เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 637

วันที่สองหลังจากเฟิ่งจิ่วเหยียนจากไป เซียวอวี้ก็เดินทางกลับเมืองหลวงเช่นกัน

เพื่อป้องกันมิให้ราษฎรตื่นตระหนก เขาจึงตั้งใจสั่งให้หนานซานอ๋องกับเหล่าทหาร ปิดปากเงียบเรื่องของเจดีย์เก้าชั้นกับหยางเหลียนซั่ว

ตงฟางซื่อก็ตัดสินใจไปท่องยุทธภพต่อ ทำตัวเป็นคนพเนจร

พรรคเทียนหลงใช้แผนการชั่วร้าย ทำให้ชาวยุทธภพตายไปไม่น้อย

ยุทธภพในตอนนี้ จึงต้องการคนอีกมากลุกขึ้นยืนหยัด

บางคนเสนอให้จัดตั้งกลุ่มพันธมิตรอู่หลินขึ้นมาใหม่ ทั้งเสนอแนะให้ตงฟางซื่อเป็นผู้นำ

ทว่า หลังจากที่ตงฟางซื่อผ่านเรื่องราวเหล่านั้น ก็รู้สึกอยู่ลึก ๆ ว่าตนไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้นำ อีกทั้งเขาก็หาใช่คนที่ตอบแทนความแค้นด้วยการทำดีตอบ จึงปฏิเสธไปตามตรง

เขาเข้าใจแจ่มแจ้ง พันธมิตรอู่หลินคืออะไร ในยามต้องการก็เป็นสมบัติ ส่วนในยามที่ไม่ต้องการก็เป็นฟางเน่า

มิน่าเล่าในตอนแรกไม่ว่าจะพูดอย่างไรซูฮ่วนก็ไม่ยอมเป็นรองผู้นำกลุ่มพันธมิตร

ที่ใดมีผู้คน ที่นั่นย่อมมีการหลอกลวงและการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น แม้ยุทธภพมิใช่ราชสำนัก ก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงการปฏิบัติเช่นกัน

เขายอมเป็นจอมยุทธ์ที่มีอิสระดีกว่า

ตงฟางซื่อปฏิเสธที่จะเป็นผู้นำกลุ่มพันธมิตร ดังนั้นจึงมีคนเสนอว่า---ให้ประลองฝีมือเพื่อหาผู้นำ

ครึ่งเดือนต่อมา ในที่ประชุมยุทธภพ

ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าม้ามืดจะปรากฏตัวขึ้นกลางคัน

หร่านชิวคนที่แทงสังหารประมุขพรรคเทียนหลงเพียงครั้งเดียวผู้นั้น กลับเอาชนะยอดฝีมือหลายคนติดต่อกัน จนคว้าตำแหน่งที่หนึ่งมาได้

ชาวยุทธภพเต็มใจยอมรับความพ่ายแพ้ และไม่คิดเล็กคิดน้อย ถึงแม้ผู้นำพันธมิตรจะเป็นสตรี พวกเขาก็ยอมรับ

ก็ใครให้พวกเขาไม่สามารถเอาชนะนางได้เล่า

เมื่อเป็นเช่นนี้ หร่านชิวจึงกลายเป็นผู้นำคนใหม่ของกลุ่มพันธมิตรอู่หลิน

ซึ่งแตกต่างจากตงฟางซื่อที่เก็บตัวรักสงบ ทันทีที่หร่านชิวได้รับตำแหน่ง กลับเผยให้เห็นความทะเยอทะยานของนาง

สำหรับที่ตั้งของกลุ่มพันธมิตรอู่หลิน นางละทิ้งที่หมู่บ้านเสิ่นเจียอู่ และเลือกสร้างสำนักงานใหญ่ที่ภูเขาหวู่หยาง รวมถึงยังต้องการสร้างให้ใหญ่โต และตกแต่งอย่างหรูหรา

ภูเขาหวู่หยาง

หร่านชิวมองดูสถานที่ที่คุ้นเคยแห่งนี้ พร้อมกับนั่งลงบนบัลลังก์ที่เคยเป็นของประมุขพรรค

ยามดึกเงียบสงัด ในห้องโถงหลักมีนางเพียงคนเดียว

นางราวกับจักรพรรดินีที่ขึ้นครองบัลลังก์ แววตาเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจ

ในที่สุดนางก็มิต้องอยู่ใต้ผู้อื่นอีกแล้ว

ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ติดตามนางมาตลอดผู้นั้นก็เดินออกมาจากที่ลับ พร้อมคุกเข่าข้างหนึ่งต่อหน้านาง และแสดงความเคารพต่อนาง

“ยินดีกับแม่นางด้วย ได้สมปรารถนาแล้ว”

หร่านชิวหัวเราะเบาะ ๆ

ทว่า ขณะที่หัวเราะอยู่นั้น ในดวงตาของนางก็มีประกายหยดน้ำตา

นางได้เป็นผู้นำของพรรคเทียนหลง และได้เป็นผู้นำของกลุ่มพันธมิตรอู่หลิน ทว่าก็สูญเสียมากมายเช่นกัน

เช่น พี่ไหวซวี่ของนาง และยังมีบิดาของนาง...

พวกเขาไม่อยู่แล้ว

บิดาของนางเคยเป็นหนึ่งในเก้าราชาของพรรคเทียนหลง ดังนั้นนางกำเนิดมาก็อยู่ในพรรคเทียนหลงแล้ว

นางก็รู้ดีว่าประมุขพรรคต้องการกอบกู้แว่นแคว้น

ทว่านางรู้สึกว่าความคิดนี้ช่างโง่เขลา

ถึงแม้ว่านางจะใช้เวลารวดเร็วในการได้นั่งตำแหน่งผู้นำกลุ่มพันธมิตร และคนที่เหลือของพรรคเทียนหลงต่างก็ยอมสวามิภักดิ์ต่อนางเช่นกัน หรืออาจกล่าวได้ว่า ตอนนี้ทั้งยุทธภพต้องเชื่อฟังคำสั่งนาง จะตามล่าหยางเหลียนซั่วให้กับนาง

ทว่า วิทยายุทธ์ของหยางเหลียนซั่วยากจะคาดเดาได้ กลัวแต่ว่าเขาจะตามาหาที่ภูเขาหวู่หยาง ซึ่งนั่นจะไม่เป็นผลดีต่อนาง

ดังนั้นนางจึงไม่สามารถให้ตนเองอยู่ในที่ที่เสี่ยงอันตรายได้

......

ณ ชายแดนเหนือ

หลังจากที่เฟิ่งจิ่วเหยียนกลับมา นางไปเยี่ยมเยือนอาจารย์และอาจารย์หญิงก่อน

ทว่าภายในจวนแม่ทัพมีเพียงฮูหยินเมิ่งเท่านั้น นางอธิบายว่า

“ตอนนี้ใกล้จะถึงเดือนหกแล้ว จะมีทหารใหม่กลุ่มหนึ่งเข้ามาในค่าย กิจธุระของค่ายทหารจึงเยอะแยะวุ่นวาย หลายวันมานี้อาจารย์เจ้าก็ต้องพักอยู่ที่ค่ายทหาร”

เฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ย

“กิจธุระเป็นเรื่องสำคัญ ข้าค่อยมาเยี่ยมวันหลังก็ไม่ต่างกัน”

ฮูหยินเมิ่งรู้ความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดของนาง จึงรีบถาม

“จะอยู่ชายแดนเหนือสักระยะ ยังไม่ไปใช่หรือไม่?”

“เจ้าค่ะ”

ฮูหยินเมิ่งดูมีความสุขอย่างเห็นได้ชัด

“ก็ดี ใช่แล้ว เจ้ายังไม่ได้ไปพบเวยเฉียงกระมัง? เด็กคนนั้น...ข้าไม่พูดมากจะดีกว่า เจ้าไปดูเองก็จะรู้แล้ว”

นางพูดได้ครึ่งหนึ่ง เฟิ่งจิ่วเหยียนก็อดรู้สึกสงสัยมิได้

เวยเฉียงเกิดสิ่งใดขึ้น?

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย