เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 636

“เจ้าต้องการจะกลับไปชายแดนเหนือ?” เซียวอวี้มองไปยังคนตรงหน้าที่มาอำลาตน เขารู้สึกแน่นในทรวงอก

เดิมเขาคิดว่า เมื่อเรื่องเจดีย์เก้าชั้นจบลงแล้ว เฟิ่งจิ่วเหยียนก็สามารถกลับเมืองหลวงไปกับเขา

ดังนั้น เขาจึงเฝ้ารอนางมาตลอด และรีรอไม่ออกเดินทาง

มิง่ายเลยกว่าจะรอให้ต้วนไหวซวี่หมดลมหายใจ แต่เพื่อเถ้ากระดูกของต้วนไหวซวี่แล้วนางยังต้องการจะไปชายแดนเหนือ

อันที่จริง นางเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับความรักและมิตรภาพ เรื่องทำนองนี้ก็มิใช่เรื่องใหญ่

ทว่าแล้วเขาเล่า?

นางเคยนึกถึงเขาบ้างหรือไม่?

เซียวอวี้ยืนอยู่ที่เดิม หมัดเริ่มกำแน่น

เขาควบคุมอารมณ์พร้อมถามว่า “เจ้า...จะกลับมาอีกหรือไม่”

เฟิ่งจิ่วเหยียนมองเข้าไปในดวงตาของเขา และมิได้ตอบเขาในวินาทีแรก

ในช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่กี่อึดใจขณะที่นางกำลังลังเล เซียวอวี้ก็หมดความอดทน ดวงตาดำมืดของเขาคู่นั้น พลันปกคลุมไปด้วยความหม่นหมองในทันที

ทันใดนั้นเขาจับไหล่ของเฟิ่งจิ่วเหยียนไว้ และดันนางไปที่หลังประตู น้ำเสียงของเขาแหบพร่า

“เจ้าจะไม่กลับมาแล้วใช่หรือไม่!

“เฟิ่งจิ่วเหยียน เจ้าทำเช่นนี้กับเราได้อย่างไร!

“เป็นเพราะคำพูดสุดท้ายก่อนตายของต้วนไหวซวี่ใช่หรือไม่? เจ้าคิดว่าเราเทียบกับเขามิได้หรือ? เมื่อเขาตาย ใจของเจ้าก็เอนไปทางเขาแล้ว!”

คิ้วของเฟิ่งจิ่วเหยียนขมวดปม

“หม่อมฉันไปชายแดนเหนือ มิใช่แค่เพื่อต้วนไหวซวี่เท่านั้น...”

เซียวอวี้คิดเพียงว่า สิ่งที่นางพูดตอนนี้ล้วนเป็นข้อแก้ตัว

เขาทำเหมือนไม่ได้ยิน และเอ่ยถามอย่างดุดัน

“จักต้องให้เราสละตำแหน่งฮ่องเต้ถึงจะยอมใช่หรือไม่!

“ได้ เราไม่กลัวที่จะพูดความจริงกับเจ้า

“หากตายเพื่อเรื่องที่ชอบธรรม เราสามารถทำพระราชโองการพินัยกรรม และสละราชบัลลังก์ได้ ทว่า หากละทิ้งบ้านเมืองเพื่อสตรี นั่นเป็นไปไม่ได้!

“เรามิอาจเอาแต่ยอมอ่อนข้อให้เจ้า จนต่ำต้อยเหมือนฝุ่นผง!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนผลักเขาออกไป และเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“หม่อมฉันไปชายแดนเหนือ นั่นเพื่อเวยเฉียงมากกว่า”

เซียวอวี้ชะงักงัน

เวยเฉียง? เฟิ่งเวยเฉียง?

นางตายแล้วมิใช่หรือ?

หรือว่าร่างของนางก็ถูกฝังอยู่ที่ชายแดนเหนือเช่นกัน?

ก่อนหน้านี้เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่เคยบอกความจริงกับเขามาก่อน ตอนนี้ถึงอธิบายให้กระจ่าง

“เวยเฉียงยังมีชีวิตอยู่

“หม่อมฉันแอบส่งนางไปที่ชายแดนเหนือ

“ตั้งแต่นางผ่านเรื่องเหล่านั้นมา สติยังคงเลอะเลือนมาจนถึงตอนนี้

“เดิมที หม่อมฉันควรจะกลับไปชายแดนเหนือเพื่ออยู่เป็นเพื่อนนางแล้ว...”

ณ ตอนนี้ในใจของนางกับเซียวอวี้ต่างมีกันและกัน สามารถประคองความรักและความสงบสุขนี้ให้อยู่ได้ ทว่าหลังจากความรักผ่านไป จะหลงเหลือสิ่งใดได้เล่า?

วังหลวงแห่งนั้น จะทำให้ความฮึกเหิมทั้งหมดของนางสงบลงเท่านั้นเอง

บางทีอาจจะมีวิธีแก้ปัญหา

ทว่าก่อนที่นางจะพบวิธีนั้น นางมิอาจอาศัยอารมณ์เพียงชั่ววูบ แล้วก็ข้ามผ่านก้าวย่างที่จะกำหนดชีวิตครึ่งหลังของนางได้

เซียวอวี้ก็รู้เช่นกันว่า นางไม่ชอบวังหลวง

ทว่า เขาก็มิอาจสละบัลลังก์เพราะนางได้

เขาจึงเอ่ยความในใจออกมาตามตรง

“เราสามารถสละชีวิตได้เพื่อเจ้า เพื่อเราเจ้าก็ไม่...ไม่ลองทำเพื่อเราบ้างหรือ?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนมองตรงไปยังเซียวอวี้ นึกถึงเขาที่ปกป้องนางในเจดีย์เก้าชั้น และนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านความเป็นความตายของพวกเขา นางก็ถอนหายใจ

“ในระยะเวลากำหนดสามเดือน เมื่อถึงตอนนั้น ไม่ว่าหม่อมฉันจะตัดสินใจอย่างไร หม่อมฉันก็จะบอกท่าน”

แววตาของเซียวอวี้เย็นชา

แม้จะไม่เต็มใจ แต่ตอนนี้ทำได้เพียงแค่ตกลงไปก่อน

ทว่า สามเดือนนั้น ก็คือกำหนดเวลาที่เขาให้นาง

เฟิ่งจิ่วเหยียนทำสิ่งต่าง ๆ อย่างตรงไปตรงมา และไม่รีรอ

หลังจากที่นางเอ่ยลาเซียวอวี้ และอำลาหนานซานอ๋อง นางก็ออกจากจวนของหนานซานอ๋องไปพร้อมกับต้วนเจิ้ง และเดินทางไปยังชายแดนเหนือ

ตงฟางซื่อเพียงแค่งีบหลับ เมื่อตื่นขึ้นมาถึงรู้ว่าซูฮ่วนได้ออกไปแล้ว

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย