“จิ่วเหยียน?” ฮูหยินเมิ่งลองเอ่ยถาม
“เจ้าค่ะ”
เฟิ่งจิ่วเหยียนกระสับกระส่ายนอนไม่หลับ เดิมคิดว่าจะได้คลายความกลัดกลุ้ม จึงออกจากเซียวเหยาจวีมาที่จวนแม่ทัพโดยมิรู้ตัว
ฮูหยินเมิ่งจุดตะเกียง เมื่อมองเห็นรอยคล้ำใต้ดวงตาของเฟิ่งจิ่วเหยียน ก็รู้ว่านางต้องพบเจอปัญหาอะไรบางอย่าง
เฟิ่งจิ่วเหยียนบอกเรื่องของเวยเฉียงกับซ่งหลี พร้อมกับถามว่า: “ข้ายื่นมือเข้าไปยุ่งมากเกินไปหรือไม่?”
ฮูหยินเมิ่งกุมมือของนาง และเอ่ยโน้มน้าว
“หากพวกเขารักกัน ต่อให้เจ้าใช้ทุกวิถีทาง ก็แยกพวกเขาออกจากกันไม่ได้ ซ่งหลีข้าเคยพบแล้ว นับว่าเป็นคนที่มีความรับผิดชอบคนหนึ่ง
“เวยเฉียงอยู่กับเขา จะไม่มีทางลำบาก
“ข้ากลับเป็นห่วงเจ้ามากกว่า”
เฟิ่งจิ่วเหยียนขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจว่าเหตุใดอาจารย์หญิงถึงเป็นห่วงตน
ฮูหยินเมิ่งตบหลังมือของนางเบา ๆ
“เจ้ามักจะคำนึงถึงเรื่องต่าง ๆ มากมาย การทำศึกสำหรับเจ้ามิใช่เรื่องยาก สิ่งที่เจ้าผ่านได้ยากที่สุด คือด่านความรัก”
เฟิ่งจิ่วเหยียนเม้มริมฝีปาก
“อาจารย์หญิง บอกท่านตามตรง ตอนนี้ข้ากำลังเผชิญกับปัญหานี้อยู่จริง ๆ”
แววตาของฮูหยินเมิ่งเผยให้เห็นความสงสัยในทันที
หลังจากต้วนไหวซวี่ตายแล้ว จิ่วเหยียนดูเหมือนจะปิดผนึกหัวใจของนาง ตอนนี้เป็นบุรุษผู้ใดอีกที่ทำให้จิตใจของนางหวั่นไหวได้?
เฟิ่งจิ่วเหยียนไว้วางใจอาจารย์หญิงอย่างมาก ทั้งรู้สึกเคารพยกย่อง
มีบางสิ่ง นางมิอาจบอกคนอื่นได้ ทว่ากลับบอกอาจารย์หญิงได้
อย่างไรตอนนี้ก็รู้สึกว้าวุ่นใจจนนอนไม่หลับ นางจึงเล่าเรื่องราวระหว่างตนกับเซียวอวี้ออกมาทั้งหมด
ฮูหยินเมิ่งฟังจบก็อดที่จะตกใจมิได้
“เจ้ากับเขาเป็นสามีภรรยากันในทางปฏิบัติแล้ว?”
ฮูหยินเมิ่งไม่เห็นด้วยกับการมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งก่อนการแต่งงาน สิ่งนี้จะทำให้สตรีถูกจับตามอง ซึ่งส่งผลเสียต่อสถานภาพของนางหลังแต่งงาน
ทว่า เรื่องราวได้เกิดขึ้นแล้ว ฮูหยินเมิ่งก็ไม่อยากตำหนิสิ่งใดอีก
ยิ่งไปกว่านั้น ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าวในขณะนั้น อารมณ์ที่ควบคุมไม่ได้ของการไม่รู้ว่าอนาคตจะอยู่หรือตาย ก็เป็นสิ่งที่ควบคุมยากที่สุด
ฮูหยินเมิ่งถอนหายใจ
“ตามนิสัยของเจ้า ก็ไม่เหมาะสมที่จะอยู่ในวังหลวง
“อีกอย่างนางสนมในวังก็มีจำนวนมาก...ก่อนหน้านี้ฮ่องเต้ทรงมิเคยแตะต้องสตรีมาก่อน มิรู้รสชาติของความรู้สึกนั้น จึงสามารถข่มไว้ได้ ทว่าหลังจากนั้นเล่า?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนค่อย ๆ ก้มหน้าลง การได้ลิ้มลองรสชาติแล้วก็อยากลิ้มลองอีก นางเข้าใจอยู่
ฮูหยินเมิ่งเอ่ยอีกครั้ง
“ข้ากลับคิดว่า ไม่ลองดูว่าฝ่าบาทจะทรงทำเช่นไรต่อ
“เจ้าส่งต่อปัญหาให้เขา หากเขาต้องการเจ้า คงไม่มีทางอยู่เฉย และปล่อยให้เจ้าเผชิญภาวะลำบากนี้เพียงลำพัง โดยที่เขากลับได้ประโยชน์
“ข้ากับอาจารย์เจ้าเลี้ยงดูเจ้าเป็นอย่างดี เพื่อให้เจ้ากลายเป็นนกอินทรีเหินเวหา คนที่เจ้าต้องการ แม้จะมิใช่คนที่สามารถโบยบินไปพร้อมกับเจ้า อย่างน้อยก็ไม่ควรดึงเจ้าลงมา หรือถึงขั้นตัดปีกของเจ้า และขังเจ้าไว้ในกรง
“หากเขารักเจ้าด้วยใจจริง และห่วงใยเจ้า แน่นอนว่าคงตัดใจไม่ลงที่จะทำกับเจ้าเช่นนั้น”
หลังจากพูดจบ ฮูหยินเมิ่งก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนาอีกครั้ง
“ส่วนเจ้า ลูกของข้า เจ้าก็ไม่ควรอยู่ที่เดิม สิ่งที่เจ้าควรคิดตอนนี้ มิใช่ว่าเขาทำอะไรเพื่อเจ้า ไม่ควรตัดสินใจด้วยความรู้สึกสำนึกบุญคุณหรือรู้สึกผิด เจ้าลองคิดทบทวนดู เจ้าชอบเขาหรือไม่ และเต็มใจจะอยู่กับเขาหรือไม่
“เจ้าอย่ามองว่าเขาเป็นจักรพรรดิ ให้มองว่าเขาเป็นบุรุษธรรมดาคนหนึ่ง ถามตัวเจ้าเองว่า ความชอบที่มีต่อเขาลึกซึ้งเพียงใด ส่วนปัญหาที่เหลือ ขอเพียงพวกเจ้าทั้งสองคนมีใจเดียวกัน ก็ไม่มีสิ่งใดที่จะพิชิตไม่ได้
“เหมือนกับเจ้ากำลังเคลื่อนทัพไปทำสงคราม กองทัพศัตรูก็อยู่ที่นั่น สิ่งแรกที่เจ้าควรพิจารณา มิใช่ว่ากองทัพศัตรูแข็งแกร่งเพียงใด เอาชนะได้ยากเพียงใด เจ้าจะต้องเริ่มจากรวบรวมกองกำลังของเจ้า กำหนดรองแม่ทัพ จากนั้นจึงค่อยโจมตี ใช่หรือไม่? สิ่งสำคัญมิใช่กองทัพศัตรู ทว่าเป็นรองแม่ทัพผู้นั้นถูกใจเจ้าหรือไม่ มีพละกำลังที่จะต่อสู้ร่วมกับเจ้าหรือไม่ น่าเชื่อถือและไว้ใจได้หรือไม่”
คำพูดของอาจารย์หญิง ทำให้เฟิ่งจิ่วเหยียนรู้สึกกระจ่าง และได้ตระหนัก
นางลุกขึ้นยืนทันที และประสานมือคำนับอาจารย์หญิง
“ความหมายของท่าน ข้าเข้าใจแล้ว”
แย่จริง
นางลืมอู๋ไป๋ไว้ที่เมือผางได้อย่างไร
ใบหน้าของอู๋ไป๋เต็มไปด้วยฝุ่น สภาพย่ำแย่มาก
ก่อนหน้านี้แม่ทัพน้อยส่งเขาไปที่เมืองผางเพื่อสืบหากากเดนของพรรคเทียนหลง ผลสุดท้ายประมุขพรรคเทียนหลงก็ถูกสังหาร แม่ทัพน้อยก็ไม่ได้เรียกเขากลับมา
เขารอแล้วรอเล่า ในที่สุดก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ปกติแล้ว
เมื่อสืบดูถึงได้รู้ว่า ช่วงเวลาที่เขาอยู่ที่เมืองผาง แม่ทัพน้อยจัดการเรื่องราวหลายอย่าง ทั้งยังไม่ได้พาเขาไปด้วย!
อู๋ไป๋ไม่รู้จักต้วนเจิ้ง จึงค่อนข้างระวังตัว
“นายท่าน เขาเป็นผู้ใด?”
คงมิใช่ลูกน้องที่แม่ทัพน้อยรับเข้ามาใหม่กระมัง?
มิน่าเล่าแม่ทัพน้อยจึงลืมเขาไปแล้ว! ที่แท้ก็มีคนใหม่แล้ว!!
เฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยทันที “ต้วนเจิ้ง น้องชายบุญธรรมของข้า”
ตอนนี้ต้วนเจิ้งเห็นผู้ใดก็ขัดตา จึงเข้าไปในเซียวเหยาจวีด้วยสีหน้าเย็นชา
อู๋ไป๋ถอนหายใจ แล้วรีบรายงานให้เฟิ่งจิ่วเหยียนทราบทันที
“นายท่าน ท่านให้ข้าสืบเรื่องอยู่ที่เมืองผาง ข้าสืบพบว่า ที่เมืองผางมีกากเดนของพรรคเทียนหลงอยู่จำนวนมาก สิ่งที่น่าแปลกก็คือ เมื่อผู้นำคนใหม่ของกลุ่มพันธมิตรเข้ารับตำแหน่ง คนเหล่านี้กลับเปลี่ยนเป็น “สำนักจินเหลียน” ก็แค่เปลี่ยนแปลงเฉพาะภายนอก ภายในยังเหมือนเดิม
“อีกอย่าง ท่านรู้หรือไม่ว่า ผู้นำคนใหม่ของกลุ่มพันธมิตรก็คือหร่านชิว คนที่เคยเป็นศิษย์ของพรรคเทียนหลง...”
ขณะที่เขากำลังพูดอยู่นั้น รถม้าคันหนึ่งก็วิ่งเข้ามาอย่างช้า ๆ
รถม้าคันนั้นดูเรียบง่าย ทว่าจากอาภรณ์ของคนขับก็ดูออกว่า สถานะของเจ้านายคงไม่ธรรมดา
จากนั้น รถม้าก็หยุดลงตรงหน้าเซียวเหยาจวี
คนขับรถนำบันไดออกมา พลางมองเห็นผ้าม่านถูกเปิดออก และเผยให้เห็นเนื้อผ้าอาภรณ์ที่ดูมีราคา...

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
มีเหรียญใช้ไม่ มาหลายวันแล้ว แก้ไขให้ด้วย...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...