เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 645

วันรุ่งขึ้น เมื่อเฟิ่งจิ่วเหยียนไปจวนท่านแม่ทัพเพื่อเยี่ยมเยียนอาจารย์หญิงนั้น

ยามที่กำลังพูดคุยกันอยู่ จางฉี่หยางพลันเดินเข้ามา

“ฮูหยินขอรับ ท่านแม่ทัพสั่งให้มาเอาของบางอย่าง...”

ยังมิทันพูดจบ เขาพลันเห็นซูฮ่วนนั่งอยู่ข้าง ๆ ฮูหยินเมิ่งในทันที

เขารู้สึกดีใจยิ่งนัก

“อาจารย์! ท่านมาหาข้างั้นหรือ!”

จางฉี่หยางสูงกว่าในความทรงจำของนาง ทั้งยังกำยำ ผิวคล้ำขึ้นอีก

คล้ำยิ่งกว่าตงฟางซื่อเสียด้วย

เมื่อศิษย์อาจารย์ได้พบหน้ากันนั้น เดิมทีจักต้องได้พบหน้ากินข้าวด้วยกันเสียหน่อย ทว่า จางฉี่หยางมาตามคำสั่งของท่านแม่ทัพ เขาจึงมิอาจรั้งอยู่นานได้

“อาจารย์ รอข้าก่อน! ข้าหมักสุราดีเอาไว้ให้ท่านแล้ว! วันพรุ่งนี้ข้าจักมาหาท่าน! อาจารย์ ท่านต้องรอข้านะ!”

เมื่อจางฉี่หยางจากไปนั้น เขาก้าวไปข้างหน้าแต่ยังมิวายหันหลังกลับมามองถึงสามหน เกรงว่าอาจารย์ของตนจะหนีหายไป

ฮูหยินเมิ่งได้แต่แย้มยิ้มกล่าวออกมาว่า

“เจ้าเด็กนี่เหมือนกับเจ้ามาก ล้วนแต่บ้าการออกรบจนไม่คิดถึงชีวิตของตนเองเช่นเจ้า”

ทันใดนั้น นางจึงเอ่ยต่อจากคำพูดก่อนหน้านี้ เพื่อกล่าวเตือนเฟิ่งจิ่วเหยียนขึ้นมาว่า

“เวลาเพียงแค่สามเดือนนั้น ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เจ้าอย่ามัวแต่ยุ่งเรื่องงานแต่งของเวยเฉียง จนลืมเรื่องของฝ่าบาทไปเล่า”

เฟิ่งจิ่วเหยียนพยักหน้าเบา ๆ “อื้ม”

วันรุ่งขึ้น

เป็นไปอย่างที่คาดเอาไว้ จางฉี่หยางมาพร้อมกับไหสุราในมือ

“ท่านแม่ทัพอนุญาตให้ข้าพักผ่อนหนึ่งวัน ท่านอาจารย์ นี่เป็นความกตัญญูของลูกศิษย์ที่มีต่อท่าน!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนที่มิได้ร่ำสุรามานานแล้วนั้น

หลังจากลองจิบไปคำเดียวก็รู้เลยว่านี่คือสุราดี เมื่อจิบเข้าไปความหอมของสุราพลันแตกซ่านในปาก ทั้งยังเต็มไปด้วยความหอมหวานที่ยากจะลืมเลือน

จางฉี่หยางหาใช่เด็กหนุ่มวันวานอีกไม่ รอยยิ้มของเขานั้นสดใสและเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ

“ท่านอาจารย์ สุรานี้เป็นสุราที่ข้าได้ขโมยมาจากกระโจมยามที่ตีกับเผ่าหูหลง เผ่าหูหลงนั้นถนัดการหมักดองสุราเป็นที่สุด ทว่า น่าเสียดายมีเพียงแค่ไหเดียวเท่านั้น ท่านแม่ทัพที่อยากได้ข้ายังมิให้! ข้าเก็บเอาไว้ให้ท่านอาจารย์เท่านั้น!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนมองดูเขา พลันอดคิดถึงบิดามารดาที่สิ้นใจไปตั้งแต่เล็ก ๆ ของเขาไม่ได้

พวกเขาคงจะมีความสุขที่ได้มองเห็นจางฉี่หยางประสบความสำเร็จอยู่บนสวรรค์

“ท่านอาจารย์ เหล่าทหารที่เข้ามาใหม่นั้น มีบางคนที่อายุแก่กว่าข้า ยังคิดกล้ามาดูถูกดูแคลนข้าอีก สุดท้ายทุกคนต่างก็ถูกข้ากำราบหมด!”

“ในเมื่อลูกศิษย์เติบโตขึ้นเช่นนี้ ก็คงต้องพูดถึงสะใภ้ได้แล้วกระมัง หากเจ้ามีแม่นางคนใดอยู่ในใจแล้วละก็ เจ้าต้องรีบบอกอาจารย์เชียว อาจารย์จักไปสู่ขอนางมาให้เจ้า”

ใบหน้าของจางฉี่หยางพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงไปในทันทีเมื่อได้ยินเช่นนี้ “อา อาจารย์ ท่านพูดเรื่องอันใดกัน!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนเงยหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้าสีคราม พลางถอนหายใจ

“ชีวิตคนเรานั้นแสนสั้น เวลาหาได้รั้งรอไม่ อย่าได้ลังเลที่จะตัดสินใจ มิเช่นนั้นจักต้องพลาดโอกาสนั้นไปตลอดกาล”

……

อู๋ไป๋ขับรถม้า อย่างมั่นคงทั้งยังว่องไว ระหว่างทางนั้น เขาค่อย ๆ เล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้นายท่านเฟิ่งและฮูกยินเฟิ่งฟัง เพื่อป้องกันมิให้เขาเอ่ยเรื่องอันใดขึ้นมาแล้วทำให้นางหวนกลับไปคิดความทรงจำเลวร้ายเหล่านั้นอีก

เวลาไม่ถึงเดือน พวกเขาก็เดินทางมาถึงชายแดนเหนือ

เซียวเหยาจวี

เมื่อฮูหยินเฟิ่งได้เห็นเวยเฉียงนั้น ภายในใจของนางจึงรู้สึกโล่งยิ่งนัก ก่อนจะดึงตัวคนเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดพลันร่ำไห้ออกมาในทันที

บุตรสาวไม่เชื่อฟัง ในยามนี้ฮูหยินยังตั้งตนเป็นปรปักษ์อีก!

“เจ้า! เจ้ากล้าหย่ากับข้างั้นหรือ! มิกลัวว่าจะเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีให้กับพวกนางหรืออย่างไร!”

ฮูหยินเฟิ่งที่คิดมาอย่างรอบคอบแล้วนั้น “ยามนี้การหย่าร้างถือว่าเป็นการหย่าอย่างมีเกียรติ ข้าเองก็สามารถเป็นได้เช่นกัน มีสิ่งใดให้นึกเสียดายไม่? ท่านทำร้ายบุตรสาวจนเป็นเช่นนี้ ข้าละตาบอดเสียจริงที่แต่งให้กับคนเช่นท่าน!”

นายท่านเฟิ่งโกรธจัดจนใบหน้าแข็งค้าง

“เจ้า เจ้า!”

โรคหัวใจแทบจะกำเริบขึ้นมา

เฟิ่งเวยเฉียงที่ได้ยินเสียงพวกเขาทะเลาะกันเป็นครั้งแรกนั้น พลันรู้สึกทำอันใดไม่ถูกไปในทันที

เฟิ่งจิ่วเหยียนกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่เย็นชา

“เรื่องราวมีลำดับขั้นตอนของมัน ที่ข้าเขียนจดหมายส่งไปหาพวกท่านนั้น ก็เพราะเรื่องงานแต่งของเวยเฉียงและซ่งหลี”

ฮูหยินเฟิ่งจึงมีท่าทีสงบลงไปในทันที

“ใช่ ใช่ งานแต่งงานเป็นเรื่องสำคัญที่สุด นับว่าเป็นเรื่องยากที่เวยเฉียงจะได้พบเจอคนที่ปฏิบัติต่อนางอย่างจริงใจและปกป้องนางเช่นนี้ เรื่องนี้ต้องจัดการให้ไว”

ยามที่นายท่านเฟิ่งกำลังจะกล่าวอะไรบางอย่างออกมานั้น ฮูหยินเฟิ่งจึงตวัดสายตามองมา

“ท่านยังอยู่ที่นี่ทำไมกัน?”

นายท่านเฟิ่ง:? ?

เมื่อเฟิ่งจิ่วเหยียนเห็นว่ามารดามีอารมณ์โกรธเกรี้ยวเช่นนี้ จึงสั่งให้นายท่านเฟิ่งไปพักผ่อนอยู่ห้องข้าง ๆ เสียก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้ทั้งสองทะเลาะกันจนเป็นเรื่องอีก

นายท่านเฟิ่งได้แต่กัดฟันกรอดออกมา

ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย