ชีวิตนี้ของเขาไม่เจ็บแค้น และไม่เสียใจ
เสียงร่ำไห้ของต้วนเจิ้งนั้น ทำลายความเงียบสงัดของรัตติกาล
ทั่วทั้งจวนอ๋องถูกปกคลุมด้วยความมัวหมอง
เซียวอวี้ยืนอยู่ที่ลานกว้าง พร้อมแหงนหน้าขึ้น และมองไปยังดวงจันทร์สีขาวนวลดวงนั้น
เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกกังวลใจ
หากต้วนไหวซวี่ยังมีชีวิตอยู่ เขาจะสามารถแย่งชิงมาได้จริง ๆ หรือไม่?
พวกเขาอยู่ด้วยกันเพียงเวลาสั้น ๆ ไม่กี่วัน รวมถึงเคยพูดคุยกันไม่กี่ประโยค เขาก็รู้แล้วว่า เหตุใดตอนแรกเฟิ่งจิ่วเหยียนถึงชอบต้วนไหวซวี่ถึงเพียงนั้น
สุภาพบุรุษที่อ่อนโยนเช่นนี้ กระทั่งตายก็ยังนึกถึงคนอื่น
เขามิอยากเห็นเฟิ่งจิ่วเหยียนร่ำไห้ให้กับต้วนไหวซวี่ จึงกลับเข้าห้องในทันที ทั้งรู้สึกว้าวุ่นในใจ เหมือนสิ่งของกระจัดกระจายมากมาย กำลังลอยละลิ่ว ทำให้คนคว้าไว้ไม่ได้ จิตใจจึงกระวนกระวาย
......
หนานซานอ๋องไม่คิดว่าการมีคนตายในจวนนั้นเป็นความอัปมงคล ทั้งยังเสนอจะหาสถานที่ฝังร่างให้กับต้วนไหวซวี่ด้วย
ต้วนเจิ้งปฏิเสธ
เขาไม่ต้องการให้ฝังร่างพี่ชายบนภูเขาอวี้หลิง
เนื่องจากหยางเหลียนซั่วก็ตายที่ภูเขาอวี้หลิง มิอาจปล่อยให้พี่ชายตายแล้วยังไม่ได้สงบ
เขาเสนอว่า ให้เผาร่างและนำเถ้ากระดูกไปไว้ที่ชายแดนเหนือ
ที่นั่นคือสถานที่ที่พี่ชายเขามีความสุขที่สุดในชีวิต และยังเป็นสถานที่ที่พี่ชายเขาจะได้อยู่กับคนที่เขารัก
“ตอนที่พี่ชายข้ายังมีชีวิตอยู่มิอาจสมหวัง อย่างน้อย ตายแล้วก็ยังได้กลับไป” ต้วนเจิ้งก้มหัวลง พูดกับเฟิ่งจิ่วเหยียนพร้อมร่ำไห้สะอึกสะอื้น
เฟิ่งจิ่วเหยียนพยักหน้ารับ
“ตกลง”
......
วันที่เผาร่างของต้วนไหวซวี่ เซียวอวี้ก็อยู่ที่นั่นด้วย
สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่เฟิ่งจิ่วเหยียนตลอดเวลา
นางไม่แสดงความรู้สึกทางสีหน้าตลอดงาน และดวงตาคู่นั้นก็สงบนิ่งอย่างน่าประหลาด
ราวกับว่า คนที่ตายคือคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับนาง
บางทีนี่ก็คือโศกเศร้าเสียใจจนจิตใจตายด้านไปแล้ว
หากเขาจะพูดว่าไม่สนใจเลย นั่นก็คงโกหก
ทว่า ถึงอย่างไรต้วนไหวซวี่ก็ตายแล้ว เขายังจะคิดมากเรื่องใดอีก?
“พี่ไหวซวี่!” หร่านชิวมิรู้พุ่งออกมาจากที่ใด และยังจะกระโจนเข้าไปในกองไฟอีก
โชคดีองครักษ์คนหนึ่งที่อยู่ด้านข้างตาไวมือไว จึงขวางคนไว้ได้ทัน
หร่านชิวตะโกนร่ำไห้ หายใจหอบอยู่ช่วงหนึ่ง และทุบอกของตนเองอย่างแรง
“ต้วนเจิ้ง! เพราะเหตุใด! เพราะเหตุใดพี่ไหวซวี่ถึงต้องตาย! เขามิใช่ถูกช่วยออกมาแล้วหรือ!
“หรือมีผู้ใดสังหารเขา!
“ข้าไม่คิดเลย...
“พี่ไหวซวี่ ยกโทษให้ข้าด้วย ข้ามิได้ตั้งใจจะทำร้ายท่านจริง ๆ
“ข้าแค่ต้องการให้ท่านหลงผิดแล้วกลับตัวกลับใจ”
เฟิ่งจิ่วเหยียนมองดูนางอย่างเฉยชา ไม่มีความเคียดแค้น และไม่มีความเห็นอกเห็นใจ
นางรู้ดีว่า คนร้ายที่ทำให้ต้วนไหวซวี่ต้องตาย ก็คือหยางเหลียนซั่ว
ต่อให้หร่านชิวจะไม่บอกความลับ ความแตกต่างก็อยู่แค่เร็วหรือช้าเท่านั้น
ทันใดนั้น หร่านชิวก็ลุกขึ้น และคว้าตัวเฟิ่งจิ่วเหยียนไว้
“เป็นเจ้า! ท้ายที่สุดแล้ว ก็เป็นเจ้าที่ทำร้ายเขาจนตาย!
“เป็นเจ้าที่ขโมยหัวใจของเขาไป
“เขาได้รับความสำคัญจากประมุขพรรค เขาเป็นถึงบุตรบุญธรรมของประมุขพรรค และเขาเกือบจะได้เป็นผู้พิทักษ์อย่างราบรื่น ทั้งหมดเป็นเพราะเจ้า!”
ตอนนี้นางถึงได้รู้ว่า เฟิ่งจิ่วเหยียนเป็นทั้งแม่ทัพน้อยเมิ่ง และเป็นซูฮ่วนด้วย
มิเช่นนั้นก็คงจะฆ่าสตรีผู้นี้ไปตั้งแต่แรกแล้ว ตั้งแต่แรก...
เซียวอวี้ดึงเฟิ่งจิ่วเหยียนมาหลบข้างหลังตนเพื่อปกป้อง พร้อมสั่งการด้วยน้ำเสียงดุดัน
“เฉินจี๋ ไล่นางไป!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
เฉินจี๋รู้สึกสงสัย หร่านชิวผู้นี้มิได้ถูกส่งกลับไปตั้งนานแล้วหรือ? เหตุใดถึงกลับมาอีก? นางกลับมาอีกเมื่อใด?
ทันใดนั้นหนานซานอ๋องก็มาถึง
“ฝ่าบาท! มีเรื่องร้ายเกิดขึ้น! หยางเหลียนซั่วหลบหนีออกมาแล้วจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ!!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
มีเหรียญใช้ไม่ มาหลายวันแล้ว แก้ไขให้ด้วย...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...