เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 632

ภูเขาอวี้หลิง

หยางเหลียนซั่วราวกับพญาวานร กระโดดออกมาท่ามกลางก้อนหินกระจัดกระจาย

เหล่าทหารเหมือนเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ

ตงฟางซื่อพุ่งมาด้านหน้าในทันที และขวางหยางเหลียนซั่วไว้ด้วยพละกำลังของตนเอง เพื่อไม่ให้คนวิ่งหนีไปได้

ทันใดนั้น สิบสองเทพชะตาที่คุ้มกันขุนเขาก็ลงมือ ตั้งค่ายกลปิดล้อมหยางเหลียนซั่ว และเปิดฉากโจมตีเขาอย่างต่อเนื่อง

เฟิ่งจิ่วเหยียนพร้อมคณะรีบตามไป และมองเห็นฉากการประมือของพวกเขา

การต่อสู้อันดุเดือดทำให้ก้อนหินภูเขาแตกกระจาย

เหล่าทหารใช้ลูกธนูยิงออกไป ทว่ายากจะเล็งไปยังหยางเหลียนซั่วได้อย่างแม่นยำ

เฟิ่งจิ่วเหยียนมิได้สวมหน้ากาก จึงเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง

ในเวลานี้ หยางเหลียนซั่วจดจำเซียวอวี้ได้ และยิ่งจดจำ “เมิ่งสิงโจว” ได้อย่างชัดเจน---คนร้ายที่ลอบสังหารเจาเอ๋อร์ของเขา!

หากมิใช่เมิ่งสิงโจว เจาเอ๋อร์ก็คงมิอยู่ในสภาพปางตาย!

ดวงตาของหยางเหลียนซั่วใต้หน้ากากพลันแดงก่ำ

เขารีบพุ่งออกมาจากวงล้อมของสิบสองเทพชะตา และมุ่งตรงมายังเซียวอวี้กับเฟิ่งจิ่วเหยียน

เฟิ่งจิ่วเหยียนชักกระบี่ยาวออกจากฝัก และเดินตรงไปด้านหน้า

เซียวอวี้กับตงฟางซื่อสองคนก็โจมตีจากด้านข้าง

ทั้งสามคนต่อสู้โดยการชักกระบี่ออกมา!

เฉินจี๋กับกลุ่มองครักษ์ก็ตั้งท่าคุ้มกัน คอยปกป้องฮ่องเต้อยู่ทุกเมื่อ เพื่อมิให้หยางเหลียนซั่วทำร้ายฮ่องเต้

หยางเหลียนซั่วมีเป้าหมายที่ชัดเจน สังหารเซียวอวี้ก่อน แล้วค่อยสังหารเมิ่งสิงโจว

เนื่องจากถูกก้อนหินที่ระเบิด ทำให้หยางเหลียนซั่วได้รับบาดเจ็บหนัก

ทว่าเคล็ดวิชาดาราโรยหมื่นวิถีของเขา ในที่นี้ไม่มีผู้ใดเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้

ไม่นานนัก เขาก็จับตัวเทพชะตาผู้หนึ่งที่ขวางทางอยู่เอาไว้ และดูดพลังภายในของนางก่อนในทันที

สิบเอ็ดเทพชะตาที่เหลือจึงเกิดความโมโห “เจ้าปีศาจ! จงตายเสียเถอะ!”

ตงฟางซื่อเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นว่าเฟิ่งจิ่วเหยียนผิดไปจากปกติ

กระบวนท่าของนางดูหุนหันเกินไป ไม่เหมือนกับที่ผ่านมา

เมื่อเห็นนางรับมือกับกระบวนท่าของหยางเหลียนซั่ว และตกหลุมพรางของคู่ต่อสู้ ตงฟางซื่อจึงตะโกนด้วยความร้อนใจ

“หลบไป! ซูฮ่วน!”

หยางเหลียนซั่วได้ยินคำพูดนี้ ถึงกับชะงัก

ซูฮ่วน?

ตงฟางซื่อตะโกนเรียกเมิ่งสิงโจวว่าซูฮ่วน?

หรือว่า...เมิ่งสิงโจวกับซูฮ่วนเป็นคนคนเดียวกัน!?

หยางเหลียนซั่วถูกความโมโหเดือดดาลเข้าครอบงำในทันที

ความแค้นครั้งเก่าครั้งใหม่โจมตีเขาอย่างต่อเนื่อง

ซูฮ่วน! เมิ่งสิงโจว! ซูฮ่วน...

ขณะที่หยางเหลียนซั่วหันเหความสนใจกับเรื่องอื่น เซียวอวี้จึงรีบหาโอกาส

เซียวอวี้ซัดฝ่ามือไป ตรงตำแหน่งกลางแผ่นหลังของหยางเหลียนซั่ว

ฝ่ามือนั้นทรงพลังมาก แม้แต่หยางเหลียนซั่วที่มีพลังปีศาจไร้เทียมทานก็มิอาจต้านทาน

เขาแฉลบตัวหลบหลีกอย่างรวดเร็ว และเหยียบลงมาบนกิ่งไม้สูง เขาก้มมองดูทุกคน โดยเฉพาะเฟิ่งจิ่วเหยียน

“ซูฮ่วน! ความแค้นที่สังหารบุตรชาย มิอาจจะอยู่ร่วมโลกกันได้!! วันนี้ข้าต้องเอาชีวิตเจ้าให้ได้---”

สถานะถูกเปิดเผย เฟิ่งจิ่วเหยียนมิเพียงไม่หวาดกลัว ทว่ากลับยิ้มร่า

นางเดินก้าวมาข้างหน้า

“บุตรชายเจ้าข้าเป็นคนทำร้าย!”

ทว่าดูเหมือนเขาจะไม่รู้สึกเจ็บปวด มุ่งโจมตีมาที่เฟิ่งจิ่วเหยียนโดยตรง และเพิกเฉยการตั้งรับอย่างสิ้นเชิง

ตอนนี้เขาต้องการให้นางตายอย่างเดียว!

ใบหน้าของเฟิ่งจิ่วเหยียนเรียบเฉยราวกับน้ำนิ่ง ทุกสิ่งที่พูด แต่ละคำล้วนแทงทะลุหัวใจของเขา

นางใช้กระบี่สกัดกั้นพลัง หลบหลีกกระบวนท่าของคู่ต่อสู้ และพลางเอ่ยอย่างรวดเร็วฉับไว

“บุตรชายไร้ค่าของเจ้าทั้งเตี้ยทั้งอัปลักษณ์ จิตใจบิดเบือน เจ้ายังเปลืองสมองช่วยเหลือเขา ก็เป็นเพราะเจ้ามีบุตรชายผู้นี้เพียงคนเดียว เขาจึงเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขหนึ่งเดียวของเจ้า

“หยางเหลียนซั่ว เจ้าเป็นถึงประมุขพรรคผู้ยิ่งใหญ่ ช่างน่าสมเพชเสียจริง!

“ภรรยาของเจ้าเล่า? ภรรยาเจ้าคงหนีไปกับผู้อื่นเป็นแน่ มิเช่นนั้นเหตุใดพวกเจ้าจึงมีบุตรแค่เพียงคนเดียว? หากตอนนั้นนางให้กำเนิดบุตรกับเจ้ามากกว่านี้สักหน่อย เจ้าก็คงไม่ต้องปกป้องบุตรอัปลักษณ์เพียงคนเดียวถึงเพียงนี้

“หากตอนนั้นเจ้ารับหญิงสาวเพิ่มอีกสักสองสามคน ก็คงไม่ถึงกับต้องมีบุตรชายไร้ค่าเช่นนี้เพียงคนเดียว

“เพราะเหตุใด การที่เจ้าไม่ต้องการหญิงสาวคนอื่น เป็นเพราะเจ้าไม่ต้องการหรือ? หรือว่าเดิมทีแล้วเจ้าไม่เอาไหน?”

ในเสี้ยววินาทีที่เฟิ่งจิ่วเหยียนหลบหลีก ก็ยังแบ่งเวลามาพิจารณาตำแหน่งช่วงล่างลำตัวของเขา

ตงฟางซื่อก็กำลังจะเข้าโจมตี เมื่อได้ยินนางพูดสิ่งเหล่านี้ เขาถึงกับอ้าปากค้าง

เหตุใดก่อนหน้านี้เขาถึงมิรู้ว่า ปากของซูฮ่วนร้ายกาจเช่นนี้

หยางเหลียนซั่วรู้สึกอับยศอดสูยิ่งนัก ทว่า เขาก็ไม่ถึงกับควบคุมอารมณ์ไม่อยู่โดยสิ้นเชิง

จนกระทั่งเฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยอีกครั้ง

“บุตรชายไร้ค่าของเจ้าผู้นั้น เป็นทายาทของเจ้าจริงหรือ...”

“หุบปาก---” พลังเจินชี่ของหยางเหลียนซั่วเริ่มแปรปรวน

แววตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนดูเย็นชา

ถึงเวลาแล้ว!

“ท่าทะลวงพิฆาต!”

ตงฟางซื่อรับคำอย่างรวดเร็ว ดวงตายิ้มตาหยีทั้งคู่เผยให้เห็นความดุดันในทันที

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย